กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง แทบไม่ระคายผิวที่กำลังแผดเผาด้วยอุณหภูมิความเดือดดาลในกระแสเลือดของคิรากรเลยแม้แต่น้อย
ร่างสูงใหญ่ยังคงค้างอยู่ในท่าชะงักงัน ริมฝีปากหยักลึกที่เมื่อครู่ยังเคลียคลออยู่แถวซอกคอหอมกรุ่นของรินรดาผละออกช้าๆ ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ขั้วหัวใจ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความดิบเถื่อนและอำนาจมืดที่เคยครอบงำแววตาคู่นั้น บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความระVอระส่ำที่ซ่อนไว้ไม่มิดเมื่อความจริงอันเจ็บปวดกระแทกเข้ากลางใจอย่างจัง
รินรดานอนหอบหายใจสะท้านอยู่ใต้ร่างของเขา เรือนร่างอรชรไหวสะท้านตามแรงกระเพื่อมของทรวงอก ผิวเนียนละเอียดแดงก่ำจากการถูกรุกรานด้วยสัมผัสอันเอาแต่ใจ แต่ทว่าแววตาที่เธอมองกลับมาหาเขามันไม่มีความยอมจำนนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยและรอยยิ้มเยาะหยันที่บาดลึกถึงกระดูกดำ
"ความจริงมันเป็นแบบนี้... คุณพอใจหรือยังล่ะคะ คุณคิรากร"
น้ำเสียงหวานที่เคยสั่นเครือ บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และเชือดเฉือนหัวใจคนฟังยิ่งกว่าคมมีด
คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเครียดจนแทบระเบิด มือหนาที่ตรึงข้อมือเล็กไว้บนฟูกออกแรงบีบแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติราวกับต้องการระบายความอัดอั้นที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก ความรู้สึกผิดที่แปลกปลอมและไม่คุ้นเคยกำลังกัดกินหัวใจของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน เขาลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อควบคุมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง แต่กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวของหญิงสาวกลับยิ่งทำให้เขาคลั่งหนักกว่าเก่า
"หุบปากซะ รินรดา" เขาคำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดุดันที่พยายามกดขี่ข่มเหงอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวน "เธอไม่มีสิทธิ์มาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับฉัน"
"ทำไมล่ะคะ? หรือว่าความจริงมันทำให้มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณรู้สึกผิดขึ้นมาบ้างแล้ว" เธอย้อนถาม เสียงสั่นพร่าแต่ทว่าดื้อรั้น ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว "คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ทำลายครอบครัวฉัน และคิดว่าฉันเป็นแค่ตุ๊กตาบำเรอความแค้น... พอรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดถนัด ถือไพ่ตายผิดใบ คุณก็เลยไปไม่เป็นอย่างนั้นสินะคะ!"
เพล้ง!
ความอดทนของคิรากรขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น แรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ทะลักทะลายออกมาอย่างไร้การควบคุม ร่างสูงโถมเข้าทาบทับลงไปแนบชิดยิ่งกว่าเดิมจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รสสัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าของกันและกัน ความตึงเครียดในห้องแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับอากาศกำลังจะหมดไป
"เธอคิดว่าฉันสำนึกผิดงั้นเหรอ?" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงเยือกเย็นจนน่ากลัว ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยไฟสวาทและโทสะที่ผสมผสานกันจนแยกไม่ออก "สำหรับฉัน... คนอย่างรินรดา ต่อให้เธอจะบริสุทธิ์ผุดผ่องแค่ไหน เธอก็ยังเป็นคนของตระกูลที่ต้องชดใช้หนี้เลือดอยู่ดี!"
"ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าฉันให้ตายสิคะ! จะรออะไรล่ะ!" รินรดากรีดร้องใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม นัยน์ตาคู่นั้นวาววับด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย "ฆ่าฉันให้ตายตรงนี้เลยสิคะ ปล่อยฉันไปจากนรกนี่สักที!"
