ฝ่ามือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของพิมพ์มาดาไม่ได้มีความนุ่มนวลหลงเหลืออยู่เลย แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกักเก็บไว้จนเดือดพล่าน ร่างบางถูกกระชากให้หลุดพ้นจากวงล้อมของผู้คนในห้องจัดเลี้ยงหรูหราทันที เสียงดนตรีบรรเลงและเสียงหัวoเราะของผู้คนรอบกายถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เมื่อกวินทร์ใช้แรงทั้งหมดพาเธอพุ่งตรงไปยังมุมอับสายตาของระเบียงด้านนอก ซึ่งเป็นโซนส่วนตัวที่เงียบเชียบและไร้ผู้คน
"ปล่อยฉันนะกวินทร์! คุณเสียสติไปแล้วหรือไงถึงทำแบบนี้ในงาน!" พิมพ์มาดาหวีดร้องอย่างตกใจ พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งเธอดิ้นรนเท่าไหร่ แรงบีบจากอุ้งมือของอดีตสามีก็ยิ่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้กระดูกเธอกระนั้น
กวินทร์ไม่สนใจเสียงประท้วงนั้นเลย ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสนิทดั่งผืนน้ำยามค่ำคืน บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงและโกรธเกรี้ยว เขาดันร่างระหงจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังหินอ่อนเย็นเฉียบ ก่อนจะใช้ร่างหนาของตนกักกันเธอไว้ด้วยการท้าวแขนทั้งสองข้าง กลิ่นอายความเป็นชายผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ พุ่งเข้าปะทะนาสิกจนพิมพ์มาดาต้องเบือนหน้าหนี
"ใช่... ฉันมันเสียสติไปแล้ว!" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้นระคนตัดพ้อ "บอกฉันมาพิมพ์... ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร! ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอปล่อยให้มันแตะต้องตัวเธอสายตาแบบนั้น รอยยิ้มแบบนั้น... เธอเคยมีให้ฉันแค่คนเดียวไม่ใช่หรือไง!"
พิมพ์มาดาหันกลับมาสบตาเขา แววตาที่เคยอ่อนแอและร้องขอความรักในอดีตได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย่อหยิ่ง เย็นชา และยากจะคาดเดา เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณมีสิทธิ์อะไรมาถามฉันคะคุณกวินทร์?" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษ "เราหย่ากันขาดแล้ว สามีภรรยาทางนิตินัยไม่มีอยู่จริงตั้งแต่คุณเซ็นใบหย่าใบนั้นด้วยความเต็มใจแล้วไม่ใช่หรือคะ หรือว่า... คุณทนไม่ได้ที่เห็นฉันไม่ได้จมปลักอยู่กับความเจ็บปวดที่เคยหยิบยื่นให้เหมือนหมาข้างถนนอย่างที่ผ่านมาล่ะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้กวินทร์คำรามในลำคออย่างเจ็บปวด เขาแค่น
"ปากเก่งนักนะพิมพ์... คิดว่ามีไอ้ศิลาคอยหนุนหลังแล้วจะปีกกล้าขาแข็งใส่ฉันได้งั้นสินะ" ปลายจัหนาเลื่อนต่ำลงมาเฉียดแก้มเนียนนุ่มที่ยังคงหอมกรุ่นความทรงจำ กลิ่นกายของเธอยังคงรัญจวนใจเขาไม่เสื่อมคลาย แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดก็ตาม "แต่มันจะได้สักกี่น้ำเชียว... ในเมื่อตัวเธอก็ยังเป็นของผู้ชายคนนี้... เป็นของฉันคนเดียวมาโดยตลอด!"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เขารุกรานกลีบปากอิ่มด้วยความโกรธเกรี้ยวและโหยหาในคราเดียวกัน รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์ดุดันและดึงดัน ทำให้พิมพ์มาดารู้สึกหายใจไม่ออก เธอทั้งทุบ ทั้งตี และพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่เธอควรจะเกลียดชัง แต่ความคุ้นเคยและเคมีที่เคยเร่าร้อนระหว่างกันกลับทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นสะเทือนอย่างไม่น่าให้อภัย
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยครอบครอง กลิ่นไวน์แดงจากริมฝีปากของชายหนุ่มผสมปนเปไปกับรสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตาของหญิงสาว กวินทร์ไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป มือหนาเลื่อนจากผนังมาโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิททุกสัดส่วน ความนุ่มหยุ่นของร่างอวบอิ่มที่อัดแน่นภายใต้ชุดราตรีหรูหราปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายเขาให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด
