กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 2

ชดใช้ด้วยร่างกาย

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลเอกชนหรูหราคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายความตายที่ลอยวนอยู่รอบตัว รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าห้องไอซียู ประโยคสุดท้ายจากปากแพทย์สาวยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“หัวใจหยุดเต้น... ทีมแพทย์กำลังยื้อชีวิต”* โลกทั้งใบของเธอดับวูบลงในเสี้ยววินาที มารดาผู้เป็นที่รักเพียงคนเดียวกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย และเธอก็เป็นเพียงแค่นักศึกษาจบใหม่ที่กระเป๋าแบนแห้ง ไร้ซึ่งอำนาจและเงินตราที่จะยื้อลมหายใจของผู้ให้กำเนิด ในวินาทีที่ความสิ้นหวับบีบคั้นจนหัวใจแทบแตกสลาย รองเท้าหนังราคาแพงระยับก็หยุดลงเบื้องหน้าเธอ รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่ของคิรากร มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งตลาดยาและอสังหาริมทรัพย์ ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าคู่นั้นมองลงมาที่เธอด้วยความเยียบเย็นไร้ความปรานี เขาสวมสูทสั่งตัดเข้ารูปเนียบกริบ ทว่ากลับแผ่ซ่านไอความมืดมนและอันตรายออกมาจนอากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง "ไงคะ คุณหนูตกอับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเยาะเย้ย แฝงไปด้วยความสะใจที่ถูกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ดูท่าทางคุณตอนนี้แล้ว คงรู้สินะคะว่าเงินค่ารักษาพยาบาลมารดาของคุณมันเกินเอื้อมแค่ไหน" "คุณคิรากร..." รินรดาเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากเย็น ลำคอตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ "ได้โปรด... ฉันขอร้อง เมตตาแม่ฉันด้วยเถอะค่ะ ฉันยอมทำทุกอย่าง... ทุกอย่างจริงๆ" คำอ้อนวอนที่หลุดจากริมฝีปากสั่นระริกนั้นไม่ได้ทำให้หัวใจน้ำแข็งของมาเฟียหนุ่มอ่อนยวบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับจุดประกายไฟแห่งความกระหายในแววตาคมกริบคู่นั้นให้ลุกโชนขึ้นมาต่างหาก คิรากรโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับเขา "ทุกอย่าง... งั้นเหรอคะ?" เขาทวนคำด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่เต็มไปด้วยเลศนัย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "คำพูดนี้น้ำหนักมันเบาหวิวเกินกว่าจะเอามาแลกกับเงินสิบล้านเพื่อยื้อชีวิตแม่เธอนะรินรดา" รินรดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวแต่ก็อัดแน่นด้วยความจำยอม "แล้วคุณ... ต้องการอะไรจากฉันคะ?" คิรากรไม่ตอบทันที สายตาคมกไล่สำรวจเรือนร่างอรชรที่สั่นเทาด้วยความกลัว ไล่ตั้งแต่ลำคอระหง ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ไปจนถึงส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเรียบง่าย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายราวกับซาตานที่กำลังรอเก็บเกี่ยววิญญาณ "หนี้สินสิบล้านที่พ่อผู้ล่วงลับของคุณโกงบริษัทฉันไป... กับค่ารักษาพยาบาลแม่เธอในตอนนี้ ทั้งหมดมันคือตัวเลขมหาศาล" คิรากรกระซิบชิดริมใบหูของเธอ น้ำเสียงเยือกเย็นแต่กลับแผดเผาผิวกายของเธอให้ร้อนรุ่ม "ฉันไม่ได้ต้องการเงินสดหรอกค่ะรินรดา เพราะคนอย่างฉันมีเงินท่วมหัว... สิ่งที่ฉันต้องการ คือ 'ร่างกาย' และ 'เรือนร่าง' ของเธอ" ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "คะ... คุณว่าอะไรนะคะ?" "ฉันให้เธอเป็นนางบำเรอของฉัน..." คิรากรผละออกเล็กน้อยเพื่อสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงเด็ดขาดไร้ซึ่งความลังเล ราวกับยื่นคำขาดที่ปฏิเสธไม่ได้ "มาอยู่ใต้ร่างของฉัน ปรนเปรอฉัน ชดใช้หนี้ด้วยเรือนร่างและหยาดเหงื่อทุกหยด จนกว่าฉันจะพอใจ... แล้วฉันจะเซ็นชื่อสั่งแพทย์ให้ยื้อชีวิตแม่เธอต่อทันที" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่หน้าห้องไอซียูชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์เลือนรางจากด้านในที่ย้ำเตือนว่าเวลาของมารดากำลังหมดลง รินรดารู้ดีว่าข้อเสนอนี้มันต่ำทรามและพรากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น แต่วินาทีนี้... ศักดิ์ศรีจอมปลอมจะมีความหมายอะไร หากแลกมากับการที่แม่ต้องตายจากไปต่อหน้าต่อตา น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างเจ็บปวด เธอหลับตาลงช้าๆ เพื่อกลืนกินความอับaายทั้งหมดลงคอ ก่อนจะลืมตาขึ้นเผชิญหน้ากับซาตานร้ายตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป "ตกลงค่ะ..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความรู้สึก "ฉันยอมเป็นนางบำเรอของคุณ... เพื่อแลกกับชีวิตแม่" มุมปากของคิรากรยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเหนือกว่า เขายื่นมือหนาออกไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงกระชากเข้าหาตัวจนแผ่นอกบางแนบชิดกับอกแกร่ง ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย มันกลับร้อนแรงและอันตรายราวกับไฟบรรลัยกัลป์ที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้เป็นจุล "ดีมากค่ะเด็กดื้อ..." คิรากรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงพร่าสั่นเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน "เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี เพราะคืนนี้... ฉันจะทำให้เธอลืมไม่ลงเลยว่าร่างกายนี้มันเป็นของใคร" ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากระหน่ำรัวด้วยความหวาดหวั่น ประตูห้องไอซียูก็ดัง "ปึง" ขึ้น พร้อมกับร่างของพยาบาลสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาด้วยความเร่งรีบ พร้อมกับประกาศกร้าวเสียงสั่นด้วยความตกใจว่า "คุณหมอคะ! คนไข้ในห้องไอซียู... ชีพจรดิ่งลงเป็นศูนย์แล้วค่ะ!" ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%