กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 7

บทลงโทษของคนดื้อ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงทุบประตูรัวเร็วด้านนอกราวกับจะพังทลายเข้ามา พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของกวินที่ตะโกนก้องผ่านบานไม้เนื้อหนา สร้างความตื่นตระหนกให้รินรดาจนหัวใจแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก เธอหันรีหันขวางด้วยความหวาดผวา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอรีบผละหนีจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว คิรากรไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวน้ำแข็งสลักยังคงนิ่งสนิท ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างง่ายดาย มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอด้วยแรงมหาศาล ลากดึงร่างสั่นเทาเข้ามาประชิดแผงอกกว้างในเสี้ยววินาทีที่เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอีกระลอก "ปล่อยฉันนะคะคุณคิรากร... กวินอยู่ข้างนอก เขามาช่วยฉัน..." รินรดาพยายามบิดข้อมือหนีพร้อมกระซิบเสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเงาของลูกน้องนอกห้องเริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวาย "คิดว่าไอ้เด็กนั่นมันจะมีปัญญาพังประตูเข้ามาช่วยเธอได้งั้นเหรอ รินรดา?" เสียงทุบกระซิบต่ำลอดไรฟันอย่างเยียบเย็น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกายสะท้าน "อยากให้มันเห็นสภาพที่เธออยู่ในอ้อมแขนฉันตอนนี้ไหมล่ะ หืม? อยากให้มันรู้ไหมว่าผู้หญิงที่มันเทิดทูนนักหนากำลังทำอะไรอยู่หลังบานประตูนี้" "คุณมันคนใจร้าย... ป่าเถื่อนที่สุด!" "ปากดีนักนะ... เด็กดื้อ" สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อnเอวาคำใดอีกต่อไป มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวตรึงไว้แน่นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด ส่วนมืออีกข้างช้อนรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง รินรดาอ้าปากค้างเตรียมจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่ริมฝีปากหยักลึกกลับทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงทั้งหมดไว้ด้วยความรุนแรงและเร่าร้อนราวกับสัตว์ป่ากระหายเหยื่อ มันไม่ใช่จุมพิตแห่งความอ่อนหวาน หรือความทะนุถนอม แต่มันคือ "บทลงโทษ" อันดิบเถื่อนที่คิรากรตั้งใจมอบให้เพื่อสยบความพยศในตัวเธอ ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากอิ่มสีระเรื่ออย่างไร้ความปรานี ขบเม้มจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน ทว่าเรียวลิ้นร้อนกลับแทรกซึมผ่านกลีบปากที่เผยอด้วยความตกใจเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ ไล่ต้อนลิ้นเล็กที่สั่นสะท้านอย่างดุดัน รสจูบทั้งร้อนแรง ดุดัน และหิวกระหาย ทำให้สมองของเธอดับวูบ ขາแข้งอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มีเพียงอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขาเท่านั้นที่โอบประคองร่างเธอไว้ไม่ให้ล้มลง เสียงทุบประตูกับเสียงเรียกชื่อของกวินด้านนอกค่อยๆ เลือนหายไปจากโสตประสาท ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงมหาสมุทรแห่งไฟ เปลวเพลิงที่คิรากรเป็นคนจุดขึ้นกำลังแผดเผาศักดิ์ศรีและทิฐิในใจเธอให้มลายหายไปทีละน้อย มือที่เคยพยายามผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ยามที่ปลายนิ้วแกร่งของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสวาบหวามนั้นปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้น สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่กระจัดกระจายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเย้ายวนอันตรายที่เธอไม่อาจต้านทาน คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอดด้วยความกระหาย ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและชุ่มฉ่ำด้วยพิษสวาท ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มมองเขาด้วยความตัดพ้อแก P ระคนหวาดหวั่น ขณะที่เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้มนวล "จำไว้... ว่าอย่าได้ริอ่านคิดจะหนีฉันไปไหนอีก รินรดา" เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบเสียงลงแล้ว แต่ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำของเธอกลับดังชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด "ถ้าเธอยังดื้อด้านอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันนี่แหละ... จะทำลายเธอให้จมคามือ" จังหวะนั้นเอง เสียงปลดล็อกประตูก็ดัง "คลิก" ขึ้นจากทางด้านนอก พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของกวินที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่ตรงโถงทางเดิน— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความเร่าร้อนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%