เสียงแก้วคริスタルกระทบกับโต๊ะหินอ่อนในห้องอาหารส่วน V.I.P. ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดังขึ้นราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "เกมสนุกๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะคะ..." ฉันกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงแค่เราสองคน
บรรยากาศรอบตัวในค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจ เงินตรา และความโลภที่พยายามถูกกลบเกลื่อนภายใต้สูทราคาแพงและเครื่องเพชรเม็ดโต ตรงข้ามกับฉันคือ "ภาคิน" ประธานกรรมการบริหารผู้กุมชะตากรรมของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะล่มสลาย เขากำลังส่งยิ้มพยายามสร้างภาพความใจดี แต่นัยน์ตากลับไหวระริกด้วยความหวาดกลัวที่ซ่อนไว้ไม่มิด
ฉันยกจิบไวน์แดงวินเทจราคาแพงระยับ รสชาติฝาดลึกบาดคอเปรียบเสมือนความเจ็บปวดที่ตระกูลของเขาเคยฝากไว้ในสมุดบันทึกชำระแค้น เล่มสีดำสนิทที่วางอยู่ใต้แฟ้มเอกสารตรงหน้า
"คุณต้นกล้าครับ... ข้อเสนอที่ทางเราขอปรับลดมูลค่าโปรเจกต์ลงครึ่งหนึ่ง น่าจะพอลมหายใจให้บริษัทเราได้..." เสียงของภาคินสั่นเครือเล็กน้อย แม้เขาจะพยายามบังคับให้มันราบเรียบแค่ไหนก็ตาม
ฉันไม่ได้ตอบทันที ปล่อยให้ความเงียบเข้ากัดกินโสตประสาทของอีกฝ่าย ความกดอากาศในห้องดูเหมือนจะลดต่ำลงทุกวินาที ฉันช้อนสายตาขึ้นมองเขา ชั่วขณะนั้นเองที่รอยยิ้มเยือกเย็นถูกคลี่ออกที่มุมปาก
"ลดลงครึ่งหนึ่งอย่างนั้นหรือคะ, ภาคิน?" ฉันเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "คุณคิดว่าชีวิตและศักดิ์ศรีที่พวกคุณเคยเหยียบย่ำครอบครัวของฉัน มันมีค่าแค่เศษเงินส่วนเกินที่บริษัทใกล้เจ๊งของคุณจะเมตตาต่อรองได้หรือคะ"
ใบหน้าของภาคินซีดเผือดลงทันที เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่วางบนตักเริ่มสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่น "แต่... แต่ถ้าไม่มีเราคอยรับช่วงต่อโครงการ คุณเองก็จะเสียหายหลายร้อยล้านเหมือนกันนะครับ"
"หลายร้อยล้านเหรอคะ?" ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความ
ขบขันโดยสิ้นเชิง "เงินจำนวนนั้นสำหรับคุณมันอาจจะเป็นความอยู่รอด แต่มันเป็นเพียงแค่ค่ากาแฟสักแก้วของฉันเท่านั้นเองนะคะ ภาคิน"
ฉันดึงแฟ้มเอกสารสีดำเปิดออก กลิ่นกระดาษชั้นดีผสมผสานกับความจริงอันโหดร้ายถูกเปิดเผยต่อหน้าเขา เอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในมือของฉัน บ่งบอกชัดเจนว่าในวินาทีนี้ ฉันคือผู้ถือชะตากรรมของอาณาจักรที่เขาภาคภูมิใจไว้ในกำมืออย่างเบ็ดเสร็จ
ในขณะที่เกมจิตวิทยากำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ภาพของลลิล คนรักผู้เปราะบางแต่มีจิตใจที่เข้มแข็งดั่งเหล็กกล้า ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของฉัน ทุกรอยแผลเป็นที่เธอเคยได้รับ ทุกหยาดน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่พวกเราไร้หนทาง คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่คอยหล่อเลี้ยงความแค้นนี้ให้ลุกโชน ไม่มีวันมอดดับ และไม่มีวันให้อภัย
ฉันเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มสีดำขึ้นมาเปิดหน้าถัดไป ปากกาหมึกซึมราคาแพงถูกยกขึ้นเตรียมจรดลงไป
"คุณกำลังจะทำอะไร..." ภาคินถามเสียงสั่น ร่างกายเริ่มลนลานจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ เมื่อเห็นรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่กำลังจะถูกถอนรากถอนโคนตามคำสั่งของฉัน
"ฉันก็แค่อยู่ในกระบวนการ... ขีดฆ่าชื่อขยะที่รกโลกออกจากสารระบบของตระกูลคุณยังไงล่ะคะ" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของฉันว่างเปล่าไร้ซึ่งความปราณี ราวกับยมทูตที่กำลังมองดูวิญญาณรอวันดับสลาย
ทว่า ในจังหวะที่ปลายปากกากำลังจะจรดลงบนกระดาษเพื่อปิดฉากความพินาศของภาคินอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาขัดจังหวะอย่างรุนแรง สามครั้งติดกัน
ประธานห้องอาหาร V.I.P. ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปรสง่าของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น นัยน์ตาทรงอำนาจภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองมาที่ฉัน ก่อนที่ริมฝีปากจะได้รูปจะยกยิ้มเย็นเยียบแล้วเอ่ยชื่อที่ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ
"เกมยังไม่จบหรอกนะ... ต้นกล้า ลูกสาวตัวน้อยของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเกมการแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น•ตอนที่ 9
คมมีดใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!