เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกดึงออกจากซองสีน้ำตาลดูราวกับเสียงกรีดเฉือนหัวใจของใครบางคนในห้องจัดเลี้ยงหรูหราแห่งนั้น... แต่ในวินาทีต่อมา ประตูห้องทำงานส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับระเบียงกระจกใสกลับถูกกระชากปิดลงอย่างแรง เสียงกลอนประตูล็อกอัตโนมัติ 'คลิก' ดังสนั่นสะท้อนก้องความเงียบ ตัดขาดพวกเขาทั้งสองคนออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
พิมพ์มาดายังไม่ทันได้ตั้งตัว แผ่นหลังบางของเธอก็ถูกต้อนให้ถอยร่นจนแนบชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อดี กวินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วและแรงอารมณ์ที่พรั่งพรูจนแทบจะกลายเป็นพายุคลั่ง ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาคู่นั้นบัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยเพลิงโทสะและหยาดหยดแห่งความระทึกใจที่ค้างคาจากเหตุการณ์ข้างนอก
"คุณต้องการอะไรกันแน่ พิมพ์มาดา?" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของเขาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ปลายจมูกโด่งเป็นสันแทบจะชิดติดกับพวงแก้มเนียนนุ่มที่หันหนีไปอีกทาง
"ปล่อยฉันค่ะ กวินทร์..." พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงเรียบ เธอมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว ความนิ่งสงบของเธอในยามนี้ช่างทรงพลังและกรีดแทงหัวใจอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งให้แหลقสลายได้ในคราเดียว "เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว เอกสารในมือนั่นก็น่าจะบอกทุกอย่างชัดเจนดีนี่คะ"
"ชัดเจนงั้นเหรอ?" กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักลึก มือหนายื่นออกไปตรึงขอบประตูกั้นขังร่างอรชรไว้ตรงกลางราวกับกรงขังที่ไม่มีวันหลุดพ้น "คุณคิดว่าการเอาชนะผมด้วยวิธีนี้มันสะใจมากสินะ ไปสนิทสนมกับศิลา ยอมให้มันมาเดินเคียงข้างคุณในงานเปิดตัว เพื่ออะไร? เพื่อตบหน้าผมให้คนทั้งสังคมหัวเราะเยาะงั้นเหรอ!"
พิมพ์มาดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตฉายแวววาววับด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับมานาน เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกห่าง แต่มันกลับไร้ผลเมื่อร่างสูงใหญ่ยังคงโน้มตัวลงมาหาเธออย่างไร้ช่องว่าง
"คุณเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว กวินทร์..." เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างสะսุมอารมณ์ "โลกใบนี้ไม่ได้มีศูนย์กลางอยู่ที่คุณหรอกนะคะ! ฉันจะไปกับใคร จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใคร มันก็เป็นสิทธิของฉัน คนที่หย่าขาดจากกันไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์มาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของฉันแบบนี้"
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" กวินทร์ทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าลงจนน่าใจหาย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์อีกระลอกที่ร้อนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่า มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างสั่นเทา นิ้วเรียวยาวไล้ผ่านแก้มใสที่เธอพยายามเบือนหนี "คุณลืมไปแล้วหรือไงพิมพ์... ว่าร่างกายนี้ หัวใจนี้ และทุกตารางนิ้วของคุณ เคยเป็นของผม... เป็นของผมคนเดียว!"
สัมผัสอุ่นจัดที่แตะต้องผิวเนื้อทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความทรงจำสีจางที่เคยถูกฝังกลบไว้ด้วยน้ำตาและบาดแผลกลับพรั่งพรูขึ้นมาในเสี้ยววินาที ร่างกายของเธอตอบสนองต่อกลิ่นกายคุ้นเคยและสัมผัสอันคุ้นชินอย่างทรยศ แต่ทิฐิและความเจ็บปวดในอดีตกลับทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังอย่างดีเยี่ยม
"นั่นมันอดีตค่ะ!" เธอกลั้นใจตอบโต้ น้ำเสียงสั่นระริกเล็กน้อยจนปิดไม่มิด "อดีตที่ฉันโง่เขลาและยอมให้คุณเหยียบย่ามหัวใจ แต่จำไว้เถอะนะคะ... ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมร้องไห้รอคุณอยู่บ้านหลังนั้นน่ะ มันตายไปตั้งแต่คุณเซ็นใบหย่าให้วันนั้นแล้ว!"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง กวินทร์นัยน์ตาเข้มขึ้นด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและแรงหึงหวงที่แผดเผาจนแทบคลั่ง เขาไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากหยักพุ่งเข้าครอบครองเรียวปากนุ่มที่กำลังต่อว่าต่อขานเขาทันทีอย่างไร้ความปรานี
"อื้อ..." เสียงท้วงติงของพิมพ์มาดาถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อจุมพิตอันเร่าร้อนและเอาแต่ใจถูกทาบทับลงมา แรงกดดันจากริมฝีปากที่ทั้งดุดันและโหยหาทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด กวินทร์บดขยี้เรียวปากอิ่มด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจ็บปวดร้าวรานค่อยๆ หลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเธอทีละน้อย
