ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น•ตอนที่ 8

เสียงหัวเราะก่อนพายุใหญ่

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลเจียระไนราคาแพงดังระรُمไปทั่วห้องจัดเลี้ยงหรูหราอลังการใจกลางมหานคร แสงไฟจากแชนเดอเลียร์ระยิบระยับสะท้อนกับรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของเหล่าผู้มีเกียรติที่ต่างพากันกอบโกยผลประโยชน์บนซากความพินาศของตระกูลใหญ่ในอดีต คืนนี้คือค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของกลุ่มคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้อื่นอย่างไร้ความปรานี "ดื่มให้กับความสำเร็จของพวกเราค่ะ! ในที่สุดอาณาจักรพันล้านนั้นก็ตกเป็นของเราอย่างสมบูรณ์แบบเสียที" เสียงแหลมสูงของหญิงสาวผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคัก เธอยกแวนไวน์ขึ้นจิบด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง โดยหารู้ไม่ว่าทุกหยดของไวน์รสเลิศนั้น เปรียบเสมือนเครื่องดื่มย้อมใจก่อนรับโทษทัณฑ์จากยมบาล ฉันยืนมองภาพความน่าสมเพชเหล่านั้นผ่านกระจกเงาบานใหญ่จากมุมมืดของห้องจัดเลี้ยง ชุดราตรีสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวผ่องและแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำ "พวกเขากำลังสนุกสนานกันใหญ่เลยนะคะ ต้นกล้า" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยพลังอันหนักแน่นดังขึ้นข้างกาย ลลิล หญิงสาวผู้ยืนเคียงข้างฉันเสมอมาไม่ว่าจะในวันที่มั่งคั่งหรือวันที่ไร้แม้แต่เศษเงิน เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดให้ฉันอย่างรู้ใจ นิ้วเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นระคนสะใจที่กำลังจะได้รับการชำระสะเด็ดน้ำ ฉันรับผ้าเช็ดหน้านั้นมาถือไว้โดยไม่เอ่ยคำใด สายตากวาดมองไปยังประธานในพิธีที่กำลังยืนกล่าวสุนทรพจน์ด้วยความโอို้อวด "ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ... วันนี้คือวันที่เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อำนาจและเงินตราคือความจริงแท้เพียงหนึ่งเดียว ใครที่คิดจะต่อกรกับเรา จุดจบก็มีเพียงแค่ความอัปยศอดสู!" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ทุกคนต่างพากันหัวเราะร่าเริงโดยไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติที่กำลังคืบคลานเข้ามา ฉันยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามาจนมุมในกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเงินตราของพวกเขาเอง "สนุกพอกล่าวสุนทรพจน์หรือยังคะ..." ฉันพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดส่งข้อความสั้นๆ เพียงสามพยางค์ไปยังปลายสาย *‘เริ่มการแสดงได้’* ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป เสียงดนตรีบรรเลงอันรื่นรมย์ภายในงานก็ถูกตัดขาดลงอย่างกะทันหัน ไฟนีออนและแสงสีเสียงทุกดวงในห้องจัดเลี้ยงดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดชั่วขณะ เสียงฮือฮาด้วยความตกใจดังเซ็งแซ่ขึ้นทันที หลายคนเริ่มกระสับกระส่าย หันซ้ายแลขวาด้วยความหวาดระแวง "เกิดอะไรขึ้นทำไมไฟดับ! ใครดูแลระบบไฟวะ!" เสียงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดของเจ้าภาพดังขึ้นท่ามกลางความมืด ทว่า ก่อนที่ความโกลาหลจะลุกลามไปมากกว่านั้น หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดมหึมาที่เคยฉายภาพโลโก้บริษัทของกลุ่มตัวร้าย ก็ค่อยๆ สว่างวาบขึ้นมาด้วยแสงสีขาวโพลน ภาพเอกสารลับทางราชการ บัญชีลับการฟอกเงิน และคลิปเสียงสนทนาอันฉาวโฉ่เกี่ยวกับการทุจริตยักยอกทรัพย์ ถูกฉายหราขึ้นบนจอแบบเรียลไทม์ เสียงทุ้มต่ำและน่าเกลียดของพวกมันที่เคยพูดจาดูถูกเหยียดหยามและวางแผนชั่วช้าดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ ใบหน้าที่เคยเปื้อนยิ้มแห่งความสุขของเหล่าคนใหญ่คนโตแปรเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดราวกับศพไร้ญาติ บางคนถึงกับทำแก้วไวน์หลุดมือร่วงแตกกระจายบนพื้น เสียงสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจดังระงมไปทั่ว ฉันก้าวเท้าออกจากมุมมืด ชายกระโปรงสีดำยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับพรมราคาแพงเบาๆ แต่กลับทรงพลังราวกับเสียงฝีเท้าของมัจจุราช ลลิลเดินตามหลังมาติดๆ ด้วยท่าทีสง่างามและมั่นคง แววตาสีเข้มของเธอจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "อะ... อะไรกันเนี่ย! ใครมันบังארกล้าเอาคลิปปลอมพวกนี้มาฉาย!" ประธานในพิธีชี้หน้าจอด้วยมือที่สั่นเทา เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้าอวบอิ่ม ฉันหยุดยืนอยู่หน้าแสงสว่างจากโปรเจกต์เตอร์ เงาร่างของฉันทาบทับลงบนร่างที่กำลังหวาดผวาของพวกมัน รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของฉันอย่างไม่ปิดบัง "คลิปปลอมอย่างนั้นหรือคะ..." ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่มันกลับก้องกังวานบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในห้อง พวกมันหันขวับมามองต้นเสียง และเมื่อดวงตาทุกคู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของฉัน ความเงียบงันราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที เสียงกระซิบกระซาบด้วยความหวาดผวาเริ่มดังขึ้น "ยะ... ยัยเด็กนั่น! เป็นไปไม่ได้! แกควรจะหมดตัวและเร่ร่อนอยู่ข้างถนนไปแล้วสิ!" เสียงตะโกนด้วยความไม่อยากเชื่อของหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการดังขึ้น มือของมันสั่นระริกขณะชี้หน้าฉัน ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นชาจนน่าขนลุก "หมดตัวเหรอคะ? น่าเสียดายจังนะคะที่คำว่า 'ล้มละลาย' หรือ 'หมดตัว' มันไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของฉัน..." ฉันก้าวเข้าไปใกล้พวกมันอีกหนึ่งก้าว สายตากวาดมองราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า "เพราะทุกสิ่งที่พวกคุณพยายามแย่งชิงมา... แท้จริงแล้วมันเป็นแค่เศษเงินที่ฉันจงใจโยนให้พวกคุณเก็บต่างหากล่ะคะ" สิ้นคำพูดของฉัน ประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่รัฐในเครื่องแบบเต็มยศนับสิบชีวิต พร้อมหมายศาลและกุญแจมือในมือ บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ ในวินาทีที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินตรงเข้ามาเพื่อควบคุมตัวผู้กระทำความผิด ฉันไม่ได้หันไปมองความน่าสมเพชเหล่านั้นอีก แต่กลับหยิบสมุดปกหนังสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าถือของลลิล ฉันเปิดมันออก ปลายนิ้วแตะลงบนรายชื่อสุดท้ายที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานกลุ่มตัวร้ายที่กำลังถูกใส่กุญแจมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "เกมสนุกๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะคะ..." ฉันกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงแค่เราสองคน "ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ"
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%