แก้วไวน์คริสตัลก้านยาวถูกวางกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะหินอ่อนสีดำสนิท น้ำสีทับทิมเข้มข้นกระฉอกเล็กน้อยราวกับจะประชดความเดือดดาลในอกของคนที่กำมันไว้แน่น กวินทร์หอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ของพิมพ์มาดาช่างดูสง่างาม ทว่าเย็นชาจนน่ากลัว เธอนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมู ปลายนิ้วเรียวสวยสวมแหวนเพชรเม็ดโตหมุนแก้วไวน์ในมือไปมาอย่างใจเย็น ราวกับความเกรี้ยวกราดของอดีตสามีเป็นเพียงลมแล้งที่พัดผ่านร่างเธอไปเท่านั้น
“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม กวินทร์!” เสียงหวานใสแต่บาดลึกดังขึ้นทำลายความเงียบ “คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าเราหย่ากันขาดแล้ว ใบหย่าฉบับนั้นเพิ่งหมึกแห้งไปไม่นานนี้เองนะ”
“พิมพ์มาดา!” กวินทร์คำรามต่ำในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่พนักโซฟาทั้งสองข้าง กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลาง ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านปะทะกับความเย็นเยียบของเธอ “คุณคิดว่าแค่กระดาษแผ่นเดียวจะตัดขาดระหว่างเราได้จริง ๆ งั้นเหรอ? ในเมื่อร่างกายของคุณมันยังจำรสสัมผัสของผมได้ดี!”
พิมพ์มาดาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อยจนปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความอ่อนแอและน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความถือดีและท้าทาย เธอยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างน่ามอง
“ความทรงจำเหรอคะ? น่าเสียดายจังนะ... ที่ตอนนี้สมองของฉันมันรีเซ็ตความไร้ค่าพวกนั้นทิ้งไปหมดแล้ว” เธอยกมือขึ้นแตะแผงอกกว้างเบา ๆ ออกแรงผลักเขากลับไปเล็กน้อยด้วยท่าทีที่แสนจะดูแคลน “ถ้าคุณยังอยากจะเหยียบยفเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน คุณต้องจำกฎของที่นี่ให้ขึ้นใจซะก่อนค่ะ กวินทร์”
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวับฉายแววอันตราย “กฎบ้าบออะไรอีก? ผมไม่สน!”
“กฎข้อที่หนึ่ง...” พิมพ์มาดาชูนิ้วเรียวยาวขึ้นทีละนิ้ว น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดราวกับประกาศิต “ห้ามแตะต้องเนื้อตัวฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต... เหมือนอย่างที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้ไงคะ ถอยไป!”
เธอกล่าวจบก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา กวินทร์กัดกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด... แววตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวของเธอกลับทำให้เขากลืนคำพูดผรุสบาทลงคอไปชั่วขณะ เธอไม่ใช่พิมพ์มาดาคนเดิมที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำหัวใจอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นกุหลาบหนามแหลมที่พร้อมจะกรีดเลือดเขาได้ทุกเมื่อหากเขาเข้าใกล้จนเกินไป
“กฎข้อที่สอง...” เสียงหวานทุศลึงก้องกังวานในความเงียบ “ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ... หรือเรื่องของผู้ชายคนอื่น โดยเฉพาะศิลา”
ชื่อสุดท้ายที่หลุดจากเรียวปากอิ่มทำให้กวินทร์สติหลุดผึง เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว มือหนาเอื้อมไปคว้าคางอิ่ม บีบเข้าหากันเบา ๆ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นรับจูบดุดันที่พุ่งเข้ามาอย่างไร้การปรานี!
ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกัน รสชาติฝาดเฝื่อนของไวน์แดงคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก กวินทร์ระบายความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวลงไปบนเรียวปากนุ่มด้วยความดิบเถื่อนที่ถูกสะกดกลั้นมานาน เขาขบเม้มริมฝีปากเธอบางเบาก่อนจะแทกลิ้นร้อนเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาแรมปี พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชั่วพริบตาแรกเธอพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ความร้อนรุ่มที่เขาถ่ายทอดผ่านรสจูบกลับเริ่มบั่นทอนสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ของเขายังคงมีอานุภาพทำลายล้างหัวใจเธอได้เสมอ
ร่างสูงเบียดกายเข้าหาจนแนบชิด มืออีกข้างเลื้อยลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่ว กดร่างเธอให้จมลงไปกับเบาะโซฟานุ่ม พิมพ์มาดาหายใจหอบกระชั้น ร่างกายทรยศต่อความตั้งใจเมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนของเขาเริ่มลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าสูทเข้ามาสัมผัสผิวเนียนนุ่มบริเวณเอวคอด สัมผัสคุ้นเคยที่เคยสร้างทั้งความสุขสมและบาดแผลกรีดลึกกำลังปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้ให้โหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง
จูบที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอน ลมหายใจของทั้งคู่ประสานเป็นเสียงเดียวกันในห้องสลัว กวินทร์ผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ปิดไม่มิด ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้กรอบหน้าสวยที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์จูบและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
“ปากบอกว่าเกลียดผม... แต่ร่างกายคุณมันกำลังบอกอีกอย่างนะ พิมพ์” เสียงทุบต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจร้อนรดรดแก้มใส “บอกผมสิว่าคุณไม่ต้องการผม... พูดออกมาสิ!”
พิมพ์มาดาหอบหายใจจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำใสจากความโกรธปนความสั่นไหวทางอารมณ์ เธอยกมือขึ้นจับข้อมือเขาที่วางอยู่บนเอวออก แม้เรี่ยวแรงจะลดน้อยลงทุกทีแต่เธอก็ยังกัดฟันพูดเสียงสั่น
“ต่อให้ร่างกายฉันจะโง่... แต่วิญญาณของฉันไม่มีวันกลับไปเป็นทาสของคุณอีกเด็ดขาดค่ะ กวินทร์!”
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจกวินทร์ ความโกรธขึงและตัณหาตีรวนกันจนวุ่นวาย เขาประกบจูบลงไปหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม คราวนี้มันไม่ใช่แค่ความเร่าร้อน แต่เป็นการลงทัณฑ์... การลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความโหยหาและหวาดกลัวว่าจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทของเธอออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงคัดค้านที่เบาหวิวลงทุกที
ค่ำคืนนี้... กฎเหล็กที่เธอสร้างขึ้นกำลังถูกเผาไหม้ด้วยกองเพลิงแห่งเสน่หาที่ทั้งคู่ต่างโหยหากันและกันอย่างลึกซึ้งจนยากจะต้านทาน
ทว่า... ในขณะที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงจุดที่หอมหวานและพรากสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้ล่องลอยไปไกล เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่จากระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กัน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
กวินทร์ชะงักค้าง ร่างสูงผละออกจากร่างบางอย่างหงุดหงิด พิมพ์มาดาหน้าถอดสี รีบดึงเสื้อผ้าเข้าหากันอย่างลนลาน ดวงตากลมโตมองไปยังเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังผ้าม่านโปร่งแสงด้านนอกระเบียง ก่อนที่เงาร่างนั้นจะเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงคุ้นหูที่ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม
“พิมพ์... คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า? ผมเอาเอกสารสำคัญมาให้... และ... เอ๊ะ ทำไมประตูล็อค?”
เสียงของศิลานั่นเอง!
ด้วยรักและปรารถนาดีจากใจ,
ชฎาพรายไวน์แดง
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 8
กฎเหล็กของหัวใจ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!