"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจร่วมห้องกับลูกของฉันค่ะ คุณกวินทร์"
น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้ตะโกน ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนอดีตภรรยาที่เคยอ่อนแอในความทรงจำของผู้ชายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว ภาพที่กวินทร์เห็นในยามนี้คือ "อดีตภรรยาผู้เกรียงไกร" หญิงสาวผู้สง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีงาช้าง ข้อมือเรียวสวมนาฬิกาเรือนหรูที่เธอกดซื้อด้วยหยาดเหงื่อและมันสมองของตัวเอง สายตาคู่คมกริบที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยว ชนิดที่ทำให้มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาต้องรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า
ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาเลือกที่จะขยับตัวอย่างสุภาพ เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของพิมพ์มาดาไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกถึงสิทธิ์อันชอบธรรมในฐานะพาร์ทเนอร์ทั้งทางธุรกิจและหัวใจ รอยยิ้มอบอุ่นของศิลาตอกย้ำความพ่ายแพ้ของกวินทร์ให้ดิ่งลึกลงไปในเหวแห่งความมืดมิด
"พ่อขา... หนูง่วงแล้วค่ะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยที่ซบหน้าลงกับลาดไหล่ของศิลา ทำเอาหัวใจของกวินทร์กระชากวูบ ภาพเด็กน้อยที่มีดวงตากลมโตและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังซุกตัวออดอ้อนชายอื่นอย่างสนิทสนม คำว่า 'พ่อ' ที่เปล่งออกมาจากปากเด็กคนนั้นบาดลึกเข้าที่ขั้วหัวใจของกวินทร์จนกระอักเลือด ร่างสูงใหญ่ที่เคยทะนงตนสั่นเทิ้มด้วยแรงหึงหวงและสำนึกผิดที่โถมซัดเข้ามาพร้อมกัน
"พิมพ์... ขอร้องล่ะ ขอโอกาสให้ฉันได้พูด ได้อธิบายเรื่องทั้งหมด..." กวินทร์ก้าวเท้าเข้ามาหา ทว่ากลับถูกรังสีความเย็นชาของพิมพ์มาดาผลักถอยหลังด้วยสายตา
"คำอธิบายเหรอคะ? มันมีค่าอะไรสำหรับคนที่เคยเหยียบย่ำคุณค่าของผู้หญิงคนหนึ่งจนไม่เหลือชิ้นดีล่ะคะคุณกวินทร์" พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เธอปรายตามองอดีตสามีด้วยความสมเพชระคนเวทนา "จำได้ไหมคะวันที่ฉันอุ้มท้องไปกราบขอร้องให้คุณมองฉันสักนิด... วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันนี้คุณเอาสิทธิ์อะไรมาทวงถามความเป็นพ่อคะ? กฎหมายเหรอคะ หรือว่าสำนึกรักจอมปลอมที่เพิ่งตื่นขึ้นมาตอนที่ฉันยืนอยู่บนจุดสูงสุดด้วยลำแข้งของตัวเอง!"
ประโยคเชือดเฉือนนั้นทำเอากวินทร์พูดไม่ออก เข่าทั้งสองข้างแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักว่า ตัวเองเป็นคนผลักไสเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตให้หลุดมือไป และวันนี้... เพชรเม็ดนั้นได้เปล่งประกายเจิดจ้าเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมมือกลับมาคว้าไว้ได้อีกแล้ว
"เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ เพราะต่อจากนี้... พิมพ์มาดาคนนี้จะเดินหน้าอาณาจักรเครื่องประดับของตัวเองอย่างไร้เงาของคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ และถ้าคุณยังกล้ามายุ่มย่ามกับครอบครัวของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"
พูดจบ พิมพ์มาดาหันหลังให้กับอดีตสามีอย่างไร้เยื่อใย เธอก้าวเดินเคียงข้างศิลาและลูกน้อยเข้าไปในคฤหาสน์หรูหลังใหม่ อาณาจักรที่สร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินตราหรือบารมีของกวินทร์แม้แต่บาทเดียว ประตูบานใหญ่ปิดลงต่อหน้าต่อตาเขา ราวกับเป็นการตัดขาดโลกทั้งใบของเธอออกจากผู้ชายที่ชื่อกวินทร์ไปตลอดกาล
ความมืดมิดยามค่ำคืนโอบล้อมร่างของกวินทร์ที่ยืนเคว้งคว้างอยู่ลำพังหน้าประตู เขาพรูลมหายใจร้อนผ่าวออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานที่กัดกินไปถึงกระดูกดำ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหันหลังกลับด้วยความพ่ายแพ้ เสียงฝีเท้าเบาหวิว พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ปลิวตกลงแทบเท้าของเขาก็เรียกความสนใจให้กวินทร์ต้องก้มลงมอง
มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่หล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ดของศิลาที่ทำตกไว้เมื่อครู่ กวินทร์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มลงหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา
ดวงตาคมกเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นคือ "ผลตรวจ DNA" ระหว่างเขากับเด็กชายตัวน้อย ที่ระบุผลความเข้ากันทางพันธุแฝงไว้อย่างชัดเจนถึง 99.99%... แต่ทว่า ด้านล่างสุดของเอกสารแผ่นเดียวกันนั้น กลับมีบันทึกข้อตกลงลับบางอย่างลงนามด้วยลายมือชื่อของ 'ศิลา' และใครอีกคน... คนที่กวินทร์คาดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 30
อดีตภรรยาผู้เกรียงไกร
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!