เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวล่วงเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวของห้องทำงานเรือนกระจก ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่พิมพ์มาดาเท่ากับเงาร่างของคนที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ประตูบานหรูถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ศิลาไม่ได้มาเพียงลำพัง ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกຶก คือเด็กชายวัยราวสี่ขวบที่หลบอยู่หลังชายเสื้อสูทของเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยความหวาดระแวงระคนคุ้นเคย... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากใครบางคนซึ่งกำลังสร้างรอยแผลเป็นในใจเธออย่างไม่มีวันลบเลือน
“คุณศิลา... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ” พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวบางกำปากกาในมือแน่นจนข้อต่องานขึ้นสีขาวซีด เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดท่ามกลางหัวใจที่เต้นรำด้วยความสับสน
“ผมแค่พา ‘พยานปากเอก’ มาช่วยคุณตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างหากครับ พิมพ์” ศิลาแย้มรอยยิ้มที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามันช่างเยียบเย็นและไร้ซึ่งความอบอุ่นอย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มที่เคยคิดว่ามันคือความจริงใจ บัดนี้กลับกลายเป็นหน้ากากของศัตรูผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้มิดชิด
เด็กชายตัวน้อยถูกดันให้ก้าวออกมายืนเด่นเป็นสง่ากลางห้อง ศิลาทรุดตัวลงลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยท่าทีที่ดูสนิทสนมเกินกว่าจะเป็นเพียงคนรู้จัก “บอกคุณอาเขาสิครับคนเก่ง ว่าคุณพ่อฝากอะไรมาให้เราทำบ้าง...”
ชั่ววินาทีนั้นเองที่ภาพเบื้องหน้าสั่นไหว ปมในอดีตที่เธอพยายามถักทอเพื่อปกป้องตัวเองพังทลายลงในพริบตา ศิลาไม่ได้เข้ามาในชีวิตเธอเพื่อเยียวยาหัวใจอย่างที่เคยแสดงออก แต่เขาคือมือที่มองไม่เห็น ผู้กำลังถือมีดเล่มโตเพื่อเฉือนรากฐานธุรกิจเครื่องประดับที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมันขึ้นมาหยัดยืนด้วยลำแข้งของตนเอง
“คุณต้องการอะไรกันแน่ ศิลา” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อความจริงเริ่มปรากฏชัดเจนต่อหน้า
“ผมก็แค่ต้องการสิ่งที่ควรจะเป็นของผม... และทำลายทุกสิ่งที่กวินทร์รักให้พังคามือ เหมือนที่มันเคยทำกับครอบครัวผมในอดีตยังไงล่ะครับ” ศิลาหัวอกหัวใจพองโตด้วยความสะใจ แววตาที่มองเธอบัดนี้ไร้ซึ่งประกายความอ่อนโยน เหลือเพียงความกระหายในชัยชนะอันบิดเบี้ยว
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของพิมพ์มาดาดังสะท้อนในความเงียบ ความโกรธเกรี้ยวและผิดหวังตีรวนขึ้นมาจุกอก เธอก้าวถอยหลังเมื่อศิลาก้าวล้ำเข้ามาประชิด ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงทุบประตูปึงปังพร้อมกับการพังผึ้งเข้ามาของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก็ทำให้ทุกคนต้องสะดุ้งสุดตัว
“ถอยออกไปจากเธอ!”
เสียงคำรามต่ำต้อยด้วยโทสะของกวินทร์ดังสนั่นราวกับพายุคลั่ง ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะเมื่อเห็นภาพอดีตภรรยาถูกคุกคาม เขาก้าวเข้าประชิดตัวศิลาด้วยความเร็วที่ไม่ทันให้ตั้งตัว หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าคมคายของคู่แข่งทางธุรกิจจนเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น พิมพ์มาดาหวีดร้องด้วยความตกใจ ขณะที่เด็กชายส่งเสียงร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัว
“แก... ไอ้สารเลวกวินทร์!” ศิลาเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง “แกคิดว่าแกมาช้าหรือเร็วไปล่ะ? เอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดของบริษัทเธอ บัดนี้อยู่ในมือฉันแล้ว... และลูกชายคนนี้ ก็คือหลักฐานว่าเธอไม่มีวันหลุดพ้นจากเกมนี้ได้หรอ...!”
กวินทร์ชะงักงัน หัวใจกระหน่ำเต้นราวกับจะระเบิดออกมาจากอกเมื่อสายตาคมกริบเลื่อนไปสบเข้ากับดวงตาคู่น้อยของเด็กชายที่ยืนร้องไห้สะอื้น ร่างสูงใหญ่ชาวาบไปทั้งร่างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม เมื่อภาพใบหน้าของเด็กน้อยสะท้อนเงาความจริงอันเจ็บปวดที่เขานึกไม่ถึง...
เด็กชายคนนั้น... มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน และนั่นหมายความว่า...
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พิมพ์...” กวินทร์หันกลับมามองอดีตภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ความเจ็บปวด และความคลุ้มคลั่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
พิมพ์มาดายืนตัวแข็งทื่อ น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น เมื่อความลับที่เธอพยายามปกปิดด้วยชีวิต กำลังถูกกระชากหน้ากากออกท่ามกลางสงครามการแก้แค้นที่ไม่มีใครยอมใคร...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในห้วงอารมณ์นี้ไปพร้อมกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ•ตอนที่ 26
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราประทับใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!