มือเรียวที่พยายามผลักไสในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกคุ้นเคยที่แสนอันตรายกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกันทำให้ห้องทำงานแคบๆ นี้ร้อนระอุขึ้นราวกับมีเปลวไฟล้อมรอบ
เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มอ่อนระทวย กวินทร์ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ มือหนาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิดสนิทกันทุกสัดส่วน ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น พิมพ์มาดาเผลอส่งเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความตกใจ พร้อมกับเรียวขาที่ต้องเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้โดยอัตโนมัติเพื่อพยุงตัวไม่ให้ร่วงหล่น
เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงไปที่โซฟาหนังแท้ตัวยาวกลางห้องโดยที่ริมฝีปากยังคงไม่ละออกจากกลีบปากนุ่ม ร่างบางถูกวางลงบนเบาะหนังเย็นเฉียบ แต่วินาทีต่อมาความเย็นนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากร่างหนาที่ทาบทับลงมาครอบครอง
"กวินทร์... หยุดนะ..." เธอหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกปนความวาบหวามที่ยากจะปฏิเสธ เมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าใต้ร่มผ้า เนื้อผ้าซาตินเนื้อลื่นถูกมือหนาร่นลงจนเผยให้เห็นไหล่เนียนนุ่มและผิวเนื้อสีน้ำนมที่เรืองรองใต้แสงไฟสลัว
"ผมหยุดไม่ได้แล้วพิมพ์..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกลั้นเสียงครางออกมาไม่ได้ "คุณลงทัณฑ์ผมมามากพอแล้ว... ถึงเวลาที่ผมต้องทวงสิทธิ์ของผมคืนบ้างแล้วล่ะ"
ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่พรุมจูบตั้งแต่ซอกคอขาวเนียน ไหปลาร้า ได้รูป จนถึงเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ สัมผัสที่ลึกซึ้งและช่ำชองของเขาปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้ให้กลับลุกโชนขึ้นมาใหม่อย่างรุนแรง พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะของเธอกำลังจะหลุดลอย ร่างกายบิดเร้าไปตามแรงสัมผัสอันวาบหวามที่เขามอบให้ ความโกรธแค้นในอดีตถูกแทนที่ด้วยความหึกเหิมทางอารมณ์ที่โหยหากันและกันอย่างลึกซึ้ง
เสื้อผ้าที่เกะกะถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจ ทุกการสัมผัส ทุกรอยจูบ และทุกแรงโอบกอดเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความเจ็บปวดที่รอการเยียวยา ความโหยหาที่สะสมมานาน และความรักที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ ทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำในห้องทำงานส่วนตัว จนกระทั่งเสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบากลืนหายไปกับความเงียบยามค่ำคืน...
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้... แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้อง พิมพ์มาดานอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่ม ศีรษะซบอยู่บนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ กวินทร์ก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่แสดงออกมาในยามนี้ช่างแตกต่างจากความดุดันเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
มือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานใกล้ตัวเพื่อจะดูเวลา แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาเพราะมีข้อความแจ้งเตือนจากสำนักงานทนายความส่วนตัว ส่งตรงถึงเอกสารพินัยกรรมและผลตรวจสุขภาพลับที่เขาเคยสั่งให้ตรวจสอบเมื่อสัปดาห์ก่อน
กวินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เขาเลื่อนเปิดไฟล์เอกสารที่เป็นภาพถ่ายสำเนาใบรับรองแพทย์และผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง... เด็กชายที่มีรอยยิ้ม ดวงตา และโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน นัยน์ตากลมโตและประกายความดื้อรั้นนั้น... ช่างเหมือนกับผู้หญิงที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขาในเวลานี้ไม่มีทับซ้อน
หัวใจของกวินทร์หยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่ออ่านชื่อของมารดาเด็กในเอกสารแผ่นนั้น... ชื่อของพิมพ์มาดาปรากฏหราอยู่อย่างชัดเจน พร้อมกับตัวเลขปีเกิดที่ตรงกับช่วงเวลาหลังจากที่พวกเขาหย่าขาดจากกันพอดี!
ด้วยความตกใจระคนตื่นตะลึง มือหนาจึงเผลอปัดแฟ้มเอกสารอีกชุดที่วางทับอยู่บนโต๊ะตกลงไปที่พื้น 'ปึก!' เสียงกระดาษกระจายเกลื่อนกลาด และแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งก็ปลิวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเท้าของพิมพ์มาดาที่เพิ่งลุกขึ้นมาหยิบเสื้อคลุมสวมทับด้วยความตกใจ
พิมพ์มาดาก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นว่ามันคืออะไร ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ขณะที่กวินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ท่ามกลางความเงียบงันที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของเขาสองคน
"พิมพ์... เด็กคนนั้น... เขาเป็นใคร?"
ด้วยรักและปรารถนาดีจากใจ,
ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 6
พายุในห้องทำงาน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!