เสียงกกรีดร้องระคนเสียงโกลาหลหน้าห้องไอซียูดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ราวกับเสียงกัมปนาทที่ผ่ากลางใจจนแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความหวังสุดท้ายที่เธอแบกรับไว้ด้วยหยาดน้ำตาและลมหายใจรวยริน มลายหายไปในพริบตา เมื่อร่างของบิดาถูกเข็นผ่านประตูสีขาวออกไปด้วยผ้าขาวที่คลุมปิดสนิทตั้งแต่ศีรษะ โลกทั้งใบของหญิงสาวพังทลายลงตรงนั้น เธอกรีดร้องไม่ออก แม้แต่หยาดน้ำตาก็ยังแห้งผากในลำคอ มีเพียงความว่างเปล่าและหนี้สินมหาศาลที่ถูกทิ้งไว้ให้เผชิญหน้าอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางบรรยากาศโรงพยาบาลที่เย็นยะเยือกจนน่าสะพรึงกลัว
"จบสิ้นแล้วสินะ... ผู้หญิงที่ไร้ค่าอย่างเธอ ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อลมหายใจสุดท้ายให้พ่อด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจมืดดังขึ้นจากความมืดสลัวตรงมุมทางเดิน คิรากรก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ริมหน้าต่าง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษเข้ารูปรับกับไหล่กว้างและสัดส่วนที่ทรงพลัง แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนมองตรงมาที่เธอด้วยความสมเพชเวทนาและสะใจในคราเดียวกัน รัศมีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของมัจจุราชที่ไม่อาจหลบหนี
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตบวมเป่งแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ชิงชัง และความหวาดกลัวที่ผสมปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก เธอรู้ดีว่าชายคนนี้คือใคร คิรากร มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังความพินาศของครอบครัวเธอ และเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่กำชะตาชีวิตของเธอไว้ทั้งหมด
"คุณ... คุณมันเลือดเย็นที่สุด!" รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด เสียงสั่นพร่าลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว "คุณจงใจ... คุณจงใจตัดท่อน้ำเลี้ยงโรงพยาบาล เพื่อบีบให้พ่อฉันต้องตาย!"
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเอื้อมมือหนาเข้าคว้าคางสดใสแต่ซีดเผือดของเธอไว้แน่น บีบปลายนิ้วลงบนเนื้อแก้มเนียนจนขึ้นรอยแดง รินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่พยายามเบือนหน้าหนี ทว่าแรงมหาศาลของเขากลับตรึงใบหน้าเธอไว้ให้สบตากับเขาอย่างไร้ทางเลือก ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ ร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผา
"ปากเก่งดีนี่... รินรดา" คิรากรกระซิบชิดริมหูกvของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแต่น่ากลัวจนขนลุกซู่ "พ่อเธอตายเพราะหมดบุญต่างหาก อย่ามาปรักปรำฉัน แต่ถ้าเธออยากให้ศพของพ่อได้ฝังอย่างสมเกียรติ หรืออยากให้หนี้ก้อนโตหลายร้อยล้านนั่นสูญสลายไป... เธอก็รู้ดีว่าต้องแลกด้วยอะไร"
ร่างบางสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วแกร่งของเขาไล่ต่ำลงมาตามลำคอระหง ลูบไล้ผิวเนื้อนุ่มผ่านเนื้อผ้าชุดไว้ทุกข์สีดำอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นทั้งร้อนรุ่มและหยาบคายในคราเดียวกัน แต่มันกลับปลุกสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้นในความมืดมน รินรดาสั่นเทิ้มด้วยความอัปยศอดสู เธอยกมือขึ้นทุบตีอกแกร่งของเขาเพื่อขัดขืน แต่คิรากรกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะรวบเอวคิวดคอดเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
"ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว!" เธอตบะแตก กรีดร้องใสหน้าเขาด้วยความคับแค้นใจ
"หุบปาก!" คิรากรคำรามเสียงต่ำ แววตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เขาไม่รอช้า ประทับริมฝีปากหนาร้อนผ่าวลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์ การครอบครอง และการประกาศศักดา รินรดาดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง ทุบตี กัดริมฝีปากเขาจนได้กลิ่นคาวเลือด แต่ยิ่งเธอพยศมากเท่าไหร่ อ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นจนซี่โครงแทบหัก รสจูบดุดันป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงอันตราย ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ากอบโกยความหวานล้ำในโพรงปากของเธออย่างเอาแต่ใจ บังคับให้เธอยอมจำนนต่อสัมผัสวาบหวามที่สูบฉีดเลือดในกายให้พลุ่งพล่าน จนเข่าของเธอนิ่มยวบและแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น มีเพียงอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขาที่ประคองร่างเธอไว้ไม่ให้ล้มลง
