ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 23

หัวใจที่เริ่มสื่อถึงกัน

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน กวินทร์” น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอายของความพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอกอาคารกระจกนิรภัยชั้นบนสุดของตึกใจกลางเมือง ไม่ได้สร้างความตระหนกให้แก่เธอเท่ากับแววตาไหวระริกของอดีตสามีที่เคยประกาศกร้าวว่าเกลียดชังเธอนักหนา ในเวลานี้ กวินทร์ไม่ได้หลงเหลือมาดของนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งจองหองคนเดิมอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเปียกชื้นลู่แนบไปกับแผ่นอก กลิ่นน้ำหอมผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ยิ่งขับเน้นความรู้สึกบีบคั้นในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดตายจากโลกภายนอก สถานการณ์วิกฤตจากระบบรักษาความปลอดภัยขัดข้องเนื่องจากฟ้าผ่าใหญ่ ทำให้ลิฟต์และระบบสื่อสารทั้งหมดใช้งานไม่ได้ เหลือเพียงเขากับเธอที่ติดอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟสำรองสีนวลจากมุมห้องที่ส่องให้เห็นเงาทอดตัวทับซ้อนกัน กวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่สนใจเสียงทักท้วง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเรียบเฉยที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ความเย่อหยิ่งที่พิมพ์มาดาเคยมีในอดีต บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่ยากจะเข้าถึง และนั่นคือสิ่งที่แผดเผาหัวใจของเขาจนแทบคลั่ง “พิมพ์... ผมไม่ได้มาเพื่อสั่งคุณ” เสียงของเขาแหบพร่า รabกุมด้วยความเจ็บปวดที่สะสมมานานแรมปี “ผมมา... เพื่อขอร้อง” “สายไปแล้วค่ะ” พิมพ์มาดาถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานกระจก มือเรียวบาวยกขึ้นกอดอกเพื่อสร้างเกราะกำบัง แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวรากับกลองเพลเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “คำว่าขอร้อง ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของคุณ กวินทร์... คุณเคยเหยียบย่ำมันจนแหลقละเอียดด้วยมือของคุณเอง แล้ววันนี้ คุณยังมีหน้ามาเรียกร้องอะไรจากผู้หญิงที่คุณผลักไสไล่ส่งอีกหรือคะ” คำพูดนั้นแทงใจดำจนกวินทร์ต้องหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขายื่นมือออกไปหวังจะสัมผัสกลุ่มผมสลวยที่ทิ้งตัวลงเคลียรNบ่า แต่พิมพ์มาดาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความรังเกียจอย่างไม่ปิดบังนั้นทำให้กอดอกของเขาเจ็บแปลบยิ่งกว่าถูกคมมีดกรีด “คุณเกลียดผมมากสินะ” เขาถามเสียงสั่น พลางก้าวประชิดตัวอีกก้าว จนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับโต๊ะและถูกวงแขนแกร่งกักขังไว้โดยปริยาย “ไม่ใช่ความเกลียดหรอกค่ะ...” พิมพ์มาดาเงยหน้าสบตาเขา ดวงตากลมโตฉายแวววับด้วยความหยิ่งทะนง “แต่มันคือความว่างเปล่า คุณไม่มีค่าพอให้ฉันเกลียดอีกต่อไปแล้ว ต่างหากล่ะคะ” ราวกับเส้นด้ายแห่งความอดทนขาดสะบั้นลง กวินทร์พุ่งเข้าประชิดตัวเธออย่างไร้การควบคุม ความโหยหาที่อัดอั้นมาเนิ่นนานปะทะเข้ากับความเย่อหยิ่งของหญิงสาวกลายเป็นแรงดึงดูดอันตราย ร่างสูงก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังต่อว่าต่อขานเขาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว “อื้ม...!” เสียงประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปในลำคอ รสจูบในคราแรกเต็มไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ราวกับเขาต้องการลงทัณฑ์เธอให้สาสมกับความทรมานที่เขาได้รับ แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงผลักไสที่อ่อนยวบลง และกลิ่นกายหอมละมุนคุ้นเคยที่แสนคิดถึง รสจูบอันป่าเถื่อนจึงแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอน ริมฝีปากหนาบดFคลึงกลีบปากนุ่มอย่างอ้อยอิ่ง ไล้เล็มความหวานล้ำที่เขาเคยโง่เขลาโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี มือเรียวที่เคยผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่รวบเอวคิ้วคอดเข้ามาแนบชิด ทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้เกราะกำบังเริ่มสั่นคลอน กำแพงความเย็นชาที่พิมพ์มาดาเพียรสร้างมาตลอดพังทลายลงทีละน้อยท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาด กวินทร์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่อ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของอดีตภรรยาที่เวลานี้ริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาฉ่ำน้ำด้วยความปรารถนา “พิมพ์...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่สั่นพร่าที่สุดในชีวิต “ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ให้ผมได้พิสูจน์ว่าหัวใจของผมมันเป็นของคุณมานานแค่ไหนแล้ว” พิมพ์มาดานิ่งงัน หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี เห็นร่องรอยของความสำนึกผิดและความเจ็บปวดที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่การแสดงละคร แต่มันคือความพังทลายของชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ในเสี้ยววินาทีนั้น เกราะกำบังทั้งหมดที่เธอใช้ปกป้องหัวใจได้พังครืนลงมาอย่างไม่มีชิ้นดี ร่างสูงโน้มตัวลงมาอีกครั้ง และในคราวนี้ ไม่มีแรงขัดขืนใดๆ จากพิมพ์มาดาอีกต่อไป มีเพียงการยินยอมพร้อมใจที่จะปล่อยให้เปลวไฟแห่งความเสน่หาแผดเผาความหนาวเหน็บในอดีตให้มอดไหม้ไปพร้อมกับค่ำคืนอันยาวนาน บทเพลงรักอันร้อนแรงและลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตึกสูง สัมผัสแนบชิด รสจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหา และการสอดประสานทางจิตวิญญาณและร่างกายทำให้ทุกหยาดหยดของความเจ็บปวดในอดีตถูกชำระล้างจนหมดสิ้น กวินทร์โอบกอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปกับสายหมอกยามรุ่งอรุณ ขณะที่พิมพ์มาดาเองก็ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปลดปล่อยหยาดน้ำตาแห่งความโล่ง ทว่า... ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังหลอมรวมหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของศิลา—คู่แข่งทางธุรกิจและชายหนุ่มที่คอยดูแลเธอในวันที่ย่อยยับ—ก็ดังขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะบนโต๊ะทำงานใกล้ตัว พิมพ์มาดาสดุ้งสุดตัวและผละออกจากอ้อมแขนอุ่นทันที มือเรียวเอื้อมไปหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาหน้าจอแสดงข้อความตัวโตจากศิลาที่ถูกส่งเข้ามาท่ามกลางความเงียบ: *[พิมพ์ครับ พรุ่งนี้ผลตรวจ DNA ของเด็กน้อย... ออกแล้วนะครับ ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว]* กวินทร์ที่ยืนมองหน้าจออยู่เคียงข้าง ชะงักกGกค้างไปทันที ลมหายใจของเขาติดขัด ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนสับสน ขณะที่พิมพ์มาดาหน้าซีดเผือดลงในพริบตาเดียว! (อ่านต่อตอนที่ 24 พรุ่งนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ รี้ดที่รัก) ขอบคุณรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนชฎาพรายไวน์แดงเสมือนลมหายใจนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%