ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 5

งานเลี้ยงที่ไร้การต้อนรับ

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
"คุณ... คุณพ่อ?" คำถามที่หลุดลอดจากริมฝีปากสั่นระริกของเด็กชายตัวน้อยร่างป้อมในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบเป๊ะราวกับจำลองมาจากกวินทร์ทุกกระเบียดนิ้ว ทำเอาบรรยากาศรอบตัวในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางกรุง ณ วินาทีนั้น ราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรคลอเบาๆ คล้ายจะเงียบหายไปจากโสตประสาท เสียงแก้วกระทบกันแว่วๆ กลายเป็นความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่บีบคั้นหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น ดิฉัน "ชฎาพรายไวน์แดง" ขอพาทุกท่านดำดิ่งสู่บทที่ 5 ของ "ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ" กันต่อเลยนะคะ... กวินทร์ชะงักกึก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทที่ยืนโดดเด่นอยู่กลางงานเลี้ยงต้อนรับนักธุรกิจระดับแนวหน้าถึงกับก้าวขาไม่ออก ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมานะทิฐิเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตกใจฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่คมระคนความสับสนงุนงงระลอกใหญ่ เมื่อสายตาของเขาประสานเข้ากับดวงตากลมโตสุกใสของเด็กชายวัยสี่ขวบที่ยืนหลบอยู่หลังชายกระโปรงผ้าไหมปักลายวิจิตรของพิมพ์มาดา อดีตภรรยาผู้สง่างามยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน รอยยิ้มบนเรียวปากสีแดงระเรื่อของเธอไม่ได้ไปถึงดวงตา พิมพ์มาดาปรายตามองอดีตสามีด้วยแววตาราบเรียบ เย็นชา และยากจะคาดเดาความรู้สึก ราวกับเขาก็เป็นเพียงธาตุอากาศธาตุหนึ่งในห้องนี้—ความเฉยชาที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกตบด้วยฝ่ามือชาๆ เสียอีก งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อประกาศศักดาความสำเร็จของบริษัทออกแบบเครื่องประดับชั้นนำที่พิมพ์มาดานั่งแท่นเป็นผู้บริหารและดีไซเนอร์หลัก โดยมี "ศิลา" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้เป็นทั้งพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจและคนที่เข้ามาเยียวยาหัวใจของเธอคอยยืนเคียงข้างไม่ห่าง ศิลาวางมืออบอุ่นลงบนบ่าเปลือยเนียนของพิมพ์มาดาอย่างสุภาพ เป็นการประกาศอาณาเขตและแสดงความเป็นเจ้าของทางสายตาอย่างชัดเจน กวินทร์ที่พยายามทำตัวเด่นและก้าวเข้ามาในงานนี้โดยไม่ได้รับเชิญ—ด้วยอำนาจและอิทธิพลที่เขายังหลงเหลืออยู่—หวังลึกๆ ว่าจะสามารถดึงดูดสายตาของพิมพ์มาดาให้หันกลับมามองเขาได้เหมือนในอดีต เขายอมสลัดความถือตัว ยอมยืนอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์ ปรับท่าทางให้ทรงเสน่ห์และเย้ายวนใจเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งด้วยมือของตัวเอง ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับตบหน้าเขาเข้าอย่างจัง เด็กชายตัวน้อยคนนั้น... หน้าตาถอดแบบมาจากวัยเด็กของเขาไม่มีผิดเพี้ยน! ตั้งแต่สันจมูกโด่งรั้น คิ้วเข้มได้รูป ไปจนถึงประกายความดื้อรั้นในนัยน์ตาคู่โต "คุณแม่ครับ... ผู้ชายคนนี้ หน้าตาเหมือนผมเลย" น้องนะโมกระตุกชายผ้าของพิมพ์มาดาเบาๆพลางเอียงคอสงสัย เด็กน้อยยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจความตึงเครียดที่แผ่พุ่งออกมาจากผู้ใหญ่รอบกาย พิมพ์มาดาย่อตัวลงช้าๆ เธอส่งยิ้มอ่อนโยนให้บุตรชาย ก่อนจะลูบศีรษะทุยนั้นอย่างทะนุถนอม สายตาของเธอมองข้ามไหล่เล็กๆ ของลูกชายไปสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่กำลังสั่นระริกของกวินทร์อย่างไม่หลบเลี่ยง "ไม่ใช่หรอกค่ะลูก... เขาไม่ใช่ใครที่สำคัญหำหรับเราหรอกค่ะ ไปทานขนมทางโน้นกับคุณอาศิลากันดีกว่าเนอะ" สุ้มเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบขาดของพิมพ์มาดาประดุจดังเข็มนับพันเล่มที่พุ่งตรงเข้าเสียบแทงกลางหัวใจของกวินทร์ ศิลาโค้งศีรษะให้กวินทร์เล็กน้อยด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ ก่อนจะจูงมือเด็กชายเดินเลี่ยงออกไป ปล่อยให้กวินทร์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องลงมา แต่กลับรู้สึกหนาวยะเยือกถึงไขกระดูกดำ ความเงียบงันรอบตัวถูกทำลายลงด้วยเสียงกระซิบกระซาบของแขกเหรื่อในงานที่เริ่มหันมามองและซุบซิบกันอย่างสนุกปาก กวินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความจริงที่เพิ่งกระแทกเข้าหน้าทำให้สติของเขาแทบขาดผึ่ง เด็กคนนั้น... เด็กที่หน้าตาเหมือนเขาขนาดนั้น... คือลูกของใคร? หรือว่า... เขาคำรามในลำคอด้วยความเจ็บปวด ทิฐิที่เคยค้ำคอพังทลายลงในพริบตา กวินทร์ก้าวเท้าพรวดพราดเข้าไปขวางทางพิมพ์มาดาที่กำลังจะเดินผละหนี มือหนาเอื้อมคว้าข้อแขนเรียวบางไว้ทันทีด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เธอต้องนิ่วหน้า "ปล่อยค่ะคุณกวินทร์ คุณกำลังทำตัวไร้มารยาทในงานของฉัน" พิมพ์มาดาหันกลับมาสะบัดหน้ามองด้วยแววตาแข็งกร้าว ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ "เด็กคนนั้น... พิมพ์... เด็กคนนั้นคือใคร?" กวินทร์เค้นเสียงถาม ลมหายใจหอบกระชั้น อกแกร่งกระกระสนขึ้นลงอย่างรุนแรง ความจริงข้อใหญ่พุ่งชนสมองจนเขาตั้งตั้งสติแทบไม่ทัน "เขา... เป็นลูกของผมใช่ไหม?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความสมเพชเวทนา เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่กรีดแทงลึกถึงขั้วหัวใจ "ลูกของคุณงั้นเหรอคะ?" เธอย้อนถามเสียงหวานหยด ทว่าเย็นชาจนน่ากลัว "คุณเอาความมั่นใจมาจากไหนกันคะคุณกวินทร์ ในเมื่อวันนั้น... คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเด็กในท้องฉันอาจจะไม่ใช่สายเลือดของคุณ... และคุณก็เป็นคนเซ็นใบหย่าไล่ฉันออกจากชีวิตคุณเองอย่างไม่ลังเล" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนอกซ้ายของกวินทร์อย่างจัง เขาล้มทรุดความเย่อหยิ่งทั้งมวลลงตรงหน้าเธอ ภาพในอดีตที่เขาเคยใจร้ายและผลักไสเธอกลับย้อนเข้ามาซัดทอนสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น ในวินาทีที่กวินทร์กำลังจะคุกเข่าลงอ้อนวอนขอโอกาส เพื่อสารภาพความผิดบาปทั้งหมดและขอพิสูจน์ความเป็นพ่อ ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็เปิดผางขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษปริศนาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารลับในมือ ชายคนนั้นส่งซองเอกสารสีน้ำตาลให้แก่พิมพ์มาดาโดยตรง พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงกังวานที่ได้ยินกันทั่วทั้งบริเวณ "คุณพิมพ์มาดาครับ... ผลตรวจ DNA ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายโลหิตระหว่างคุณกวินทร์กับน้องนะโม... ออกมาแล้วครับ" ลมหายใจของทุกคนในงานหยุดชะงักลงทันที กวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนลุ้นระทึก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ขณะที่พิมพ์มาดารับซองเอกสารนั้นมาถือไว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ดึงกระดาษแผ่นสำคัญออกมาจากซอง... โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของชฎาพรายไวน์แดงทุกคน!
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%