กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 6

เหยื่อที่ขัดขืน

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาใกล้ดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย รินรดาไม่รอให้สัญชาตญาณเตือนซ้ำสอง ร่างระหงพุ่งตัวออกจากมุมมืดของห้องนอนกว้างขวางในเพนต์เฮาส์หรูทันที ความมืดสลัวยามวิกาลคือทางรอดเดียว แต่เธอลืมไปว่าที่นี่คืออาณาจักรของคิรากร—ทุกตารางนิ้วถูกควบคุมด้วยสายตาและอำนาจเบ็ดเสร็จของเขา ประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงด้านนอกคือเป้าหมาย รินรดากระชากมันออกด้วยมือที่สั่นเทา ลมหนาวพัดกรรโชกเข้าปะทะร่างจนผิวเนื้อเย็นเยียบ แต่ความหนาวภายนอกยังเทียบไม่ได้กับความกลัวที่กัดกินขั้วหัวใจ เธอก้าวขาออกไปหมายจะปีนข้ามกำแพงกั้นเพื่อหาทางลง ทว่า... หมับ! ท่อนแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกั้งกระชากกลับเข้ามาด้านในอย่างแรง แรงเหวี่ยงนั้นรุนแรงจนร่างบางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและลมหายใจร้อนผ่าว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายอันตรายโชยเข้าแตะจมูกจนเธอแทบสำลัก "คิดจะบินหนีไปไหนล่ะ... แมวน้อย" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนจัดที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง คิรากรกดร่างของเธอแนบชิดกับบานประตูระเบียงจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน มือหนาอีกข้างตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ราวกับเธอมันเป็นเพียงตุ๊กตาตัวน้อยในกำมือของเขา "ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน!" รินรดาบิดเร้าข้อมือสุดแรงเกิด พยายามดิ้นรนหนีจากการพันธนาการที่แน่นหนา ใบหน้าหวานหันกลับมาถลึงตาใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว ทั้งที่ดวงตาคู่สวยมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยด้วยความคับแค้นใจ "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้! ฉันไม่ใช่ทาสของคุณ!" คิรากรไม่สะทกสะท้านต่อแรงขัดขืนแม้แต่น้อย นัยน์ตาสสีดำสนิทดั่งห้วงอเวจีจ้องมองเธอด้วยแววตาวาวโรจน์ เต็มไปด้วยความดุดันและกระหายใคร่รู้ ราวกับเสือร้ายที่กำลังสนุกสนานกับการตะครุบเหยื่อที่ดิ้นรนก่อนตาย มุมปากหยักยกยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้ใจกระตุก "ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอด้าน...?" เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและน่ากลัว "เอกสารสัญญาหนี้สินห้าสิบล้านอยู่ในมือฉัน ร่างกายและลมหายใจของเธอก็เป็นของฉันตั้งแต่วินาทีที่พ่อแม่เธอเซ็นชื่อลงไปแล้ว รินรดา... เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดหนี ถ้าฉันยังไม่อนุญาต" "คนใจร้าย! คนป่าเถื่อน!" เธอพรั่งพรูคำด่าทอออกมาด้วยความคับแค้น พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ตัวจะสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นก็ตาม "คุณเกลียดฉันนักไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ปล่อยฉันไป ทำไมต้องลากฉันมาทรมานแบบนี้ด้วย!" คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายหายวับไป ชั่วพริบตาเดียว แววตาของคิรากรก็เปลี่ยนเป็นดุดันและร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่พร้อมแผดเผาเขาทุกสิ่ง ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ ก่อนจะเลื่อนขึ้นประสานสายตากับเธออย่างลึกซึ้งจนคนมองแทบหยุดหายใจ "เกลียดเหรอ..." เขาเอ่ยเสียงพร่า รสชาติของความแค้นและแรงปรารถนาผสมปนเปกันจนน่ากลัว "ใช่... ฉันเกลียดครอบครัวเธอ เกลียดความหน้าไหว้หลังหลอกของพวกมัน แต่กับเธอมันต่างกัน รินรดา... ร่างกายนี้ เสียงครางหวานๆ ของเธอตอนที่อยู่ใต้ร่างฉัน มันทำให้ฉันคลั่ง และฉันไม่เคยปล่อยของเล่นชิ้นโปรดให้หลุดมือไปง่ายๆ" สิ้นคำพูด ริมฝีปากหย้าร้อนก็ทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัวหรือปฏิเสธ! มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์ รสจูบดุดัน รุกเร้า และไร้ความปรานี คิรากรบดขยี้เรียวปากเธอบังคับให้เปิดรับความวาบหวามที่เขาเป็นผู้กำหนด ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาสอดเข้าที่กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อล็อกต้นคอให้รับสัมผัสจากเขาได้ถนัดยิ่งขึ้น รินรดาครางอือในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ อ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นจนกระดูกแทบแหลกสลาย แรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขากำลังหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย ความโกรธเกรี้ยวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้าน ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนปวกเปียกภายใต้สัมผัสที่ร้อนแรงและเชี่ยวชาญของซาตานร้าย ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความตึงเครียดในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาผิวเนื้อ ทุกสัมผัส ทุกรอยจูบ และลมหายใจที่กระชั้นชิด ดึงดูดทั้งสองให้ดิ่งลึก5เข้าสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมนที่ไม่มีวันหวนกลับ คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้หญิงสาวหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างน่าเวทนา ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างหนักหน่วง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทมองเขาอย่างตัดพ้อและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน นิ้วเรียวแกร่งเกลี่ยไล้ริมฝีปากที่บวมช้ำของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความเย้ายวนชวนฝัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของมาเฟียหนุ่ม ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่สั่นคลอนหัวใจคนฟังจนแทบแหลกสลาย "จำไว้... ว่านี่คือบทลงโทษสำหรับคนดื้อรั้นอย่างเธอ และคืนนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังจะร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวแห่งความสิ้นหวังอีกครั้ง เสียงฝีเท้าฝีหนาก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกอีกด้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูรัวเร็วและตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกจากบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล... "คุณรินรดา! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ! เปิดประตูให้ผมด้วย!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%