ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 15

ยอมคุกเข่าใต้แทบเท้า

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เสียงกระทบของแก้วคริสตัลที่สั่นสะท้านอยู่บนโต๊ะหินอ่อนราคาแพงระยับ ไม่ได้ดังเท่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวของกวินทร์ในยามนี้ เขาจ้องมองร่างบางที่ยืนหันหลังให้ ท่ามกลางความเงียบเชียบในเพนต์เฮาส์หรูที่ครั้งหนึ่งพิมพ์มาดาเคยเรียกมันว่า ‘บ้าน’ แต่บัดนี้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอยังคงอบอวล แต่มันกลับไม่ใช่กลิ่นที่เขาสามารถครอบครองได้อีกต่อไป "คุณจะพูดย้ำอีกกี่ครั้งว่าต้องการอะไรจากฉัน กวินทร์? ทิฐิที่เคยค้ำคอคุณไว้จนเกือบทำลายชีวิตฉันไปครึ่งค่อนชีวิต มันยังไม่พอกับความสะใจของคุณอีกหรือคะ?" พิมพ์มาดาหันกลับมา แววตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่กรีดลึกราวกับใบมีด เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ตัดพ้อ แต่ความสง่างามที่เธอสวมใส่อยู่กลับเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้กวินทร์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเศษฝุ่นที่ไร้ค่า กวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก มือที่เคยกำแน่นคลายออกช้าๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหญิงสาว พื้นหินอ่อนเย็นเยียบส่งผ่านความรู้สึกมาถึงหัวเข่าที่ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี เขาก้มหน้าลง ยอมจำนนต่ออำนาจของรักที่เพิ่งตระหนักว่ามันสายเกินไป "พิมพ์... ผมไม่ได้ต้องการความสะใจ ผมต้องการแค่โอกาส" เสียงเขาทุ้มต่ำ สั่นเครือ "โอกาสที่ผมจะชดใช้ทุกอย่างด้วยสิ่งที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวของผม... คือตัวผมเอง" พิมพ์มาดาแค่นยิ้ม เธอขยับกายเข้าไปใกล้จนปลายรองเท้าส้นสูงของเธอจรดอยู่กับอกกว้างของชายหนุ่ม เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชและเยื่อใยที่ยังคงหลงเหลืออยู่ลึกๆ "คุณคิดว่าการคุกเข่าจะเปลี่ยนอดีตที่พังทลายได้งั้นหรือคะ? ศิลาไม่เคยทำแบบนี้กับฉัน... เขาไม่เคยต้องคุกเข่าเพื่อให้ได้ใจฉัน เพราะเขาให้เกียรติฉันตั้งแต่เริ่ม" ชื่อของศิลาเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟแห่งความหึงหวง กวินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ยังคงก้มหัวลงต่ำ "เพราะผมมันโง่! ผมปล่อยให้ความแค้นและความทะนงตนมาบังตาจนมองไม่เห็นค่าของสิ่งที่มีค่าที่สุด" มือหนาเอื้อมไปคว้าชายกระโปรงของเธอเบาๆ สัมผัสที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันรุนแรงและร้อนผ่าว พิมพ์มาดาสะดุ้งเฮือก เธอรู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา กวินทร์ไม่ได้เพียงแต่ขอร้อง แต่เขากำลังใช้ทุกอณูของร่างกายเรียกร้องความสนใจจากเธอ "อย่าแตะต้องฉัน ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าการพังทลายของหัวใจมันเป็นยังไง" เธอกระซิบ แต่เสียงของเธอกลับสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้ กวินทร์อาศัยจังหวะที่เธอเผลอ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังมหาศาลจากร่างกายกำยำบีบอ้อมกอดเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายผู้ชายที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาของพิมพ์มาดา เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งกดจูบเน้นหนักลงบนจุดชีพจรที่เต้นแรงจนเขารู้สึกได้ "พิมพ์... ผมทรมาน" เสียงกระซิบพร่าเลือนของเขาชิดใบหู เธอสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากดวงตาของผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จัก มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ แต่มันคือหยดน้ำตาแห่งการไถ่บาป มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนลงไปตามส่วนโค้งเว้าของสะโพกที่เคยเป็นของเขาเพียงผู้เดียว พิมพ์มาดาพยายามผลักไส แต่ทุกสัมผัสของเขากลับเปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่ยากจะต้านทาน เธอปล่อยให้ตัวเองถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับผนังห้อง ก่อนที่กวินทร์จะใช้ร่างกายกำยำกักขังเธอไว้ตรงกลาง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ จูบของเขาไม่ได้ร้อนแรงดุดันอย่างที่เคยเป็น แต่มันเนิบนาบ ลึกซึ้ง และละเมียดละไมราวกับกำลังกราบขอขมาต่อทุกรอยแผลที่เขาสร้างไว้ ลิ้นหนาแทรกซึมเข้าไปสำรวจความหวานในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ในขณะที่พิมพ์มาดาเริ่มเผลอไผล โอบกอดเขาไว้แน่นด้วยความโหยหาที่พยายามเก็บกดมานาน ความสัมพันธ์ที่แสนเปราะบางเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อกวินทร์อุ้มร่างบางขึ้นในอ้อมแขน ตรงไปยังเตียงนอนกว้างใหญ่ที่เคยเป็นสังเวียนแห่งความรักและความเจ็บปวด เสื้อผ้าที่เคยดูภูมิฐานถูกปลดเปลื้องออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวกายเนียนละเอียดที่สั่นสะท้านภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนของเขา เขาสอดประสานกายเข้าหาเธออย่างช้าๆ ดั่งต้องการให้เธอรับรู้ถึงความเจ็บปวดของเขาผ่านลมหายใจที่สอดรับกัน ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความรักที่เข้มข้นจนแทบล้นใจ พิมพ์มาดาร้องครางออกมาเบาๆ เมื่อเขามอบความสุขสมที่ทำให้เธอลืมเลือนทุกอย่าง ทั้งศิลา ความแค้น และความหลังที่ขมขื่น มีเพียงเขากับเธอที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนนี้ ทว่า... ในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งถึงขีดสุด ท่ามกลางความเงียบที่เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคน ประตูห้องนอนที่ปิดสนิทกลับถูกแง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงเล็กๆ ที่ดังขึ้นอย่างใสซื่อและไม่ประสา "คุณแม่คะ... น้องพายฝันร้ายค่ะ" ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้มีใบหน้าถอดแบบมาจากกวินทร์ราวกับแกะพิมพ์ ยืนถือตุ๊กตาหมีอยู่ตรงหน้าประตู พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่กวินทร์ที่กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์รักถึงกับตัวแข็งทื่อ สายตาของเขาเลื่อนไปมองเด็กน้อยคนนั้นก่อนจะเบนกลับมามองพิมพ์มาดาที่หน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี โลกทั้งใบของเขากำลังหมุนคว้างเมื่อรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเด็กหญิงนั้นคือคำตอบของทุกคำถามที่เขาเคยสงสัยมาตลอดห้าปี ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการไถ่บาปของพวกเขาในตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าด้วยความเข้มข้นที่มากกว่าเดิมนะคะ ชฎาพรายไวน์แดงค่ะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%