ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 22

อุบัติเหตุที่ไม่ได้คาดคิด

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บเอกสารใต้ดินผสมผสานกับฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจายในอากาศ ยามเมื่อแรงสั่นสะเทือนจากการทรุดตัวของอาคารสำนักงานใหญ่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างหลัก เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงกรีดร้องของมัจจุราช "อยู่นิ่งๆ ค่ะพิมพ์!" เสียงทุ้มห้วนที่เจือไปด้วยความตื่นตระหนกและร้อนรนจนผิดวิสัยของกวินทร์ดังขึ้น พร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้าโอบกอดร่างระหงของพิมพ์มาดาไว้แนบอกทันที ก่อนที่คานเหล็กขนาดมหึมาจะร่วงหล่นลงมาปิดกั้นทางออกเบื้องหน้าด้วยเสียงดังโครมคราม สะเก็ดไฟจากการเสียดสีของเหล็กสาดกระเซ็นเป็นทางยาวท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมฉับพลัน พิมพ์มาดาหายใจหอบถี่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวกระหน่ำชนซี่โครง เธอไม่ได้หวาดกลัวต่อความตายที่เฉียดฉิวเท่าใดนัก แต่สิ่งที่ทำให้สติของเธอแทบกระเจิงคือสัมผัสแนบแน่นจากอดีตสามีผู้ชายที่เธอพยายามก้าวข้ามและฝังกลบเขาไว้ในอดีตอย่างเลือดเย็น กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นไม้หอมเจือจางผสมกลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคย—กำลังโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทางในพื้นที่คับแคบแห่งนี้ "ปล่อยฉันค่ะ คุณกวินทร์!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามผลักไสแผ่นอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจรุนแรงออกห่าง แต่ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับความดึงดันของเขา "ถ้าไม่อยากตายติดอยู่ตรงนี้ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ซะ พิมพ์!" กวินทร์คำรามต่ำในลำคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่ซ่อนความหวาดกลัวไว้อย่างมิดชิด มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวจนแนบสนิทไม่มีช่องว่าง ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นปัดป้องเศษปูนที่ยังคงร่วงกราวลงมาบนศีรษะของพวกเขา ความมืดและภาวะวิกฤตสร้างบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบขาดใจ อากาศภายในห้องใต้ดินเริ่มน้อยลงทุกที เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะกระชั้นชิด ความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างนี้ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งคู่พยายามกดทับเอาไว้ให้ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง กวินทร์ก้มมองใบีนวลเนียนที่อยู่ใกล้แค่คืบ ในความสลัวรางเขาสามารถมองเห็นดวงตากลมโตที่ฉายแววทั้งโกรธเกรี้ยวและหวั่นไหวระคนกัน "คุณ... คุณตั้งใจขังฉันไว้ที่นี่ใช่ไหม" เธอถามเสียงสั่น พยายามควบคุมความสั่นพร่าของน้ำเสียง "ผมไม่ใช่คนบ้าพอที่จะเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงในตึกที่กำลังถล่มหรอกนะพิมพ์!" เขากัดฟันกรอด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านเมื่อถูกมองในแง่ร้ายจากผู้หญิงที่เขายังคงโหยหา "แต่ถ้ามันทำให้เราได้ติดอยู่ด้วยกันแบบนี้... บางทีฟ้าอาจจะกำลังเข้าข้างผมก็ได้" "คนฉวยโอกาส!" พิมพ์มาดาตวัดฝ่ามือเรียวขึ้นหมายจะตบใบหน้าคมคายนั้นให้หายแค้น แต่กวินทร์ไวกว่า เขารับข้อมือบางไว้ได้ทันก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงปะทะทำให้ร่างกายของเธอยิ่งเบียดแนบชิดกับสรีระกำยำของเขามากขึ้นไปอีก จนเธอรับรู้ได้ถึงมัดกล้ามเนื้อตึง ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้พิมพ์มาดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความทรงจำเก่าๆ เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นภรรยาที่นอนเคียงข้างเขาไหลย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ รสชาติของความเจ็บปวดในอดีตผสมปนเปกับความเย้ายวนในปัจจุบันจนแยกไม่ออก