กลิ่นอายของเหล้าวอดก้าราคาแพงระเหยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นบุหรี่ฮافวันในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกสาดส่องเข้ามาตัดผ่านเงาร่างสูงใหญ่ของคิรากร มาเฟียหนุ่มยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลักแห่งความตาย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองเอกสารลับบนโต๊ะทำงานด้วยแววตาวาวโรจน์ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เอกสารในมือสั่นไหวเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่แผดเผาจนแทบจะแหลกสลาย
รินรดาก้าวเข้ามาในห้องนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความเงียบงันที่กดดันทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างบางในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทดูเปราะบางราวกับตุ๊กตาแก้วท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอันตราย
"คุณคิรากร... เรียกฉันมามีอะไรรึเปล่าคะ?" น้ำเสียงหวานเอמהถามอย่างระมัดระวัง พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้ท่าทีนิ่งสงบ
พรึบ!
แฟ้มเอกสารหนาถูกปาลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น รินรดาสดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นแววตาที่คิรากรใช้มองเธอมันไม่ใช่แววตาของชายหนุ่มที่เคยหลงใหลในเรือนร่างของเธอเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่มันคือแววตาของนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อให้แหลกเป็นชิ้นๆ
"เธอเก่งมากนะ รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ เยือกเย็นจนน่ากลัว "หลอกให้ฉันตายใจ ใช้เรือนร่างและหยาดน้ำตาตีสนิทเข้ามาในอาณาจักรของฉัน เพื่อสืบความลับส่งให้พวกมันสินะ!"
รินรดานิ่งงัน สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไรคะ ฉันไม่เข้าใจ"
"ยังจะกล้าปฏิเสธหน้าด้านๆ อีกงั้นเหรอ!" คิรากรคำรามลั่น ขยับก้าวเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กบอบบางแล้วบีบแน่นด้วยแรงมหาศาลจนกระดูกแทบร้าว รินรดานิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่ก็พยายามกลั้นเสียงสะอื้น
"ปล่อยนะ! ฉันเจ็บ!" เธอพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งดิ้นรน เขากยิ่งออกแรงตรึงเธอไว้แน่นขึ้นจนร่างบางแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธ
"เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เธอกับพวกมันทำกับฉัน!" คิรากรก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวแก้มนวลเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความดิบเถื่อนและแรงแค้น "ฉันเคยโง่หลงคิดว่าความอ่อนหวานของเธอคือความจริงใจ แต่ที่แท้... เธอมันก็แค่นกต่อชั้นต่ำ สายลับหน้าเงินที่ถูกส่งมาเพื่อตลบหลังฉัน!"
"ฉันไม่ใช่สายลับนะ! คุณเอาอะไรมาพูด!" รินรดากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยาดใสไหลรินอาบแก้มเนียนด้วยความคับแค้นใจ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยอคติและความเกลียดชัง "ฉันไม่เคยหักหลังคุณ... ทำไมคุณถึงไม่เชื่อฉันบ้างเลย!"
"หลักฐานมันคาตาอยู่ชัดเจนขนาดนี้ ยังหน้าด้านปฏิเสธอีกเหรอ!" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักลึก "บัญชีลับที่ถูกส่งต่อไปยังศัตรูของฉัน มีรอยนิ้วมือและข้อมูลที่เข้าถึงได้แค่คนวงใน... และคนคนนั้นก็คือเธอ รินรดา!"
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่นี้ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของหญิงสาวจนแหลกสละ เธอส่ายหัวช้าๆ ปฏิเสธทั้งน้ำตา "ไม่ใช่... ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้นจริงๆ นะคะคุณคิรากร ได้โปรดเชื่อฉัน..."
"หุบปาก!" คิรากรตะคราดเสียงกร้าวด้วยความโมโหที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ความโกรธผสมผสานกับแรงดึงดูดทางกายที่ยังคงค้างคาจากค่ำคืนอันเร่าร้อน กลายเป็นอารมณ์ดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม มือข้างหนึ่งที่ว่างกระชากทึ้งสาบเสื้อของเธอจนกระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและเนินอกอิ่มที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ
รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจ หวาดกลัวจนตัวสั่นเทาเมื่อเห็นประกายไฟในแววตาของเขา "คุณจะทำอะไร... ปล่อยฉันนะ!"
"ในเมื่อเธอกล้าเล่นเกมสกปรกกับฉันนัก... งั้นก็มารjשดูกันว่า สายลับอย่างเธอ จะมีปัญญาชดใช้ความผิดนี้ยังไงบนเตียงของฉัน!"
คิรากรไม่รอให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มของเธอทันทีอย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ดุดัน และลงทัณฑ์ รินรดาส่ายหน้าหนีและพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่มร่างใหญ่เลยแม้แต่น้อย
รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจ็บปวดลึกซึ้งดึงดูดให้สติของเธอพร่าเลือน ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานอย่างไร้ความอ่อนโยน บังคับให้เธอต้องยอมจำนนต่อรสสัมผัสที่แผดเผาร่างกายจนร้อนรุ่มไปหมด ความโกรธแค้นของเขาถูกถ่ายทอดผ่านการขบเม้มริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ แต่มันกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
มือหนาลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าอย่างถือวิสาสะ ฉีกทึ้งอาภรณ์ชิ้นงามบนร่างบางออกอย่างไร้ความทะนุถนอม ผิวเนื้อเนียนนุ่มสัมผัสกับอากาศเย็นเยียบในห้อง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือและริมฝีปากของเขาที่ซุกไซร้ไล่เรื่อยจากซอกคอระหงลงมาถึงเนินอกอิ่ม
"อื้อ... ไม่... หยุดนะคะ..." รินรดาร้องครางประท้วงทั้งน้ำตา ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความวาบหวามและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาปและความน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปจนแยกไม่ออกว่าเธอกำลังเจ็บปวดเพราะถูกกล่าวหา หรือกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันตรายที่เขาหยิบยื่นให้
คิรากรเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของหญิงสาว ดวงตาคมกริบฉายแววสับสนวูบหนึ่งแต่ก็ถูกความเย็นชาและโทสะกลบฝังลงไปอย่างรวดเร็ว เขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างเคล้นคลำสะโพกผายและลูบไล้เรียวขาเนียนอย่างจาบจ้วง
"เธอทำให้ฉันคลั่ง รินรดา..." เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินซอกคอขาวจนเธอขนลุกชัน "ทั้งๆ ที่ฉันควรกระชากวิญญาณเธอออก... แต่ร่างกายเธอกลับทำให้ฉันอยากทำลายเธอให้แหลกคามือบนเตียงนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!"
ร่างสูงทาบทับลงมาแนบชิด ประสานกายเข้าหากันอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน สมรภูมิรักที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและอารมณ์เสน่หาอันบิดเบี้ยวเริ่มโหมกระหน่ำขึ้น ท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงครางระคนความเจ็บปวดที่ดังสะท้อนไปทั่วห้องมืดมิด
ทว่า ในขณะที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงจุดที่ร้อนระอุจนแทบแผดเผาทุกสิ่ง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างเร่งรีบขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง
"นายครับ! แย่แล้วครับ! สายลับตัวจริงเพิ่งถูกจับได้... และพวกเราพบว่าเอกสารนั่นถูกส่งมาจากคนอื่น ไม่ใช่คุณรินรดาครับ!"
คิรากรชะงักกึกทันที ร่างกายที่กำลังโหมกระหน่ำหยุดนิ่งสนิท ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอกเมื่อความจริงอันโหดร้ายกระจ่างชัดในเสี้ยววินาทีนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กครั้งนี้นะคะ
กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 14
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!