กลิ่นอายของไวน์แดงราคาแพงยังคงลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมเย็นเยียบของบุรุษเพศในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ รินรดากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ตรงกลางระหว่างกองเอกสารสัญญาทาสที่เธอไม่มีวันหลุดพ้น กับสายตาคู่คมกริบของคิรากรที่มองมาดั่งเธอเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าหนังราคาแพง
ความเงียบงันภายในห้องช่างน่าอึดอัดเสียจนเสียงลมหายใจของเธอดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
"คุณคิรากรคะ... เรื่องเอกสารชุดนี้ ฉันคิดว่าเราน่าจะ..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ พยายามรักษาระดับความมั่นคงให้อยู่ในกรอบของความสุภาพ แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก
"คิดไปเอง... หรือเธอคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่อรองอะไรกับฉันตั้งแต่แรก รินรดา"
คิรากรตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวที่เผาผลาญเหมือนทุกครั้ง แต่มันคือความเฉยเมย... ความเฉยเมยที่บาดลึกและน่ากลัวยิ่งกว่าคมมีดนับพันเล่ม
เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ร่างกายสูงใหญ่แฝงไปด้วยอำนาจมืดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความรำคาญใจที่ฉายชัดผ่านแววตา
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความเย็นชาที่เขาหยิบยื่นให้ในตอนนี้ มันรุนแรงเสียจนผิวเนื้อของเธียรรู้สึกชาหนึบไปหมด ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อน เขายังเป็นคนเดียวกันกับที่เคยดึงรั้งเธอเข้าสู่อ้อมกอด ลากพาเธอลงไปในห้วงเสน่หาอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนจนเธอแทบหลอมละลายคาอกเขา
แต่ในยามนี้... เขากลับทำราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่ภายในใจผลักดันให้เธอต้องก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ขึ้นอีกนิด แม้ขาเรียวจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวก็ตาม
"ถ้าฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูด แล้วทำไมคุณถึงเก็บฉันไว้ข้างกายตั้งแต่แรกคะ? ทำไมไม่ปล่อยให้ฉัน..."
"เพราะเธอยังมีประโยชน์" คิรากรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นและไร้เยื่อใย "อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย รินรดา เธอก็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง... เครื่องมือระบายความแค้นที่ฉันจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อหมดความจำเป็น"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำแข็งจัดที่สาดซัดเข้าใส่ใบหน้าจนชาดิก รินรดารู้สึกเหมือนถูกตบอย่างแรงกลางฝูงชน แม้ในห้องนี้จะมีเพียงเขากับเธอเท่านั้น หยาดน้ำใสคลอหน่วงหน่วยอยู่ที่หน่วยตาคู่สวย แต่เธอก็ดื้อรั้นพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ
"ถ้าฉันเป็นแค่เครื่องมือ... งั้นคุณก็ช่วยปฏิบัติกับฉันให้สมฐานะนั้นหน่อยค่ะ ไม่ใช่ทำเหมือน..."
"เหมือนอะไร?" คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในพริบตา ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดาต้องผถอยหลังก้นชนกับขอบโต๊ะ
มือหนาคว้าหมับเข้าที่คางสลักเสลาของเธอ บีบแน่นพอให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นรับความเจ็บปวดและสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลน
"อยากให้ฉันปฏิบัติแบบไหนล่ะ หืม? แบบสวาสดิ์บนเตียงที่เธอครางหวานๆ ให้ฉันฟังอย่างนั้นเหรอ? หรืออยากให้ฉันทำเหมือนเธอกับผู้หญิงขายบริการทั่วไปที่ฉันแค่ซื้อมาเพื่อปลดปล่อย?"
คำพูดหยาบคายแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจทำให้รินรดาลืมตัวเงื้อมือขึ้นจะตบหน้าเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
หมัดเหล็กของมาเฟียหนุ่มไวกว่า เขาควσόข้อมือเล็กๆ ของเธอไว้กลางอากาศด้วยมือข้างเดียวแรงบีบมหาศาลราวกับเหล็กกล้าทำให้กระดูกข้อมือของเธอแทบร้าว ร่างบางถูกกระชากเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างที่ร้อนระอุอย่างแรง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความตึงเครียดที่ขีดเส้นความอดทนจนขาดผึ่ง
"อย่าหาญกล้าทำแบบนั้นกับฉันเป็นครั้งที่สอง รินรดา" คิรากรโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากริมฝีปากสั่นระริกของเธอเพียงคืบ แววตาดิบเถื่อนพาดผ่านความเร่าร้อนอันตรายที่ขัดแย้งกับความเย็นชาเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "จำใส่สมองเอาไว้ ว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโกรธฉัน!"
กลิ่นกายหอมเย้ายวนผสมผสานกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากำลังเล่นงานสติสัมปชัญญะของเธอ ร่างกายที่ควรจะผลักไสกลับรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรงลงไปทุกทีเมื่อปลายนิ้วของเขาเริ่มไล้ขึ้นมาจากข้อมือ เลื้อยผ่านท้องแขนเนียนนุ่ม ก่อนจะหยุดอยู่ที่ต้นคอระหงแล้วบีบคลึงเบาๆ อย่างจงใจคุกคาม
"ปล่อย... ปล่อยฉันนะ" เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่ทั้งผลักไสและดึงดูดในเวลาเดียวกัน
"คิดจะหนีฉันไปไหนล่ะ หืม?" เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินเข้ามาในวังวนนี้เองแล้ว... ก็เตรียมตัวรับความเย็นชาและความเจ็บปวดจากฉันให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน เพราะนี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น"
เขากระชากเอวบางเข้ามาชิดแนบเนื้อ รสสัมผัสของความแข็งแกร่งและสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนอึดอัด คิรากรก้มลงประกบจูบลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ ไร้ซึ่งความนุ่มนวล มีเพียงความดุดันและรสชาติของความโกรธแค้นที่ถูกถ่ายทอดผ่านการบดขยี้อย่างหนักหน่วง รินรดาพยายามทุบตีประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืน อ้อมกอดนั้นก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเหว
ก่อนที่สติของเธอจะหลุดลอยไปกับสัมผัสวาบหวาบที่เขาจงใจแกล้งทรมาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะมารผจญอย่างกะทันหัน
"นายครับ... มีเรื่องด่วนจากทางคลังสินค้า ทางนั้นแจ้งว่ามีคนลอบเข้าไปรื้อค้นเอกสารสำคัญ และตอนนี้... คนของเราจับตัวผู้บุกรุกไว้ได้แล้วครับ"
เสียงลูกน้องคนสนิทดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา ทำให้คิรากรชะงักฝีปากที่กำลังซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง เขาผละใบหน้าออกช้าๆ สายตาคมกริบเหลือบมองรินรดาที่หอบหายใจสะท้าน ร่างกายอ่อนปวกเปียกจนแทบทรงตัวไม่อยู่
มาเฟียหนุ่มเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ปล่อยมือออกจากร่างบางทันทีราวกับเธอเป็นสิ่งของไร้ค่า ก่อนจะหันหลังเดินไปหยิบเสื้อสูทขึ้นมาสวมทับอย่างใจเย็น
"พาตัวมันเข้ามา" เขาสั่งเสียงเรียบเฉยโดยไม่แม้แต่จะชายตาแลเธอบนพื้นห้อง
ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่หิ้วปีกร่างของใครบางคนเข้ามาโยนลงแทบเท้าของคิรากร และในวินาทีที่รินรดาเงยหน้าขึ้นมองผู้บุกรุกคนนั้น หัวใจของเธอก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม—เพราะคนที่ถูกจับตัวมา... คือพี่ชายแท้ๆ ของเธอนั่นเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กของคู่นี้นะคะ
กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 16
รอยร้าวที่ยากจะประสาน
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!