เมื่อเขาผริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง รินรดาก็หอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาอย่างหวาดหวั่นปนเคืองโกรธ คิรากรยกนิ้วขึ้นเกลี่ยริมฝีปากบวมเจ่อที่เจือคราบเลือดของเธอเบาๆ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาดั่งซาตาน
"ยินดีต้อนรับสู่กรงทองของฉัน... ที่ซึ่งเธอจะไม่มีวันได้พบกับอิสรภาพอีกเลย"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์โรลส์รอยซ์สีดำสนิทพุ่งทะยานผ่านประตูเหล็กดัดอลังการของคฤหาสน์ตระกูลคิรากร ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาส่วนตัว ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน ตัวคฤหาสน์สไตล์ยุโรปโบราณผสมผสานความโมเดิร์นหรูหรา แผ่ซ้ำความน่าอึดอัดและวังเวงราวกับปราสาทของแวมไพร์ รินรดานั่งตัวแข็งทื่ออยู่เบาะหลัง ข้างกายคือมาเฟียหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างนิ่งเงียบ ทว่าสายตาคมกราบกลับคอยเหลือบมองปฏิกิริยาของเธอตลอดเวลา
เมื่อรถจอดสนิทหน้าบันไดหอ่อนอ่อน ประตูรถถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูท คิรากรก้าวลงไปก่อนจะหันมาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาแล้วดึงรั้งให้ก้าวตามลงมาอย่างไม่ปรานี ร่างบางเซถลาเข้าปะทะแผงอกกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ห้อมล้อมตัวเธอจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดากวาดสายตามองไปรอบๆ โถงคฤหาสน์โอ่อ่าที่ตกแต่งด้วยโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ เฟอร์นิเจอร์ไม้สักทองราคาแพง และภาพวาดโบราณมูลค่ามหาศาล ทุกอย่างดูหรูหราเกินกว่าจะจินตนาการ แต่สำหรับเธอแล้ว ที่นี่ไม่ได้ต่างอะไรจาก "กรงขังทองคำ" ที่กักขังวิญญาณและศักดิ์ศรีของเธอไว้ในฐานะ "เชลยสวาท" ของซาตานร้าย
"ห้องนอนของเธออยู่ชั้นบนสุด ห้องริมสุดทางเดินฝั่งตะวันตก" คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนน่าขนลุก ขณะที่เดินนำเธอขึ้นบันไดวนหรูหรา "จำไว้ว่า... อย่าริอ่านลองดีเดินไปในโซนต้องห้ามของฉัน ถ้าไม่อยากให้ห้องนอนของเธอเปลี่ยนเป็นห้องใต้ดินมืดๆ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมจำนน แม้เนื้อตัวจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "คุณคิดว่าจะขังฉันไว้ที่นี่ได้ตลอดไปอย่างนั้นเหรอ? สักวันหนึ่ง ฉันจะหาทางออกไปจากขุมนรกนี่ให้ได้!"
คิรากรหยุดเดินกะทันหัน จนรินรดาเกือบชนแผ่นหลังเขา ร่างสูงหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังเย็นเฉียบของทางเดิน มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นล็อกคางเธอไว้แน่น ดวงตาคมกราบจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก
"อยากลองดีกับฉันงั้นเหรอ?" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนรุ่มเป่ารดแก้มเนียน "ดี... ฉันชอบคนพยศ ยิ่งเธอพยายามดิ้นรนมากเท่าไหร่ ฉันนี่แหละจะเป็นคนทำลายความหยิ่งทะนงของเธอให้แหลกคามือทีละนิด จนเธอกลายเป็นทาสที่ร้องขอความรักจากฉันด้วยความเต็มใจ!"
คำพูดประกาศิตของเขาดังก้องอยู่ในความเงียบงันของคฤหาสน์ รินรดารู้สึกได้ถึงความอันตรายที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขา ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไม่ใช่เพราะความหนาวเหนา แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่เริ่มกัดกินหัวใจเธออย่างช้าๆ
ทว่า ในวินาทีที่คิรากรกำลังจะโน้มริมฝีปากลงมาครอบครองความหวานอีกครั้ง เสียงฝีเท้ารีบร้อนและเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้น "ปัง! ปัง!" ขัดจังหวะเสียก่อน คิรากรชะงัก แววตาคมกราบเปลี่ยนเป็นความดุดันและหงุดหงิด เขาดึงตัวออกจากรินรดาอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันไปมองนอกระเบียงมืดมิด
ร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้ามาจากทางระเบียงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้ามีรอยเลือดเปื้อนจางๆ กระซิบรายงานเสียงสั่นด้วยความรีบร้อนว่า "นายครับ... ทางฝั่งตระกูลศัตรู ส่งคนบุกเข้ามาล้อมรอบคฤหาสน์ด้านหลังแล้วครับ! และ... และพวกมันพา *'คนคนนั้น'* กลับมาด้วย!"
คิรากรชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกราบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว ก่อนที่มุมปากหยักจะเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม รินรดามองท่าทีที่เปลี่ยนไปของมาเฟียหนุ่มด้วยหัวใจที่กระหน่ำรัวไม่เป็นจังหวะ เมื่อเธอมองเห็นเงาร่างลึกลับที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามาทางระเบียง... เงาร่างที่ทำให้คิรากรถึงกับนิ่งงัน และทำให้โลกทั้งใบของเธอดิ่งจมลงสู่ห้วงเหวแห่งความลับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่กรงขังแห่งเสน่หาและเพลิงแค้นนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 3
กรงขังทองคำ
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!