กลิ่นอายความกรุ่นของกาแฟชั้นดีบนโต๊ะทำงานราคาแพงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ของกวินทร์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบตามจังหวะความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาช่องอก ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและแรงหึงหวงที่เจ้าตัวไม่ยอมรับ
"ศิลามันให้เธอเท่าไหร่... ถึงได้ยอมเอาตัวเข้าแลกกับบริษัทกระจอกๆ ของมัน พิมพ์มาดา?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยถ้อยคำบาดหผลและเหยียดหยาม เสมือนว่าอดีตภรรยาที่ยืนสง่านิ่งอยู่ตรงข้ามเป็นเพียงสิ่งของราคาถูกที่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงินตรา
พิมพ์มาดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากเรียวบางที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอย่างที่เขาคาดหวัง ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกลับยืนหลังตรงเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง ดวงตากลมโตคู่สวยมองตอบอดีตสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนกวินทร์ต้องขบกรามแน่น
"คุณคิดว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้มีราคาค่างวดให้คุณตีค่าเล่นๆ เหมือนสิ่งของในสต็อกสินค้าของคุณหรือไงคะ, คุณกวินทร์"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวกริบมีดกรีดแทลงกลางใจคนฟัง พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันซึ่งทรงพลังยิ่งกว่าการตะโกนด่าทอ
"ต่ำตม... คำก็ศิลา สองคำก็ผู้ชายคนนั้น คุณคงคิดว่าตัวเองสูงส่งมากสินะ ถึงได้กล้าเอามาตรฐานสกปรกในหัวใจตัวเองมาตัดสินคนอื่น ความจริงแล้ว... คนที่น่าสมเพชที่สุดในห้องนี้ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่เป็นคุณต่างหาก... ผู้ชายที่จมปลักอยู่กับความระแวงและเงาของตัวเอง จนไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับว่า 'แพ้' ให้กับคนที่เขาดีกว่าคุณในทุกๆ ด้าน!"
"พิมพ์มาดา!"
กวินทร์คำรามลั่นด้วยความเดือดดาล มือหนาปัดแก้วกาแฟบนโต๊ะจนแตกกระจาย เสียงเซรามิกกระทบพื้นดังสนั่น กลิ่นกาแฟคละคลุ้งไปทั่ว แต่พิมพ์มาดากลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของเธอจะอยู่ระดับอกของเขาพอดี แต่รัศมีแห่งความมั่นใจและศักดิ์ศรีที่เธอแผ่ออกมากลับทำให้ชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ต้องชะงักงันโดยไม่รู้ตัว
"ทำไมคะ? ฟังความจริงแล้วรับไม่ได้เหรอ?" เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทของเขาอย่างเชือดเฉือน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแผ่วเบาแต่กลับสร้างความร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลวกบนผิวเนื้อของกวินทร์ "จำใส่สมองอันคับแคบของคุณเอาไว้ด้วยนะคะ ว่าผู้หญิงที่คุณเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใยในวันนั้น วันนี้เธอเดินออกมาไกลเกินกว่าที่คนอย่างคุณจะเอื้อมถึงแล้ว... และต่อให้คุณคุกเข่าร้องขอความเห็นใจ ฉันก็ไม่มีวันชายตามองผู้ชายใจแคบอย่างคุณอีกเด็ดขาด!"
คำพูดทิ่มแทงหัวใจเหล่านั้นร่วงหล่นลงมาดั่งหินผาถล่มทับร่างกวินทร์ สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเยือกเย็นมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนรูปเป็นแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วอณูผิว
ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วรวบเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกบางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อากาศในปอดถูกสูบหายไปชั่วขณะเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี
"อื้อ..."
เสียงประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปในลำคอทันที กวินทร์ไม่อาจอดกลั้นความคลุ้มคลั่งที่กัดกินหัวใจได้อีกต่อไป จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลหรือการวอนขอ แต่มันคือการลงทัณฑ์... การประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของด้วยความดุดันและเร่าร้อนราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกันสร้างความปั่นป่วนในท้องจนพิมพ์มาดารู้สึกวูบวาบอย่างน่าละอาย
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความดุดันและกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับความคุ้นเคยในอดีตที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำ ทำให้ร่างกายของเธอบิดเกร็งและสั่นเทาด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ระหว่างความโกรธแค้นที่ถูกหยามเกียรติ กับความโหยหาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ
มือเรียวที่เคยทุบอกแกร่งเพื่อผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นร้อนที่บีบเคล้นเอวคอดผ่านเนื้อผ้าทำให้ผิวเนื้อของเธอซ่านสท้าน ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ
กวินทร์ตวัดแขนอุตรกร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมผละริมฝีปากออกแม้แต่วินาทีเดียว เขาก้าวเดินไปที่โซฟาหนังตัวยาวมุมห้องโดยที่ปากยังคงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มด้วยความกระหายหิว ความเย่อหยิ่งทระนงก่อนหน้านี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงความต้องการดิบเถื่อนที่ต้องการจะสลักรอยตราประทับความเป็นเจ้าของลงไปในเรือนร่างของหญิงสาว เพื่อตอกย้ำให้เธอกลับมาเป็นของเขา... เพียงคนเดียวเท่านั้น
ร่างบางถูกกดลงบนโซฟานุ่มโดยมีร่างหนาทาบทับลงมาทันที กวินทร์ซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยสีแดงกุหลาบตัดกับผิวขาวเนียน มือหนาลูบไล้ต่ำลงไปใต้ชายเสื้อสูทสัมผัสผิวเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าวไม่แพ้กัน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของพิมพ์มาดาเมื่อปลายนิ้วของเขาปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาที่เธอพยายามกดทับมาแรมปีให้ตื่นขึ้นอย่างดุดัน
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งอารมณ์กำลังโหมกระหน่ำจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ตามมาอย่างกะทันหัน
"คุณแม่คะ! น้องธันวาหิวนมแล้ว... เอ๊ะ!"
เสียงใสของพี่เลี้ยงเด็กดังแทรกเข้ามา ทำให้สติของพิมพ์มาดากลับคืนมาในฉับพลัน เธอดันอกกวินทร์สุดแรงเกิดด้วยดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่กวินทร์ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่ทว่า... เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบที่ยืนกะพริบตาแป๋วอยู่ตรงหน้าประตู โดยมีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้น หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่พิมพ์นิยมที่จ้องมองมาทางตนเองอย่างฉงนสนเท่ห์
"คุณ... คุณพ่อ?"
หวังว่ารี้ดเดอร์จะชื่นชอบตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 4
คำดูหมิ่นที่ย้อนเข้าตัว
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!