เขากดสะโพกเข้าหาเธออย่างลاربเร้า ความปรารถนาอันดิบเถื่อนถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม รสจูบเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้งดึงดูดใจ มือใหญ่อีกข้างสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อล็อกท้ายทอยให้เธอรับสัมผัสจากเขาได้อย่างเต็มที่ พิมพ์มาดาพยายามฝืนต้านทานในตอนแรก แต่ยิ่งเขาบดเบียดริมฝีปากลงมา ร่างกายของเธอกลับทรยศด้วยการอ่อนระทวยลงไปทุกที สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือนเมื่อความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว
"กวินทร์... อื้อ..." เสียงครางประท้วงในลำคอแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบสะท้านเมื่อมือซุกซนของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลัง สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟสวาทที่เคยดับมอดให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นในคราแรกหลอมละลายกลายเป็นความกระหายหาที่ยากจะปฏิเสธ
เขากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "ฉันเกลียดรอยยิ้มที่เธอให้คนอื่น... พิมพ์... เธอมันใจร้ายนักที่กล้าทิ้งฉันไป แต่ร่างกายเธอกำลังบอกฉันนะ... ว่าเธอก็คิดถึงฉันไม่แพ้กัน"
สัมผัสวาบหวามลึกซึ้งดำเนินต่อไปในมุมลับตาคน ความยินยอมพร้อมใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความถือดีถูกปลดปล่อยออกมาในความมืดสลัวของระเบียง เสียงลมหายใจหอบกระชั้นและสัมผัสแนบชิดดึงดูดใจจนโลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงความรุ่มร้อนของถ้อยคำและการสัมผัสที่แผดเผาทุกความรู้สึกให้มอดไหม้ไปด้วยกัน
ทว่า... ในวินาทีที่ความหอมหวานกำลังจะครอบงำสติสัมปชัญญะทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อพิมพ์มาดาก็ดังแทรกขึ้นมาจากปลายทางเดิน
"คุณพิมพ์ครับ! คุณอยู่ที่นี่หรือเปล่า..."
เสียงของศิลาที่ดังใกล้เข้ามาทำให้กวินทร์ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความขัดจังหวะ แต่ก่อนที่เขาจะได้ผละตัวออก พิมพ์มาดากลับผลักอกเขาออกสุดแรงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและลมหายใจหอบสะท้าน เธอรีบจัดชุดราตรีของตนเองให้เข้าที่ด้วยมืออันสั่นเทา ดวงตากลมโตจ้องมองอดีตสามีด้วยความโกรธปนหวาดหวั่นที่เกือบจะหลุดพ้นจากการควบคุม
กวินทร์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความหงุดหงิด เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่สายตาคมกริบกลับต้องสะดุดเข้ากับสิ่งของชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าคลัตช์ของพิมพ์มาดาในจังหวะที่เธอผลักเขาเมื่อครู่
มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดเล็กที่ถูกเปิดอ้าออก เผยให้เห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่คว่ำหน้าอยู่บนพื้นหินอ่อน และตัวอักษรบางส่วนจากเอกสารทางการแพทย์ที่หลุดรอดออกมา... ตัวอักษรที่ระบุผลการตรวจวินิจฉัยและชื่อโรงพยาบาลชื่อดัง พร้อมกับตัวเลขและเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันของดีเอ็นเอที่เด่นหราจนสะดุดตา
ดวงตาสีเข้มของกวินทร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะก้มลงหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา และเมื่อสายตาคมกวาดมองข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ระบุสถานะความสัมพันธ์ทางสายเลือด... ลลมหายใจของเขาก็พลันสะดุดกكَนาราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง!
ด้วยรักและปรารถนาดีจากใจ,
ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 12
เพลิงหึงที่แผดเผา
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!