"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะเวลาสวีทของคุณคิรากรกับ 'เชลย' ตัวน้อยหรือเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงหัวเราะคิกคักที่เจือด้วยความจงใจเยาะเย้ยดังแว่วมาจากกรอบประตูห้องรับรองส่วนตัว ปลุกบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและเร่าร้อนให้หยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที รินรดา สะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ร่างกายของเธอยังคงแนบชิดติดกับแผงอกกว้างของคิรากร จากแรงดึงดูดเมื่อครู่ที่เขาต้อนเธอจนมุมเข้ากับผนังห้องหรูหรา
หญิงสาวรีบใช้สองมือผลักไสกายแกร่งออกทันที แต่ทว่า... อ้อมแขนของมาเฟียหนุ่มกลับเปรียบประดุจกำแพงเหล็กกล้าที่ไร้ซึ่งช่องว่างให้เล็ดลอด คิรากรไม่ยอมขยับเขยื้อน เขายังคงกักตัวเธอไว้ในอาณัติ สายตาคมกริบดั่งใบมีดหันไปตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความเยียบเย็น ทอประกายพิโรธที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
"ถ้าไม่อยากให้ปากสวยๆ ของเธอต้องกลายเป็นที่เขี่ยบุหรี่... ก็ไสมือออกไปจากลูกบิดประตูซะ, แพรวา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรังสีอำมหิตที่ทำเอาผู้ฟังต้องขนพองสเกลเกล้า
แพรวา นางแบบสาวเซเลบชื่อดังผู้เข้ามาเยือนยามวิกาลอย่างเสียมารยาท ชะงักรอยยิ้มค้าง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุจสัตว์ป่ากระหายเลือดของคิรากร แต่กระนั้น ความริษยาที่สุมอกก็ทำให้เธอยังคงฝืนเชิดหน้าขึ้น ยิ้มยั่วแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ ทิ้งไว้เพียงความระอุที่ระเบิดค้างอยู่ในห้อง
ทว่า... บรรยากาศระหว่างเขากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุม รินรดาพยายามบิดข้อมือที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยอุ้งมือหนา เธอรู้สึกถึงความอัปยศอดสูที่ตนเองต้องตกอยู่ในสถานะ 'เชลย' รองรับอารมณ์ของซาตานร้ายผู้นี้
"ปล่อยฉันนะคะ..." เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้นอย่างพยายามรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ ดวงตากลมโตคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น "คุณพอใจหรือยังล่ะคะที่ได้เห็นฉันตกต่ำลงมาถึงขนาดนี้... เป็นได้แค่ของเล่นแก้เบื่อในสายตาของคุณ!"
คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเด่นชัด ความโกรธเกรี้ยวจากคำพูดตัดพ้อของเธอพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับสั่นคลอนหัวใจด้านชาของเขาอย่างรุนแรง มือหนาที่บีบข้อมือบางไว้เปลี่ยนเป็นกระชากร่างเล็กเข้าหาตัวอย่างแรงจนหน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกแกร่งอีกครั้ง
"เธอคิดว่าฉันทำทั้งหมดนี่... เพราะแค่อยากหาของเล่นแก้เบื่ออย่างนั้นเหรอ, รินรดา?"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากลำคอของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาคมคลาคล่ำไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งความแค้น ความปรารถนา และ... ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดมันไว้ใต้ก้นบึ้งมาตลอด
รินรดาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของคิรากรในยามนี้มันช่างอันตราย... อันตรายเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาโกรธเกรี้ยวเสียอีก มันคือแววตาของสัตว์ป่าที่กำลังจนตรอก และพร้อมจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวด้วยไฟสิเน่หาที่แผดเผา
"ถ้ามันไม่ใช่... แล้วมันคืออะไรล่ะคะ?" เธอกลั้นใจถามออกไป แม้เสียงจะสั่นพร่า
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าหวานของเธอไว้ บังคับให้เธอแหงนรับสัมผัสจากเขา ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามพวงแก้มเนียนนุ่มอย่างโหยหาและรุนแรงในเวลาเดียวกัน
"มันคือความทรมาน... รินรดา" เขากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าราวกับคนขาดสติ "ทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้าเธอ... ทุกครั้งที่กลิ่นกายของเธอวนเวียนอยู่รอบตัวฉัน... ร่างกายบ้าๆ นี่มันก็คอยแต่จะเรียกร้องหาแต่เธอ จนฉันแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว!"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของมาเฟียผู้ไร้หัวใจ ทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมาจากอก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธหรือประท้วง แต่ทว่า... กลีบปากอิ่มกลับถูกปิดกั้นด้วยเรียวปากร้อนผ่าวของเขาเสียก่อน
จูบครั้งนี้... ไม่ใช่การลงทัณฑ์ ไม่ใช่การขืนใจ แต่มันคือการโหยหาที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม คิรากรบดขยี้เรียวปากของเธอด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและป่าเถื่อนสูบ กลืนสติสัมปชัญญะของรินรดาจนหมดสิ้น มือหนาสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมยาวสลวยเพื่อล็อกองศาให้เธอบดเบียดริมฝีปากรับรสจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
รินรดาครางอือในลำคอ แรงต้านทานทั้งหมดที่มีละลายหายไปราวกับเกลือโดนน้ำ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในอก ปลุกเร้าไฟสิเน่หาที่เธอพยายามกดขี่ไว้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง มือบางที่เคยผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง เล็บคมจิกทึ้งลงบนลาดไหล่หนาเพื่อระบายความวาบหวามที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
สัมผัสของเขาหนักหน่วง ร้อนรุ่ม และเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนที่ผู้หญิงคนไหนก็ไม่อาจต้านทาน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มืออีกข้างของเขากำลังลูบไล้โค้งเว้าของเอวบางอย่างเร่าร้อน ลากต่ำลงมาจนถึงสะโพกกลมกลึงแล้วรั้งร่างของเธอให้แนบชิดสนิทอย่างไร้ช่องว่าง
อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น รินรดารู้สึกหายใจไม่ทัน ร่างกายอ่อนปวกเปียกจนต้องทิ้งน้ำหนักทั้งหมดโถมเข้าหาแผงอกของเขา คิรากรคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความยินยอมพร้อมใจที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้นของเธอ
เขาถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าหน้าผากของเขากลับยังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดรินรดกันและกัน แววตาทั้งคู่ต่างสะท้อนภาพของกันและกันอย่างไร้ทางหลีกหนี
"เธอถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว, รินรดา..." คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่ทำเอาสติของเธอขาดผึ่ง "และฉัน... ก็ไม่มีวันปล่อยให้เธอไปไหนทั้งนั้น"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับซาตานหนุ่ม หัวใจของเธอกรีดร้องบอกตัวเองว่านี่คือความหายนะ แต่วินาทีนี้ เธอกลับไม่หลงเหลือแรงใจที่จะขัดขืนอีกต่อไปแล้ว ความหอมหวานและอันตรายที่เขามอบให้มันช่างเย้ายวนเกินกว่าจะปฏิเสธ
ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะเอ่ยคำตอบรับอันตรายนั้นออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอีกครั้ง พร้อมกับเสียงของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้องที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงในพริบตา
"นายครับ... สายรายงานว่า 'คนของคุณหญิง' กำลังบุกเข้ามาในเขตคฤหาสน์แล้วครับ!"
_______________________________________
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงเสน่หาอันร้อนแรงนี้นะคะ
กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 12
ค่ำคืนที่ยากจะถอนตัว
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!