เสียงล็อกประตูห้องชุดหรูหราดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของราตรี เป็นสัญญาณเตือนภัยที่พิมพ์มาดาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ของกวินทร์ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเธอด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยแรงพายุอารมณ์ เขามิใช่ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนเดิมที่เคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี หากแต่เป็นอดีตสามีผู้กำลังสติแตก ร่างกายสั่นเทาด้วยความหึงหวงและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
"คุณเข้ามาได้อย่างไร... กวินทร์" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นน้อยๆ ที่ปลายเสียง เธอไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดนอนผ้าไหมเนื้อนุ่มยืนหยัดอย่างสง่างาม ดึงเกราะกำบังความเย่อหยิ่งขึ้นมาปกป้องหัวใจที่เคยแหลقสลาย
กวินทร์ไม่ตอบคำถามนั้น เขาก้าวเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ทำให้อากาศรอบกายแทบหมดสิ้น กลิ่นอายบุหรี่เจือจางผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงลอยกรุ่นมาพร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าว มือหนาเอื้อมคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด หากแต่เต็มไปด้วยความสั่นเครือและโหยหา ราวกับกลัวว่าหากเผลอคลายมือออก ร่างตรงหน้าจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุ
"อย่าเรียกผมแบบนั้น... พิมพ์" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนเกือบฟังไม่เป็นศัพท์ แววตาของเขาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยรอยร้าวลึก "ผมทนไม่ไหวแล้ว... ผมทนเห็นคุณยืนอยู่ข้างศิลาไม่ได้ ทนไม่ได้ที่เห็นสายตาที่มันมองคุณ ทนไม่ได้ที่รู้ว่าอดีตผมเคยโง่เง่าทำลายผู้หญิงที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป"
พิมพ์มาดายิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยัน "เพิ่งสำนึกอย่างนั้นหรือคะกวินทร์? สายไปไหมคะสำหรับคำพูดเหล่านี้ ตอนที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ตอนที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระที่น่ารำคาญ... คุณลืมไปแล้วหรือยังไง?"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิม กวินทร์เจ็บแปลบจนต้องหลับตาลงเพื่อกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศอดสูที่เอ่อล้น เขาไม่อาจแก้ตัวใดๆ ได้เลย เพราะทุกอย่างที่เธอพูดคือความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
"ผมรู้... ผมรู้ว่าผมมันเลวทรามแค่ไหน" กวินทร์พึมพำเสียงสั่น ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งย่อตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธออย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป ศีรษะได้รูปซบลงกับหน้าท้องแบนราบของพิมพ์มาดา ลมหายใจอุ่นร้อนผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเธอสะท้าน "ลงโทษผมเถอะพิมพ์... จะตบ จะตี จะเหยียบย่ำผมให้จมดินเหมือนที่ผมเคยทำกับคุณก็ได้ แต่อย่า... อย่าผลักไสผมออกไปจากชีวิตคุณอีกเลย"
ความรู้สึกผิดที่อัดแน่นมานานนับปีระเบิดออกเป็นหยาดน้ำตาอุ่นร้อนที่ซึมผ่านเนื้อผ้าลงสู่ผิวเนื้อของพิมพ์มาดา ความเปียกชื้นนั้นไม่ได้สร้างความสะใจให้เธออย่างที่เคยคิดไว้เลย หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับไหววูบอย่างน่าประหลาด เมื่อได้เห็นอดีตสามีผู้หยิ่งผยอง ยอมคุกเข่าหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักจากเธอด้วยความสิ้นหวัง
มือเรียวยื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วสั่นเทายามสัมผัสเส้นผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงของเขา เธอดึงรั้งใบหน้าคมคายนั้นให้เงยขึ้นสบตา หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยตาคู่คมทำให้กวินทร์ดูเปราะบางและน่าเวทนาอย่างยิ่งยวด
"คุณคิดว่าน้ำตาแค่นี้จะลบความเจ็บปวดที่ฉันต้องเจอทุกลมหายใจได้หรือคะ กวินทร์?" เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
กวินทร์ส่ายหัวช้าๆ หยาดน้ำตาร่วงหล่นจากขนตางอน "ผมไม่ได้หวังให้คุณยกโทษให้... แต่ผมขอโอกาสได้ไถ่บาป ขอโอกาสได้รักและดูแลคุณด้วยชีวิตของผม"
ริมฝีปากที่สั่นเทาของเขาทาบทับลงบนหลังมือของเธออย่างแผ่วเบา เป็นการจูบที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาและรสชาติเค็มปร่าของความเสียใจ สัมผัสอุ่นซ่านนั้นส่งผ่านความรู้สึกผิดบาปและความปรารถนาอันลึกซึ้ง จนร่างระหงสะท้านเฮือก ความโกรธแค้นที่เคยมีเริ่มหลอมละลายกลายเป็นความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงน้ำแข็งมาเนิ่นนาน
พิมพ์มาดาดึงมือกลับช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มสากของเขาอย่างเบามือ การกระทำนั้นทำให้กวินทร์เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ประกายความหวังวาบขึ้นในดวงตาที่มืดมน
"ถ้าคุณอยากไถ่บาปนัก..." พิมพ์มาดาเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินกันและกัน "พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ ว่าความรักที่คุณมีให้ฉันในตอนนี้ มันมากพอที่จะแลกกับวิญญาณของคุณ"
สิ้นคำท้าทายนั้น ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ทาบประสานเข้าหากันอย่างไร้การควบคุม จูบแรกที่เริ่มต้นด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงและวาบหวามอย่างรวดเร็ว กวินทร์โอบประคองเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวด้วยความโหยหา ราวกับคนใกล้ตายที่ได้พบน้ำทิพย์ ริมฝีปากหนาบดFขยี้เรียวปากอิ่มด้วยความเร่าร้อน เรียรียวกระหวัดเกี่ยวตักตวงความหวานล้ำที่โหยหามานานแสนนาน เสียงครางฮัมในลำคอด้วยความอิ่มเอมผสมผสานกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดในความเงียบสงัดของห้องนอน
มือหนาลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดนอนอย่างทะนุถนอม ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาที่ซ่อนเร้นให้ตื่นขึ้น สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและสำนึกผิด ทุกรอยจูบที่ประทับลงบนผิวเนื้อนวลเนียนเปรียบเสมือนการจารึกคำขอโทษอันลึกซึ้ง พิมพ์มาดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจ ความชาชาดั้งเดิมแปรเปลี่ยนเป็นไฟปรารถนาที่แผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว บทรักที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเข้าใจและการอภัย ดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงันของราตรีที่โอบกอดความสัมพันธ์อันซับซ้อนของคนทั้งคู่ไว้
ทว่า ในขณะที่ร่างทั้งสองกำลังหลอมรวมความสุขสมเข้าหากันอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อน เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงที่ถูกทิ้งไว้ก็สั่นครืดคราดขึ้นทำลายบรรยากาศ หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากภาพถ่ายในแอปพลิเคชันลับ ซึ่งเป็นภาพของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะ ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบพิมพ์มาจากกวินทร์ราวกับแกะ พร้อมกับข้อความปริศนาที่ปรากฏเด่นหรา...
*"ความลับที่คุณซ่อนไว้... กำลังจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน"*
ด้วยรักและปรารถนาดีจากใจ,
ชฎาพรายไวน์แดงค่ะ
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 14
รอยจูบที่เปื้อนน้ำตา
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!