แก้วไวน์คริสตัลก้านยาวถูกวางกระแทกลงบนพื้นหินอ่อนอย่างไม่เบามือ เสียงก้องกังวานนั้นบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของห้องจัดแสดงนิทรรศการอัญมณีใจกลางกรุง กวินทร์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น หูของเขายังคงอื้ออึงกับภาพเงาสะท้อนที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงวัยห้าขวบคนนั้น... ดวงตากลมโต จมูกรั้น และรอยยิ้มที่แม้แต่ตอนเจ้าตัวเอียงคอมองตุ๊กตาในตู้กระจก ก็ยังถอดพิมพ์มาจากเขา—จากตัวกวินทร์เอง—ราวกับก๊อปปี้วาง
มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญทางพันธุศาสตร์ โลกใบนี้ไม่มีความบังเอิญที่น่าตกใจถึงเพียงนี้
“คุณกวินทร์คะ ทางเราพร้อมสำหรับการเซ็นสัญญาโครงการร่วมทุนแล้วค่ะเชิญทางนี้...”
เสียงหวานใสของเลขาธิการสาวดังขึ้นขัดจังหวะความคิดอันฟุ้งซ่าน แต่กวินทร์ไม่ได้สนใจฟัง เขากวาดสายตาดุจเหยี่ยวตามหาเป้าหมายหลักของงานในค่ำคืนนี้... พิมพ์มาดา
ร่างระหงในชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องราวกับไข่มุกเม็ดงาม พิมพ์มาดากำลังยืนสนทนากับชายหนุ่มร่างสูงโปรดผู้เป็นเจ้าของแกลเลอรีชื่อดังอย่างศิลา รอยยิ้มที่เธอมอบให้ศิลานั้นช่างอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มแบบที่กวินทร์ไม่เคยได้รับมาตลอดสามปีที่พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา ในเวลานั้น มีเพียงความเย็นชา ความหมางเมิน และความว่างเปล่าที่เธอสาดใส่เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการลงทัณฑ์ผู้ชายที่โง่เขลาที่สุดในปฐพี
กวินทร์สาวเท้าก้าวเข้าไปหาเธอด้วยหัวใจที่เต้นรำด้วยจังหวะบ้าคลั่ง ความรู้สึกผิดที่กัดกินมานานนับปีผสม The Regret and the Pride ประเดประดังเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก เขายังจำวันที่เธอยื่นใบหย่าพร้อมกับท้องโตๆ ได้ดี วันนั้นเขาไล่เธอออกจากบ้านด้วยความเย่อหยิ่ง คิดว่าผู้หญิงที่ไร้ทางสู้คนนั้นจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีเงินตราและนามสกุลของเขา แต่ตอนนี้... พิมพ์มาดาในเวอร์ชันนี้สง่างาม เจิดจรัส และทรงพลังเกินกว่าที่ผู้ชายคนไหนจะอาจเอื้อมแตะต้องได้ง่ายๆ
“พิมพ์…” น้ำเสียงของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งสั่นพร่าเล็กน้อย ยามเมื่อเขาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอ
พิมพ์มาดาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เธอยังไม่หันกลับมาทันที หญิงสาวจิบรอมแชมเปญในแก้วอย่างใจเย็น ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบคั้นหัวใจคนด้านหลัง ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววตัดพ้อและเจ็บช้ำ บัดนี้มันเรียบนิ่ง ว่างเปล่า และเย็นชา... ยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก สายตาคู่นั้นมองทะลุผ่านเขาไป ราวกับกวินทร์เป็นเพียงอากาศธาตุ เป็นแค่วัตถุไร้ค่าชิ้นหนึ่งที่เธอไม่แม้แต่จะชายตามอง
“อ้าว คุณกวินทร์ มีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ?” พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความระคายเคือง ไร้ความโกรธเกรี้ยว และที่สำคัญที่สุด... ไร้เยื่อใย
“เรา… เราต้องคุยกันเรื่องเด็กคนนั้น” กวินทร์กลืนก้อนความขมขื่นลงคอ พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อเอ่ยประโยคที่ค้างคาใจ “เด็กผู้หญิงคนนั้น… แกชื่ออะไร พิมพ์?”
มุมปากของนักออกแบบสาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชระคนกัน เธอกวาดสายตามองสำรวจอดีสามีตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
“เรื่องส่วนตัวของดิฉันค่ะ คุณกวินทร์ไม่มีสิทธิ์มาล่วงเกิน และกรุณารักษาระยะห่างด้วยนะคะ กลิ่นน้ำหอมของคุณมันรบกวนบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ของงานนี้ค่ะ”
ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน มันกรีดแทลงกลางใจของชายหนุ่มจนเลือดซิบ กวินทร์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน ความอีโก้ที่เคยค้ำคอพังทลายลงไม่เป็นท่า เขาอยากจะเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กนั้นไว้เพื่อคาดคั้นความจริง แต่สายตาคมกริบที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันจากศิลา ซึ่งก้าวเข้ามาขนาบข้างพิมพ์มาดา พร้อมด้วยสายตาแข็งกร้าวของพิมพ์มาดา ทำให้เขาต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ
“ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณาถอยไปค่ะ ดิฉันต้องต้อนรับแขกคนอื่น” พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอควงแขนศิลาเดินเลี่ยงหายเข้าไปในกลุ่มนักธุรกิจระดับไฮโซ ปล่อยให้กวินทร์ยืนเคว้งคว้างจมอยู่กับความเจ็บปวดที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทว่าความร้อนรุ่มในอกของกวินทร์กลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว ภาพใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยที่ซ้อนทับกับใบหน้าของเขาเองยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ประจักษ์พยานแห่งสายเลือดที่ไม่สามารถปฏิเสธได้กำลังกรีดร้องว่าเขาคือคนโง่เง่าที่ผลักไสเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตออกไปจากอก
ความเงียบสงบในเพนต์เฮาส์หรูยามตีสองไม่ได้ช่วยให้จิตใจของกวินทร์สงบลงเลย ขวดไวน์ราคาแพงถูกเปิดดื่มเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ รสชาติฝาดเฝื่อนไม่ได้ช่วยล้างความรู้สึกผิดในใจ เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังตัวโปรด สายตาจ้องมองภาพถ่ายเก่าๆ ในโทรศัพท์มือถือ—ภาพที่แอบถ่ายพิมพ์มาดาตอนเผลอเมื่อหลายปีก่อน
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากเบอร์แปลกปลอมก็สว่างวาบขึ้นบนหน้าจอ
กวินทร์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นิ้วแกร่งกดเปิดอ่านข้อความสั้นๆ ที่ส่งเข้ามา พร้อมกับไฟล์แนบที่เป็นภาพเอกสารทางการแพทย์
[อยากรู้ความจริงเรื่องลูกสาวของคุณไหมคะ? พรุ่งนี้เที่ยงตรง ที่ร้านกาแฟเดิม... ถ้าไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิต อย่าลืมมาคนเดียวนะคะคุณพ่อมือใหม่]
หัวใจของกวินทร์กระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อกวาดสายตาลงมาเห็นชื่อบนหัวกระดาษผลตรวจ DNA ฉบับจริงที่แนบมา... ชื่อของเด็กหญิงพิมพ์พิศa และชื่อของเขาปรากฏหราอยู่เคียงคู่กัน พร้อมอัตราความเข้ากันของDNA สูงถึง 99.99%
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการไถ่บาปในบทนี้นะคะ
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 2
ระยะห่างที่ไม่มีวันบรรจบ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!