คำว่า 'ปล่อย' จากปากเธอมันเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนา ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกปรานีใดๆ
"ปล่อยเหรอ? ฝันไปเถอะ..." เขาคำรามชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะบดขยี้จูบลงมาอย่างไร้ความอ่อนโยน
มันไม่ใช่จูบแห่งความเสน่หา แต่มันคือการลงทัณฑ์ คือการประกาศกร้าวถึงอำนาจที่เหนือกว่า และเป็นการระบายความสับสนอลหม่านในใจที่เขามีต่อเธอ ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มริมฝีปากนุ่มจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีไหล่กว้างด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังของมาเฟียหนุ่มที่ถูกปลุกเร้าจนกลายเป็นสัตว์ป่ากระหายเลือด
มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนลงมาตรึงสะโพกผาย ลากไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือกด้วยความวาบหวามที่ตีคู่มากับความหวาดกลัว สัมผัสของเขาเอาแต่ใจ รุกราน และตักตวงทุกหยาดหยดความรู้สึกของเธอไปอย่างไร้ความปรานี ร่างกายของรินรดากำลังทรยศตัวเองอีกครั้ง ความอบอุ่นจากผิวเนื้อของเขา ลมหายใจที่รดริน และแรงดึงดูดอันตรายที่เธอพยายามต่อต้าน กำลังทำให้เข่าของเธออ่อนยวบลงทีละน้อย
"คุณมัน... คนใจร้าย..." เธอสะอื้นไห้กระซิบแผ่วเบาในจังหวะที่ริมฝีปากเป็นอิสระชั่วครู่ ลมหายใจหอบกระชั้น
"ใช่... ฉันมันใจร้าย และเธอก็เป็นคนเลือกที่จะเดินเข้ามาในกองไฟนี้เอง รินรดา"
คิรากรกระซิบตอบเสียงพร่าต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนอีกครั้งอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนลากไล้ผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มสร้างความสะท้านเยือกไปทั่วร่างบาง มือหนาปลดเปลื้องพันธนาการชิ้นสุดท้ายออกอย่างไร้ความปราณี เปิดเปลือยเรือนร่างอรชรให้ตกเป็นเชลยของบทเพลงแห่งความพิศวาสที่ผสมผสานด้วยหยาดน้ำตาและไฟแค้น
ในห้องนอนที่ปิดตาย บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเร่าร้อนและแรงกดดันที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ทั้งสองหลอมรวมร่างเข้าหากันในสมรภูมิรักที่ไม่มีใครยอมใคร รสสัมผัสอันลึกซึ้งและดุดันดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงครางประท้วงที่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางแห่งความสุขสมอย่างห้ามไม่อยู่ ทุกการเคลื่อนไหวคือการตอกย้ำว่าพวกเขาต่างติดอยู่ในวังวนแห่งบาปนี้ร่วมกัน และไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้ว
กระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ เพลิงสวาทมอดดับลงเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด คิรากรนอนตะแคงมองร่างระหงที่นอนหันหลังให้ ลมหายใจสม่ำเสมอแต่แฝงด้วยความเหนื่อยล้าของเธอทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนในอกอย่างประหลาด มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะกลุ่มผมนุ่มเพื่อเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเผลอไผล
ทว่า—
ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดนตัวเธอ เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบสงบในยามวิกาล ตามด้วยเสียงปึกปังที่สะท้อนถึงความเร่งร้อนผิดปรกติจากด้านนอก
คิรากรชะงักมือทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มดุขึ้นในพริบตา เขาลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อคลุมมาสวมลวกๆ ด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกปลุกให้ตื่นตัวอีกครั้ง
เสียงบิดลูกบิดประตูดังแกรกๆ ก่อนที่บานประตูห้องนอนจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของลูกน้องคนสนิทพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจสะท้านจนตัวโยน พร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้เลือดในกายของมาเฟียหนุ่มเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ลูกน้องละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "สายของเราเพิ่งรายงานมา... คนของตระกูลศัตรูบุกเข้ายึดโกดังสินค้าล็อตใหญ่ที่ท่าเรือฝั่งตะวันออกแล้วครับ และ... และพวกมันกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวที่นี่อยู่!"
คิรากรนิ่งงันไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยประกายไฟแห่งโทสะระลอกใหม่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม เขากวาดสายตากลับมามองรินรดาที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจจากเสียงเอะอะ
ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะแย้มยิ้มเยือกเย็นออกมาอย่างน่ากลัว พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทิ้งปมสุดท้ายไว้ให้หัวใจของคนฟังต้องหยุดเต้น—
"ดูท่าทาง... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นจริงๆ สินะคะ... คนสวย"
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเปลวไฟแห่งเสน่หานี้ด้วยกันนะคะ จูบแรกยามสายัณห์จะกลับมาสร้างความระทึกใจให้ทุกท่านอีกครั้งในตอนหน้าค่ะ!
กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 15
สายลมที่แปรปรวน
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!