กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 10

แผนร้ายเริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"เธอคิดว่าความตายมันง่ายดายขนาดนั้นเลยหรือไง รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคิรากรไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนคำถาม แต่มันคือประกาศิตแห่งทัณฑ์ทรมานที่ถูกส่งตรงมาจากขุมนรก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับมัจจุราชที่เคลื่อนไหวในความมืดมิด กลิ่นกายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของไอร้อนจากร่างกายเขาโชยปะทะนาสิก ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในกายสาวให้กรีดร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความหวาดกลัวพยายามตีตื้นขึ้นมาจุกอก แต่ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบังคับให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาพยายามแข็ง "ถ้าคุณเกลียดฉันนัก... ถ้าการที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้มันทำให้คุณหายใจไม่ออก ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายไปซะล่ะคะ!" เธอตอกกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่เด็ดเดี่ยว ท้าทายความอดทนของซาตานร้ายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเหยียด เขาเอื้อมมือหนาเข้าคว้าปลายคางมนของเธอไว้ด้วยแรงบีบที่ทำเอาเนื้อนวลขึ้นรอยแดง นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านลูบไล้ริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอด้วยสัมผัสที่ก้ำกึ่งระหว่างความทะนุถนอมและการลงทัณฑ์ "ตายเหรอ? หึ... มันง่ายเกินไปสำหรับคนตระกูลเธอ รินรดา" ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ค้นหาความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งว่า การมีชีวิตอยู่ภายใต้เงาความแค้นของฉัน มันทรมานยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็นยังไง!" ทันใดนั้น แรงดึงดูดอันมืดมนและอันตรายก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้การควบคุม ร่างบางถูกกระชากเข้าปะทะแผงอกกว้างอย่างแรงจนลมหายใจขาดห้วง มือหนาอีกข้างเลื้อยลงมาโอบรอบเอวบางกิ่ว รั้งเข้าหาเรือนร่างแข็งแกร่งจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน รินรดาหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ ฝ่ามือเล็กทุบลงบนอกเขาเพื่อขัดขืน แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวเสือร้าย "ปล่อยนะ... อื้อ!" คำประท้วงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาร้อนระอุฉกวูบลงมาบด ริมฝีปากของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดัน ป่าเถื่อน และเต็มไปด้วยรสชาติแห่งความแค้น มันคือการลงทัณฑ์ที่ต้องการประกาศความเป็นเจ้าเหนือหัว บังคับให้เธอยอมจำนนต่ออำนาจของเขา รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มปากแน่น แต่คิรากรไม่มีวันยอมแพ้ เขาใช้มือบีบกรามของเธอให้เผยอออก ก่อนจะส่งเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงแผดเผาจนสติของเธอกระเจิดกระเจิง ความโกรธแค้นในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ร่างกายที่เคยขัดขืนกลับอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกโค้งเว้าปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายสาวให้ตื่นขึ้นมาอย่างน่าละอาย ในเสี้ยววินาทีนั้น... แววตาของคิรากรที่มองลงมาประกบกับสายตาพร่ามัวของเธอ ความเคียดแค้นชิงชังที่เคยอัดแน่นอยู่ในดวงตาสีนิลคู่นั้น กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย ความกระหายหิวในรสสวาทเริ่มถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวก็ไม่อาจยอมรับ มือที่เคยบีบรัดด้วยความโกรธ คลายน้ำหนักลงโดยไม่รู้ตัว เปลี่ยนเป็นโอบประคองท้ายทอยและแผ่นหลังของเธอไว้อย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าร่างตรงหน้าจะแตกสลายคามือ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานกว้าง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่เป็นจังหวะ คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอาลัยอาวรณ์ ปล่อยให้รินรดายืนหอบหายใจโยนตัวอยู่แนบอกของเขา ใบหน้าหวานแดงก่ำและชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อบางๆ จากแรงอารมณ์ นิ้วเรียวยาวของมาเฟียหนุ่มเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้อย่างเบามือ สายตาที่เขามองเธอยามนี้ไม่มีเค้าโครงของความโหดเหี้ยมหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยความลุ่มหลง ความเจ็บปวด และ... ความห่วงใยที่พยายามฝังกลบไว้แต่ไม่อาจซ่อนเร้น "ทำไม... ถึงดื้อด้านนักนะริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับซาตานร้ายตนนี้ ก่อนที่รินรดาจะทันได้ตั้งสติและเอื้อนเอยคำใดออกมาเพื่อปกป้องกำแพงในใจ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับน้ำเสียงตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียด "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนของเรามารายงานว่า มีคนกำลังตามสืบเรื่องโกดังสินค้าล็อตใหญ่ที่เราเพิ่งเคลียร์เมื่อคืน และที่สำคัญ..." ลูกน้องหนุ่มชะงักไปนิดเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายและหญิงสาวในห้อง ก่อนจะกลืนน้ำลายแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "คนที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'คุณกวิน' พี่ชายแท้ๆ ของคุณรินรดาครับ!" ร่างของคิรากรชะงักกึกทันที แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและลุ่มหลง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยือกดั่งน้ำแข็งในฉับพลัน เขาก้มมองรินรดาที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับชื่อของพี่ชายตนเอง ความเงียบงันอันน่ากลัวปกคลุมไปทั่วห้องอีกครั้ง ก่อนที่คิรากรจะแค่นยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่กรีดลึกลงไปในโสตประสาทของเธอ "ดูเหมือนว่าเกมนี้... จะสนุกกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีกนะรินรดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%