ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 29

ความรักหรือแค่ความหลง

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เอกสารสัญญาสองฉบับวางนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำขนาดยักษ์ เสียงแอร์ตัวใหญ่ทำงานส่งเสียงฮัมเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดขาด บัดนี้กลับฉายแววความร้าวรานและเหนื่อยล้าจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เขาจ้องมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม—ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไส ทุบทำลายหัวใจอย่างเลือดเย็นด้วยมือของตัวเอง และในวันนี้ เธอกลับยืนอยู่อย่างสง่างาม ทรงพลัง และเหนือกว่าเขาในทุกๆ ทาง พิมพ์มาดายืนกอดอก รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาคู่นั้นเลย ชุดสูทเข้ารูปสีขาวตัดกับผิวเนียนละเอียดขับเนศนให้เธอดูราวกับราชนีผู้สูงศักดิ์ ไร้ซึ่งร่องรอยของหญิงสาวผู้อ่อนแอที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาในอดีต "เซ็นสิ กวินทร์" เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งหลุดลอดริมฝีปากอิบอิ่มนั้นออกมา "ทุกอย่างที่นายต้องการอยู่ในนั้นแล้ว... หุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเครือบริษัทเจริญกิจ การครอบครองคฤหาสน์หลังใหญ่ และอิสรภาพที่นายโหยหานักหนา แลกกับการที่นายต้องเซ็นชื่อลงในใบหย่า และที่สำคัญที่สุด... สละสิทธิ์ในตัวลูกของฉันอย่างเด็ดขาด" คำว่า 'ลูก' กระแทกเข้าที่กลางใจของกวินทร์อย่างจัง ราวกับมีคมมีดกรีดทับลงบนบาดแผลที่ไม่มีวันสมาน หัวใจของเขาบีบอัดจนเจ็บแปลบ ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ ดวงตากลมโตฉายแววเฉลียวฉลาดรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยนผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะใสๆ ของ 'น้องทิวา' วิ่งวนอยู่ในหัว สร้างความเจ็บปวดทรมานเสียยิ่งกว่าตอนที่บริษัทเกือบล้มละลาย เด็กคนนั้น... สายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง เด็กที่เขาเคยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เธอเอ่ยปากบอกว่าตั้งท้อง เพราะความระแวง ความทระนงตน และคำครหาโง่เง่าในตอนนั้น เขากล้าแม้กระทั่งตบหน้าเธอและกล่าวหาว่าเธอนอกใจ ทอดทิ้งเธอให้เผชิญกับมรสุมชีวิตลำพังอย่างไร้ความปรานี ทว่า วันนี้ เด็กชายคนนั้นกลับยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าวในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์หลังนี้ ในอ้อมแขนของศ... ชายผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ที่เขาควรทำ เคียงข้าง คอยปกป้อง และมอบความอบอุ่นให้กับคนที่เขาผลักไส จนเด็กน้อยเรียกชายอื่นว่า 'พ่อ' อย่างสนิทปาก ภาพบาดตาบาดใจนั้นย้อนกลับมาทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เขานึกถึงรอยยิ้มที่ทิวายิ้มให้กับศิลา หัวใจของกวินทร์ก็เหมือนถูกไฟแผดเผา ความหึงหวง ความอิจฉาริษยา และความสำนึกผิดถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบจะหายใจไม่ออก มันคือบทลงโทษที่สาสมที่สุดสำหรับซาตานเลือดเย็นอย่างเขา ผู้ชายที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง จนกระทั่งสูญเสียสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ไปตลอดกาล "พิมพ์... ขอร้องล่ะ" กวินทร์เปล่งเสียงแหบพร่าออกมา มือหนาที่เคยหยิบจับเซ็นเช็คมูลค่ามหาศาลสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะขอบกระดาษเอกสาร "ฉันรู้ว่าฉันมันเลว ฉันมันโง่เง่าแค่ไหนในอดีต ฉันไม่เคยทำหน้าที่สามีที่ดี ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองความเจ็บปวดของเธอ... แต่เรื่องลูก ให้โอกาสฉันได้ทำหน้าที่พ่อเถอะนะ ให้ฉันได้แก้ตัวสักครั้ง" พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปาก ดวงตาสีเข้มมองเขาด้วยแววตาสมเพชเวทนา ทว่าแฝงไว้ด้วยความสะใจลึกๆ ที่ซ่อนไม่มิด ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ในวันนี้กำลังนั่งคุกเข่าทางความรู้สึก ร้องขอความเมตตาจากคนที่เขาเคยเหยียบย่ำ "แก้ตัวงั้นเหรอ?" พทมมาดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีด "กวินทร์... นายคิดว่าความเสียหายที่นายสร้างขึ้น มันลบเลือนได้ด้วยคำขอโทษเหรอ? นายคิดว่าความเป็นพ่อสามารถซื้อได้ด้วยหุ้นพรรค์นี้หรือไง? ตอนที่ฉันอุ้มท้องลูกทนทุกข์ทรมาน ทนร้องไห้จนน้ำตานับหยดไม่ถ้วน นายอยู่ที่ไหน? ตอนที่ลูกไข้ขึ้นสูงในยามดึกดื่น ฉันต้องอุ้มเดี่ยววิ่งหาหมอหัวซุกหัวซุน นายกำลังกอดนางอสรพิษคนไหนอยู่? นายเคยถามไถ่สักคำไหมว่าเราสองแม่ลูกกินอยู่อย่างไร?" ถ้อยคำแต่ละคำพ่นออกมาดั่งคมหอกทิ่มแทงหัวใจของชายหนุ่ม เขานั่งนิ่ง ชาไปทั้งร่าง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเธอ เพราะเขารู้ดีว่า... ทุกคำที่เธอพูดมันคือความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง "ฉันไม่ได้ต้องการเงินของนาย กวินทร์" พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปใกล้ ช-น-ส-บ-ท-ี่ขอบโต๊ะทำงาน ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยปะทะจมูกชายหนุ่ม กระตุ้นเร้าความทรงจำเก่าๆ และความต้องการที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ลึกในสัญชาตญาณดิบ "สิ่งที่ฉันต้องการ... คือการให้นายได้ลิ้มรสชาติความรู้สึกเดียวกับที่ฉันเคยเจอ... ความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งอย่างไร้ค่า ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์!" วูบหนึ่ง... นัยน์ตาของกวินทร์วาวโรจน์ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ผสมปนเปไปกับความเจ็บปวด เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวบางของเธอเอาไว้ ทว่าพิมพ์มาดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา "อย่าแตะต้องตัวฉัน!" เสียงของเธอเฉียบขาด ไร้เยื่อใย "จำไว้ว่านายไม่มีสิทธิ์นั้นอีกแล้ว" "พิมพ์... ฟังฉันก่อน" กวินทร์พยายามเค้นเสียงพูด วอนขอโอกาสครั้งสุดท้าย ดวงตาแดงก่ำเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เขาพยายามสะกดกลั้นมันไว้ ไม่ให้ไหลรินต่อหน้าผู้หญิงที่เขารักหมดหัวใจ "ที่ฉันทำไปทั้งหมดในอดีต... ฉันยอมรับว่าฉันโง่เขลา หลงระเริงไปกับภาพลวงตาและคำเป่าหู จนมองไม่เห็นเพชรแท้ที่อยู่ตรงหน้า แต่ขอร้องเถอะ... ทุกวันนี้ ที่ฉันทำทุกอย่าง ที่ฉันดิ้นรนแข่งขันทางธุรกิจ ยอมแม้กระทั่งสูญเสียทุกอย่าง ก็เพื่อให้บริษัทนี้ ทรัพย์สินพวกนี้ กลับมาอยู่ในมือ และเอามาวางไว้แทบเท้าเธอ เพื่อไถ่โทษในสิ่งที่ฉันทำลงไป ฉันไม่ได้ทำเพื่อความโลภ... ฉันทำเพื่อเธอ เพื่อลูก ทราบไหม... ทุกคืนที่ผ่านมา ฉันนอนกอดความว่างเปล่าและความเสียใจทรมานแค่ไหน?" คำพูดที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทว่าพิมพ์มาดากลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเยือกเย็นที่บาดลึกยิ่งกว่า "เสียใจเหรอ? ทรมานเหรอ? กวินทร์... นายไม่ได้เสียใจที่ทำร้ายฉัน นายแค่เสียใจที่วันนี้ฉันไม่ได้โง่งมงาย ยอมก้มหัวให้เธอเหมือนเก่า นายไม่ได้เสียใจที่สูญเสียฉัน แต่สาสมใจที่เสียอำนาจและผลประโยชน์ไปต่างหาก! ความรักของนายมันเห็นแก่ตัวที่สุด!" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ราวกับเส้นด้ายที่ขึงตึงจนใกล้จะขาด ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบวิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ตะโกนเรียกชื่อมารดาเสียงดังลั่น "มัมมี๊ฮะ! คุณพ่อศิลาซื้อเลโก้ชุดใหญ่ให้ผมแล้ว เย้!" เสียงนั้น... ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางอกของกวินทร์ ร่างกายของเขานิ่งค้าง ราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งไปซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของพิมพ์มาดาราวกับภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็ก ภาพความทรงจำที่เจ็บปวดและภาพอนาคตที่พังทลายซ้อนทับกันจนมืดดับ และในวินาทีนั้นเอง เสียงทุ้มทุ่มนุ่มและอบอุ่นของชายอีกคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมคายของ 'ศิลา' ที่ก้าวตามเข้ามาติดๆ เพื่อโอบกอดทายาทของเขาอย่างสนิทสนมและเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางความเงียบงันที่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความจริงที่กระแทกใจกวินทร์อย่างแรงจนแทบสิ้นสติ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%