เสียงเคาะแป้นพิมพ์ของระบบซื้อขายหลักทรัพย์ดังขึ้นระรัว ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของใครบางคน หน้าจอคอมพิวเตอร์แบบพาโนรามาสามจอสะท้อนภาพกราฟแท่งเทียนสีแดงฉานที่กำลังดิ่งลงเหวของบริษัท ‘ภักดีบดินทร์ กรปโพรเทคชั่น’—อาณาจักรธุรกิจรักษาความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ตระกูลศัตรูของเขาใช้เหยียบย่ำคนอื่นมานับทศวรรษ
ต้นกล้านั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นใบหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นเย็นชาและว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใจเย็น บนโต๊ะทำงานมีสมุดปกหนังสีดำเล่มหนาวางอยู่—สมุดบันทึกชำระแค้นที่บันทึกรายชื่อและบาปกรรมของพวกมันทุกตัวตน
"คุณต้นกล้าคะ ทางสำนักงานกฎหมายส่งเอกสารยืนยันการตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) สำหรับกว้านซื้อหุ้นล็อตใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เสียงหวานนุ่มแต่เจือด้วยความกังวลเล็กน้อยดังขึ้นจากมุมห้อง ลิลินยืนกุมมือกันไว้แน่น ดวงตากลมโตมองร่างสูงของคนรักด้วยความห่วงใย เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่อดทนเคียงข้างเขามาตั้งแต่วันที่เขาล้มละลาย วันที่ตระกูลของเธอถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี ร่างเพรียวบางในชุดเดรสเรียบง่ายเดินเข้ามาใกล้ วางมือเรียวลงบนบ่ากว้างของเขาเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น
ต้นกล้าชะงักมือที่กำลังเคาะโต๊ะ เขารั้งเอวบางของลลิลให้เข้ามานั่งลงบนตักอย่างนุ่มนวล ปลายจมูกโด่งกดลงบนขมับบางสูดดมความหอมอ่อนๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในสมอง กลิ่นกายของลลิลคือยาระงับประสาทเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่โหดร้ายใบนี้
"กลัวเหรอคะ ลลิล" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมใบหู พร้อมกับมือหนาที่กอบกุมมือเย็นเฉียบของเธอไว้
"ลิลไม่ได้กลัวค่ะ... ลิลแค่เป็นห่วงคุณ" เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น "เงินนับหมื่นล้านที่คุณทุ่มลงไปในตลาดหุ้นวันนี้ มันคือลมหายใจทั้งหมดที่เรามี ถ้าพวกมันรู้ตัวและตลบหลังเราขึ้นมา..."
"พวกมันไม่มีทางรู้หรอกค่ะ" ต้นกล้าตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "ความโลภและความมั่นใจในอำนาจปลอมๆ ทำให้หูหนวกตาบอด พวกมันคิดว่าตระกูลภักดีบดินทร์คือกษัตริย์ไร้บัลลังก์ที่ไม่มีใครโค่นล้มได้ แต่พวกมันลืมไปว่า... กษัตริย์ที่ยืนอยู่บนกองเลือดของคนอื่น ย่อมรอวันถูกเชือดคอด้วยเงินตราเช่นกัน"
เขากลับมาสนใจหน้าจอตรงหน้าอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวคลิกเข้าสู่ระบบเทรดดิ้งระดับสถาบัน การซื้อขายหุ้นแบบบล็อกดีล (Block Trade) จำนวนมหาศาลเริ่มเคลื่อนไหว ตัวเลขมูลค่าระดับร้อยล้านถูกกวาดซื้อในพริบตาเดียว สถานะผู้ถือหุ้นใหญ่เริ่มสั่นคลอน ชื่อของนิติบุคคลปริศนาเริ่มไต่อันดับขึ้นมาบนกระดานอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาพญายมที่คืบคลานเข้ามาในห้องนอนยามวิกาล
ในโลกธุรกิจ เงินคืออำนาจสูงสุด แต่ในมือของต้นกล้า เงินคือคมมีดที่อาบยาพิษ เขากำลังใช้กลยุทธ์ ‘การฮุบกิจการแบบเป็นปรปักษ์’ (Hostile Takeover) โดยแบ่งซอยการซื้อหุ้นออกเป็นร้อยๆ บัญชีนอмиนี เพื่อไม่ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือผู้บริหารของภักดีบดินทร์ไหวตัวทัน
เป้าหมายในวันนี้ไม่ใช่แค่การเข้าซื้อหุ้นเพื่อหวังผลกำไร แต่เป็นการบีบให้พวกมันจนมุมในเกมที่พวกมันคิดว่าถนัดที่สุด นั่นคือเกมแห่งอำนาจและทุนนิยม
"คุณชายคะ ทางฝ่ายบัญชีรายงานว่า หุ้นในกระดานเริ่มผิดปกติ มีแรงซื้อหนาแน่นผิดสังเกตจากพอร์ตลูกข่ายหลายสิบพอร์ตค่ะ" เสียงจากปลายสายของเลขา(นามสมมติ)โทรเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
ต้นกล้ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ลลิลถึงกับสันหลังวาบ มันเป็นรอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังสนุกสนานกับการมองเหยื่อดิ้นรนในตาข่าย
"ปล่อยให้พวกมันสงสัยไปค่ะ" ต้นกล้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "บอกให้ทีมงานเพิ่มวงเงินซื้ออีกสามเท่า กวาดซื้อทุกหุ้นที่พวกมันคายออกมาให้หมด อย่าให้เหลือเศษกระดูกไว้ให้พวกมันได้ตั้งตัว"
"รับทราบค่ะ!"
