"คุณกำลังทำอะไรของคุณคะ กวินทร์"
น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยระยะห่างที่เธอจงใจขีดเส้นกั้นไว้ แต่มันกลับสั่นน้อยๆ ที่ปลายเสียงอย่างปิดไม่มิด เมื่อร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีเคลื่อนเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้องทำงานเย็นเยียบ เอกสารการออกแบบคอลเลกชันใหม่ล่าสุดร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมทีละแผ่นอย่างไม่มีใครสนใจ
กลิ่นกายคุ้นเคยที่เคยทำให้เธอทั้งหลงใหลและเจ็บปวดในคราเดียวกันกำลังโอบล้อมเธอไว้ กวินทร์ในยามนี้ไม่ใช่ผู้ชายคนเดิมที่เคยสะบัดหน้าหนีและปล่อยให้เธอเผชิญความโดดเดี่ยวในคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้น ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับฉายแววเวทนาตัวเองและอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช ผู้ชายที่เคยถือดีว่าคุมเกมได้ทุกอย่าง กำลังคุกเข่าทางความรู้สึกอยู่ตรงหน้าเธอ—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่าอะไรเลย
"ผมแค่อยากช่วย... พิมพ์" เขากระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่าผ่านเนื้อผ้าชีฟองบางเบา มือหนาวางทราบลงบนผนังเพื่อกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขน เป็นการคุกคามที่สุภาพแต่เร้าใจจนหัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัว "ผมเห็นคุณอดนอนมาสามคืนติดเพื่อโปรเจกต์นี้... ศิลาอาจจะเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีทางธุรกิจ แต่เขาไม่มีวันรู้หรอกว่าเวลาคุณเหนื่อย คุณชอบให้ผม... บีบนวดตรงไหน"
"อย่ามาพูดจาลามปามแบบนี้กับฉันนะคะ!" พิมพ์มาดาหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ผสมปนเปกับความหวั่นไหว เธอยกมือขึ้นหมายจะผลักอกแกร่งออกไป แต่กวินทร์กลับคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน แล้วดึงร่างบางเข้าไปแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง
สัมผัสที่แนบสนิทส่งกระแสความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่าง พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และหยาดเหงื่อจากการทำงานหนักของเขากลับปลุกเร้าความทรงจำอันตรายที่เธอพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปี
"ลามปามเหรอ?" กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดทับมานาน เขายกมืออีกข้างขึ้นไล้ปลายนิ้วอุ่นจัดไปตามกรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งของล้ำค่าที่เกรงว่าจะแตกสลาย "ร่างกายของคุณกำลังบอกความจริงตรงกันข้ามกับคำพูดนะคะ พิมพ์มาดา... หัวใจคุณเต้นแรงจนผมได้ยินมันชัดเจนเลย"
"คุณมัน..."
คำต่อว่าทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อกวินทร์ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธอีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างจาบจ้วงแต่เต็มไปด้วยความโหยหา มันไม่ใช่จูบแห่งการลงทัณฑ์เช่นในอดีต หากแต่เป็นจูบที่เว้าวอน อ่อนหวาน และเจือด้วยรสชาติแห่งการสำนึกผิดที่ค่อยๆ ละลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเธอทีละน้อย
พิมพ์มาดากัดฟันแน่น พยายามเบือนหน้าหนีและต่อต้านด้วยการทุบกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง แต่แรงกายอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงปรารถนาที่โหมกระหน่ำจากฝั่งชายหนุ่มได้ เมื่อกวินทร์เปลี่ยนจากการบังคับเป็นรุกเร้าด้วยสัมผัสอันช่ำชอง ปลายนิ้วร้ายกาจสอดแทรกเข้าใต้กลุ่มผมสลวย บังคับให้เธอยอมรับองศาจูบที่ลึกซึ้งและดูดดื่มยิ่งขึ้น
รสจูบเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความนุ่มนวล ไล่เล็มริมฝีปากอิ่มที่สั่นเทิ้ม ลมหายใจที่ประสานกันเริ่มขาดห้วง ความโกรธแค้นที่เธอสะสมมานานนับปีถูกแผดเผาด้วยความร้อนรุ่มของสัมผัสที่คุ้นเคย ร่างกายที่เคยปฏิเสธกลับพ่ายแพ้ต่อความโหยหาอย่างน่าละอาย เขาลากไล้ริมฝีปากลงมาตามซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ จนเผลอหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมาจากลำคอ
"กวินทร์... พอ... อื้อ..."
