ความเงียบงันภายในห้องสูทเพนต์เฮาส์หรูหรา บดบังความรุ่มร้อนที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกของคนทั้งคู่ได้เพียงเปลือกนอกเท่านั้น
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... กวินทร์ ถึงได้เดินกลับเข้ามาในชีวิตฉันตามอำเภอใจแบบนี้" พิมพ์มาดากล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแววตาสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกสะกิดให้ปะทุขึ้นทีละน้อย ร่างเพระระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีนิลยืนพิงขอบกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน แต่ไม่มีสิ่งใดดึงดูดสายตาของเธอได้เท่ากับร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม
กวินทร์ไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งทอดมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งความโหยหา ความสำนึกผิด และไฟปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชามาเนิ่นนาน เขาย่างสามขุมเข้ามาจนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย้ายวนยามค่ำคืนโชยปะทะนาสิกของพิมพ์มาดา ทำให้ลมหายใจของเธอกระตุกวูบ
"ผมเป็นสามีของคุณ... ถึงแม้ในทางกฎหมายเราจะหย่าขาดกันไปแล้ว แต่ในหัวใจของผม คุณคือคนเดียวที่ผมไม่มีวันปล่อยมืออีกเด็ดขาด พิมพ์"
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเอ่ยกระซิบชิดริมหู พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่เอื้อมไปโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะนั้นทำให้พิมพ์มาดาต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ทว่าสัมผัสจากฝ่ามือที่แนบไปกับกล้ามเนื้อตึงแน่นภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวกลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบแล่นริ้วไปทั่วร่างอย่างน่าประณาม
"ปล่อยนะ... คนหน้าไม่อาย คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!"
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" กวินทร์ยิ้มหยันที่มุมปาก นัยน์ตาดำขลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ยากจะควบคุม "วันที่ผมโง่เขลาปล่อยคุณไป คือวันที่ผมตกนรกทั้งเป็น พิมพ์... มองตาผมสิ แล้วบอกผมหน่อยว่าคุณไม่รู้สึกอะไรเลย"
นิ้วเรียวแกร่งเชยคางมนขึ้น บังคับให้เธอสบตาเขา ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ใกล้พวงแก้มเนียนนุ่ม กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอยังคงตรึงตรึงใจเขาเหมือนในอดีต ไม่มีวันเปลี่ยน ความดื้อรั้นในแววตาคู่สวยที่เคยท้าทายเขา ตอนนี้กลับฉายประกายความสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากอิบอิ่มเผยอน้อยๆ อย่างคนขาดอากาศหายใจ และนั่นคือสัญญาณที่กวินทร์รอคอย
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และการเรียกร้องเอาคืนอย่างเอาแต่ใจ พิมพ์มาดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง สมองอื้ออึงจนคิดคำพูดใดไม่ออก เรียวลิ้นอุ่นร้อนที่ล่วงล้ำเข้ามาเกี่ยวพันสร้างความวาบหวามจนเธอเผลอจิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกคุ้นเคยและรสชาติแห่งความคิดถึงตีรวนขึ้นมาในอก ปลุกเร้าไฟพิศวาสที่เคยถูกแช่แข็งให้กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง
อ้อมแขนที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นโอบกอดรอบลำคอแกร่งอย่างยอมจำนนต่อสัญชาตญาณ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางความมืดสลัวของห้องนอนกว้าง
กวินทร์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวโดยริมฝีปากยังไม่ผละออกจากกัน พิมพ์มาดาหวีดร้องเบาๆ ในลำคอด้วยความตกใจก่อนที่แผ่นหลังนุ่มจะสัมผัสลงบนฟูกนอนขนาดใหญ่ในห้องนอนส่วนตัว แรงกดทับจากร่างหนาที่ทาบทับลงมาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมไว้ด้วยอ้อมกอดอันทรงพลังที่เธอไม่อาจหลุดพ้นและไม่ต้องการจะหลุดพ้นอีกต่อไป
เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นด้วยความเร่งร้อนแต่นุ่มนวล แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเผยให้เห็นเรือนร่างงดงามที่กวินทร์เคยปรารถนาจะครอบครองและทะนุถนอม สายตาของเขาที่มองสำรวจเธอเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและชื่นชมราวกับเธคือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต
"คุณสวยเหลือเกิน... พิมพ์" เขากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากร้อนพรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียน ไหปลาร้า และซอกคอหอมกรุ่น สร้างรอยสัมผัสสีจางที่แสดงความเป็นเจ้า
พิมพ์มาดาแอ่นกายรับสัมผัสเหล่านั้นด้วยความวาบหวาม เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดจากริมฝีปากของเธอเมื่อปลายนิ้วอุ่นลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นจนยากจะควบคุม สัมผัสของเขาในค่ำคืนนี้ไม่มีความเย่อหยิ่งหรือเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเว้าวอนและการยอมจำนนต่อเธออย่างหมดหัวใจ
เมื่อร่างกายทั้งสองแนบชิดอย่างไร้รอยต่อ ความอบอุ่นที่ซ่านซ่านไปทั่วสรรพางค์ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน การประสานประสานเป็นหนึ่งเดียวเกิดขึ้นอย่างลึกซึ้งและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่โหยหากันและกันมาเนิ่นนาน ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเปี่ยมไปด้วยความหมาย ทั้งการไถ่บาป การโหยหา และความรักที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ
เสียงหอบหายใจรัญจวนเคล้าคลอไปกับเสียงครางแผ่วเบาที่สะท้อนก้องในความเงียบงัน ค่ำคืนนี้ไม่มีผู้ชนะหรือผู้แพ้ มีเพียงคนสองคนที่ยอมปล่อยให้ความปรารถนาและไฟรักนำทาง พาข้ามผ่านความเจ็บปวดในอดีตไปสู่ห้วงเวลาแห่งความสุขสมที่รอคอยมานานแสนนาน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งความเงียบสงบกลับมาเยือนห้องนอนอีกครั้ง พิมพ์มาดานอนซบอยู่บนแผงอกกว้างของกวินทร์ ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเขา มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยของเธออย่างอ่อนโยน
"เราจะไม่แยกจากกันอีกแล้วนะ พิมพ์..." กวินทร์เอ่ยกระซิบเบาๆ พร้อมกับกดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม
พิมพ์มาดาหลับตาลง ซึมซับความอบอุ่นนั้นไว้ในความรู้สึก โดยไม่ทันสังเกตเห็นแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งสว่างวาบขึ้นพร้อมกับการแจ้งเตือนข้อความใหม่
หน้าจอแสดงภาพพรีวิวข้อความจากเบอร์แปลก พร้อมกับไฟล์แนบรูปถ่ายเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับกวินทร์ราวกับแกะ... และข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นมาว่า
*"คุณพิมพ์มาดาคะ ทางเราส่งเอกสารยืนยันตัวตนของน้องรัน และผลตรวจ DNA รอบล่าสุดมาให้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วค่ะ"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 24
รอยประทับใจที่ไม่จางหาย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!