ต้นกล้ากดวางสาย ก่อนจะหันมามองหน้าลลิลที่นั่งมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งหวาดกลัว ทึ่ง และเทิดทูนในเวลาเดียวกัน เขายกมือขึ้นลูบแก้มเนียนนุ่มแผ่วเบา สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเมื่อมองเธอ
"จำวันที่พ่อแม่ของคุณต้องกราบกรานขอความช่วยเหลือจากพวกมันได้ไหมคะ ลลิล" ต้นกล้าเอ่ยกระซิบ เสียงของเขาเย็นเยียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "วันที่พวกมันหัวเราะเยาะเราบนกองเงินกองทอง วันนี้... ดิฉันจะทำให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า การสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างจนต้องกราบตักคนอื่น มันทรมานแค่ไหน"
ลลิลเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด แต่เธอก็พยักหน้ารับช้าๆ มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหนาของเขาไว้แน่นขึ้น ราلเป็นคำยืนยันว่าเธอจะอยู่เคียงข้างเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ กราฟแสดงสถานะหุ้นพุ่งทะยานขึ้นในฝั่งของผู้ซื้ออย่างบ้าคลั่ง ตัวเลขสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทภักดีบดินทร์ในมือของต้นกล้าทะลุ 25% ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่มีอำนาจในการยับยั้งมติสำคัญของที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยหน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงัน กล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อมายังหน้าจอห้องทำงานปรากฏภาพของรถยนต์ยุโรปหรูสีดำสนิทสามคันแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูใหญ่ ร่างของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอาณาจักรภักดีบดินทร์ ก้าวลงมาจากรถด้วยใบหน้าถอดสีและเนื้อตัวสั่นเทา
เขากำลังถือโทรศัพท์มือถือแนบหูด้วยท่าทางลนลาน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดราวกับคนใกล้บ้า
และในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของต้นกล้าก็แผדเสียงดังลั่นห้อง... หน้าจอแสดงชื่อของ ‘เป้าหมายเบอร์หนึ่ง’ ที่กำลังโทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้องขอชีวิต
ต้นกล้าปรายตามองหน้าจอที่สว่างวาบ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มอันงดงามแต่หยาดเยิ้มไปด้วยพิษร้าย เขากดรับสาย ปล่อยให้เสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความหวาดกลัวของศัตรูดังลอดเข้ามาในความเงียบ
"รับสายช้าจังนะคะ... ท่านประธาน" ต้นกล้าเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังรอคอยแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานศพของตัวเอง
"แก... แกเป็นใคร! ทำไมถึงกล้า... ทำไมถึงกล้าซื้อหุ้นของเราทั้งหมด!" เสียงปลายสายตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดปนหวาดกลัว
ต้นกล้าหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาสสีดำสนิทมองลอดหน้าต่างกระจกใสลงไปยังร่างที่กำลังยืนเคว้งคว้างอยู่เบื้องล่าง ก่อนจะเอ่ยประโยคพิฆาตที่ทำให้ปลายสายถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น
"ก็แค่... หมากลำดับแรกบนกระดาน ที่จะส่งคุณลงไปชดใช้หนี้เลือด... เท่านั้นเองค่ะ"
ต้นไม้ริมระเบียงหวังว่ารี้ดทุกท่านจะสะใจกับหมากตาดแรกนี้ และเตรียมตัวรับแรงกระแทกในเกมถัดไปที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้านะคะ
ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น•ตอนที่ 3
หมากตัวแรกในตลาดหุ้น
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!