กระดาษแผ่นบางในมือสั่นระริกราวกับมีชีวิต ตัวเลขความเข้ากันของดีเอ็นเอ 99.99 เปอร์เซ็นต์พุ่งเข้ากระแทกม่านตาของกวินทร์จนพร่ามัว ราวกับมีค้อนเหล็กนับตันกระหน่ำทุบลงกลางอกซ้ายจนลมหายใจสะดุดกึก ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาหลอกหลอน วันที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งภรรยาด้วยถ้อยคำดูแคลน วันที่เขาตราหน้าว่าเธอนำเด็กสกปรกที่ไหนมาแอบอ้างเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข วันนี้... ความจริงอันโหดร้ายกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของเขาอย่างสะใจ
"เด็กคนนั้น..." เสียงของกวินทร์แหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาทิ้งร่างลงบนโซฟาหนังราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงบนพรมเปอร์เซีย แต่ภาพของเด็กหญิงพิมพ์พิศากลับฝังแน่นอยู่ในสมอง ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตคู่นั้น... มันคือพิมพ์เขียวของตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน เหตุใดเขาจึงตาบอดสนิท เหตุใดเขาจึงปล่อยให้ความทิฐิบดบังความจริงที่อยู่ตรงหน้ามาเนิ่นนานถึงเพียงนี้
กอดอกแน่นราวกับต้องการปกป้องหัวใจที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมดอกไม้ป่าที่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้องทำงาน กลับทำให้สัญชาตญาณดิบในกายของเขาตื่นตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอม แต่มันคือกลิ่นกายของพิมพ์มาดา... ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบยละศักดิ์ศรีอย่างไร้เยื่อใย และบัดนี้เธอกลับสง่างามราวกับราชินีที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด ปล่อยให้เขาดิ้นรนอยู่ในกองเพลิงแห่งความสำนึกผิด
กวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นหอมนั้นรัญจวนใจจนปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเย็นชามานานปี ภาพของเธอยามที่เอื้อnเอ่ยปฏิเสธเขาอย่างเยקטนชาในงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อน ยิ่งทำให้เลือดในกายสูบฉีดพลان ร่างกายของเขาร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ความโหยหา ความต้องการ และความปรารถนาอันดิบเถื่อนตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบคลั่ง เขาอยากจะกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน อยากจะใช้รสจูบอันดุดันลบเลือนรอยแผลที่เขาเคยฝากไว้ และอยากจะบังคับให้เธอยอมจำนนต่อเขาอีกครั้ง... เหมือนดั่งในอดีต
ทว่า... โลกไม่ได้หมุนตามใจเขาอีกต่อไปแล้ว
เสียงเคาะประตูเบาๆ ขัดจังหวะความคิดอันฟุ้งซ่าน ประตูห้องทำงานเปิดออกเผยให้เห็นร่างเพรียวระหงของพิมพ์มาดา เธอยืนสง่างามอยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีงาช้าง ขับเน้นทรวดทรงเย้ายวนชวนมอง ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มเยርนหยันบางเบา ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว
"คุณกวินทร์ดูท่าทาง... สติหลุดไปไกลเลยนะคะ" พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอก้าวเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ ปลายส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่สั่นประสาทชายหนุ่ม
กวินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาเก่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความรู้สึกโหยหาตีรวนขึ้นมาจนเขาแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเธอยิ่งโชยเข้าจมูกชัดเจนขึ้น ปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นเต็มตา ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนพิมพ์มาดาผถอยหลังไปชนกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง
"พิมพ์..." เสียงของเขาทุบต่ำและแหบพร่า มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าเอวบางเข้าหาตัว
แต่พิมพ์มาดากลับไวกว่า เธอใช้มือเรียวบางดันแผงอกกว้างของเขาไว้ ออกแรงผลักอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยความสมเพชเวทนา
"อย่ามาแตะต้องฉันด้วยมือคู่นี้ค่ะ กวินทร์" เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด "คุณไม่มีสิทธิ์นั้นมานานแล้ว"
"ฉันมีสิทธิ์!" กวินทร์คำรามต่ำในลำคอ ความอดทนที่เหลืออยู่วัดขาดสะบั้นลง สัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าครอบงำ มือหนาคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดร่างระหงให้แนบชิดกับแผงอกของตนจนเธอแทบไม่มีพื้นที่หายใจ "และผลตรวจดีเอ็นเอนั่น... ก็พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าพิมพ์พิศาคือลูกของฉัน! ลูกของฉันกับเธอ, พิมพ์มาดา!"
พิมพ์มาดาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้าน เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อแย้มยิ้มเยาะหยัน "แล้วอย่างไรคะ? ต่อให้เลือดครึ่งหนึ่งในกายเด็กคนนั้นจะเป็นของคุณ แต่วิญญาณและหัวใจของแก... เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว ส่วนคุณ กวินทร์... คุณเป็นแค่อดีตที่น่ารังเกียจที่ลูกสาวของฉันไม่จำเป็นต้องรู้จักด้วยซ้ำ!"
คำพูดนั้นกรีดแทงหัวใจของกวินทร์จนเลือดสาดกระจาย ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาไม่อาจทนฟังถ้อยคำตัดรอนเยื่อใยเหล่านั้นได้อีกต่อไป
กวินทร์ก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ บดขยี้ด้วยความโหยหาและแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานปี พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอดิ้นรนขัดขืน ทุบตีแผงอกกว้างด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี ทว่าเรี่ยวแรงของหญิงสาวหรือจะสู้แรงของอดีตสามีผู้คลั่งแค้นและต้องการไถ่บาป
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความป่าเถื่อนและดุดัน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อน กวินทร์แทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่เคยรวบข้อมือเธอไว้เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแน่น แนบชิดจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของกันและกัน พิมพ์มาดาพยายามฝืนใจแข็ง ขบฟันแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เขาเข้ามาล่วงเกิน ทว่าสัมผัสอันคุ้นเคยและกลิ่นกายอันคุ้นชินกลับเริ่มทรยศความตั้งใจ แรงขัดขืนเริ่มอ่อนยวบลงทีละน้อย เมื่อปลายลิ้นร้อนของเขาตักตวงความหอมหวานจนเธอแทบระลายคออ้อมแขน
ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นเสียงเดียวในความเงียบงัน กวินทร์ผริมฝีปากออกช้าๆ สายตาคมกริบมองริมฝีปากบวมเจ่อของเธอด้วยความพึงพอใจ
"คุณเกลียดฉันได้..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมฝีปากนุ่ม ขณะที่มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเรียวเนียนภายใต้เสื้อสูท "แต่ร่างกายของคุณกำลังบอกความจริงตรงกันข้าม, พิมพ์มาดา..."
พิมพ์มาดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนของเขาปลดกระดุมเสื้อสูทเม็ดบนออกอย่างอารมณ์พาไป สติที่เหลืออยู่กำลังจะพังทลายลงในอ้อมกอดของซาตานร้ายที่เธอกลัวที่สุด
ทว่า... ก่อนที่สติของทั้งคู่จะขาดผึ่ง ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก
"คุณแม่คะ! คุณอาศิลาพาหนูไปซื้อไอศกรีมแล้วนะคะ อยู่ไหนเอ่ย..."
ร่างของพิมพ์มาคารแข็งทื่อทันที เธอดันอกกวินทร์สุดแรงเกิดด้วยดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ส่วนกวินทร์ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความคลุ้มคลั่งเมื่อได้ยินชื่อของศัตรูหัวใจ
หวังว่ารี้ดเดอร์จะชื่นชอบบทนี้ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 3
กลิ่นน้ำหอมแห่งความทรงจำ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!