กวินทร์ไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้ต่อต้านอีกต่อไป ก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอเตรียมต่อว่าเขาด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี สัมผัสแรกเนิบนาบแต่หนักหน่วงราวกับต้องการประกาศสิทธิ์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนดุดันที่กวาดต้อนสติสัมปชัญญะของหญิงสาวให้หลุดลอย พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืน แต่เรียวปากหนากลับรุกไล่อย่างเอาแต่ใจ ปลายลิ้นร้อนที่แทรกซึมผ่านริมฝีปากเข้ามาเกี่ยวพันสร้างความวาบหวามจนแข้งขาอ่อนแรง ความโกรธแค้นที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความโหยหาลึก มือหนาที่เคยรวบข้อมือเธอไว้ เลื่อนต่ำลงมาสัมผัสเอวคอดผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ลูบไล้ขึ้นสู่แผ่นหลังเนียนนุ่มจนร่างบางสะท้านเฮือก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านทะลุผ่านทุกอณูผ้า ปลุกเร้าไฟสวาปามที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย็นชาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ในความมืดมิดและไร้ซึ่งหนทางหลบหนีนี้ ไม่มีใครสนใจภัยอันตรายรอบตัวอีกต่อไป มีเพียงเสียงหอบกระซิบ เสียงครางแผ่วเบาด้วยความเสียวซ่าน และสัมผัสแนบเนื้อที่ร้อนแรงจนแผดเผาทุกความหยิ่งทะนง ท่ามกลางซากปรักหักพังและความพินาศเบื้องบน พวกเขากลับกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนอย่างไร้การควบคุม เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำจนทั้งคู่หอบหายใจโยนตัวเข้าหากันด้วยความอ่อนล้า พิมพ์มาดานอนซบอยู่บนอกกว้างของอดีตสามี ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะของเขา ขณะที่มือหนายังคงลูบไล้เส้นผมสลวยของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา แต่แล้ว... ท่ามกลางความเงียบงันที่เริ่มกลับมาเยือน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็ส่องลอดผ่านช่องซากปูนที่พังทลายลงมา พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของหญิงสาวที่ดังลั่นทะลุเข้ามา "พิมพ์! คุณอยู่ในนั้นไหมพิมพ์!" เสียงนั้น... เสียงของศิลา คู่แข่งทางธุรกิจและชายหนุ่มผู้เข้ามาเยียวยาหัวใจเธอในยามที่เธอแตกสลาย ทำให้กวินทร์ชะביกุน ร่างกายที่ผ่อนคลายเมื่อครู่กลับมาเกร็งเครียดขึ้นอีกครั้งในทันที ดวงตาคมกริบในความมืดฉายแววหึงหวงและคลุ้มคลั่งขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด พิมพ์มาดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบดันกายลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา ความรู้สึกผิดและสับสนตีรวนขึ้นมาในอกเมื่อรู้ว่าศิลาตามมาช่วยเธอแล้ว กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความขมขื่นและเย้ยหยัน ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือดด้วยความตกใจ ก่อนที่มือหนาจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่นไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน "ทำไมล่ะ กลัวชู้รักของคุณเห็นสภาพที่เราเพิ่งผ่านกันมาเมื่อกี้งั้นเหรอ?" เขาขบกรามแน่น เสียงกระซิบเยียบเย็นแต่แฝงด้วยความเจ็บปวดบาดลึก "จำไว้ให้ดีนะพิมพ์... ต่อให้มันจะพยายามพาคุณหนีไปไกลแค่ไหน ร่างกายและหัวใจของคุณ ก็ยังเป็นของผม... คนนี้คนเดียว!" ก่อนที่พิมพ์มาดาจะทันได้โต้ แสงไฟฉายดวงใหญ่ก็ส่องกราดเข้ามาจนกระทั่งกระทบเข้ากับใบหน้าของทั้งสองคนที่นั่งชิดติดกันอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง และวินาทีนั้นเอง... ศิลาก็ก้าวพ้นซากปูนเข้ามาพร้อมกับความตกตะลึงจนก้าวขาไม่ออก เมื่อภาพตรงหน้าคืออดีตสามีผู้เย่อหยิ่งกำลังกอดกุมอดีตภรรยาของเขาไว้ในอ้อมแขนด้วยสภาพที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าเพิ่งผ่านเรื่องราวอะไรกันมา ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรอนิยายตอนต่อไปกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%