เธอยังคงพยายามท้วงติงด้วยเสียงอันแหบพร่า แต่มือที่เคยผลักไสกลับเปลี่ยนเป็นขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของอชายหนุ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามส่วนโค้งเว้าของสะโพก ดึงรั้งร่างเธอลอยติดขอบโต๊ะทำงานจนพื้นที่ส่วนตัวแนบชิดกันอย่างไร้รอยต่อ ความรู้สึกวابวาบแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยจนเข่าแทบทรุด
กวินทร์ผละริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อมองใบหน้าแดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทของอดีตภรรยา แววตาของเขาในวินาทีนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลและคุกรุ่นไปด้วยไฟรักที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
"ผมขอโทษ... ที่เคยปล่อยมือคุณไป" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะประกบจูบลงมาใหม่อย่างเร่าร้อนและยาวนานยิ่งกว่าเดิม มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทและเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องทำงานที่ปิดทึบ ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงครางแผ่วเบาที่ประสานกันเป็นท่วงทำนองแห่งความโหยหา
ไม่มีการบังคับ มีเพียงความยินยอมพร้อมใจที่ถูกขับเคลื่อนด้วยไฟปรารถนาที่สะสมมานาน บนโต๊ะทำงานที่เย็นเยียบกลับร้อนระอุไปด้วยอุณหภูมิร่างกายของคนทั้งคู่ กวินทร์ปรนเปรอเธอด้วยความเร่าร้อน ทะนุถนอม และเรียกร้องในคราวเดียวกัน ทุกสัมผัสคือการไถ่บาป ทุกการเคลื่อนไหวคือคำสารภาพรักที่อัดแน่นอยู่ในอก พิมพ์มาดาแอ่นกายรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นอย่างไร้การควบคุม ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้น กำแพงที่เธอสร้างไว้พังทลายลงราบคาบทีละน้อย เหลือเพียงความรู้สึกโหยหากันและกันที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
เนิ่นนานกว่าพายุอารมณ์จะสงบลง พิมพ์มาดานอนหอบหายใจรดอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องพักรับรอง โดยมีเสื้อคลุมตัวใหญ่ของกวินทร์คลุมกายไว้ เธอมองแผ่นหลังกว้างของอดีตสามีที่กำลังยืนหันหลังจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อยู่ริมหน้าต่าง ความเงียบปกคลุมชั่วขณะ จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน
กวินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาเดินไปเปิดแง้มประตูเพื่อไล่แขกไม่ได้รับเชิญ แต่เสียงทุ้มคุ้นเคยของศิลาคู่ปรับตัวฉกาจกลับดังแทรกเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับเอกสารสำคัญในมือ
"ขอโทษที่มารบกวนเวลาส่วนตัวนะครับคุณกวินทร์ พอดีผมเอาเอกสารสัญญาโปรเจกต์ใหม่มาให้พิมพ์... อ้าว ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะครับ" ศ่ายตาคมกริบของศิลาปะทะเข้ากับกวินทร์ที่ยืนขวางประตูอยู่ ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเลยผ่านไหล่กว้างมองตรงเข้ามาภายในห้อง และหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของพิมพ์มาดาที่กำลังจัดเสื้อผ้าอยู่บนโซฟา
กวินทร์หน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวกลับมาคุกรุ่นด้วยความหึงหวงอีกครั้งในเสี้ยววินาที
แต่ทว่า... ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยคำพูดเยาะเยียดใดๆ ออกมา ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงมายังชั้นนี้กลับเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องทำงาน
"คุณพ่อคะ! คุณแม่ขา! น้องธันวาตามหาคุณพ่อกับคุณแม่ตั้งนานแน่ะ ทำไมแอบมาอยู่กันสองคนนี้ล่ะฮะ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรอนิยายตอนต่อไปกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 21
กำแพงที่ค่อยๆ พังทลาย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!