"เซ็นสิคะ... หรือว่ามือของท่านประธานธนภัทร จะสั่นเกินกว่าจะถือปากกาฟاونเทนด้ามทองนี้เสียแล้ว?"
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของต้นกล้า ช่างเย็นเยียบราวกับสายลมที่พัดผ่านหลุมศพในคืนเดือนมืด บนโต๊ะประชุมหินอ่อนขัดมันของบริษัทธนภัทรโฮลดิ้งส์ในยามวิกาล บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับของธนภัทร ชายผู้เคยประกาศกร้าวว่าตระกูลของเขาคือผู้กำหนดชะตากรรมของตลาดหลักทรัพย์ แต่ในวินาทีนี้ เขาเป็นเพียงสุนัขจนตรอกที่กำลังมองดูอาณาจักรทั้งหลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาด้วยตัวเลขในบัญชีและเอกสารทางกฎหมายไม่กี่แผ่น
ธนภัทรเบิกตากว้างจนแทบทะลัก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ว่าศัตรูที่พวกเขากำลังสู้ด้วยในคืนนี้ ไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่กุมความแค้น แต่คือ "ปีศาจ" ที่ควบคุมหมากทุกตัวบนกระดานนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว
เอกสารการเข้าซื้อกิจการแบบ Hostile Takeover หรือการฮุบกิจการอย่างไร้ความปรานี ถูกเลื่อนเข้ามาประชิดปลายนิ้วของธนภัทร มันคือประกาศิตแห่งความตายทางธุรกิจที่ออกแบบมาอย่างประณีต ทุกรูรั่วทางกฎหมาย ทุกช่องว่างของสัญญา และทุกหนี้สินที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรม ถูกต้นกล้าขุดคุ้ยและรวบรวมมาใช้เป็นอาวุธเชือดเฉือนทีละชิ้นอย่างเลือดเย็น
"แก... แกทำแบบนี้ไม่ได้!" ธนภัทรคำรามเสียงสั่นเครือ ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว "หุ้นส่วนร้อยละสี่สิบในมือฉัน... นายไม่มีทางกว้านซื้อได้หมดในเวลาคืนเดียว มันเป็นไปไม่ได้!"
ต้นกล้าไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายกถ้วยชาเซรามิกขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดีตัดกับบรรยากาศอันตึงเครียดในห้องประชุมได้อย่างน่าประหลาด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยคู่นั้นกวาดมองผู้บริหารระดับสูงของธนภัทรที่นั่งก้มหน้าคุดคู้อยู่รอบโต๊ะ ไม่มีใครกล้าสบตา ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกคนต่างรู้ดีว่าความมั่งคั่งอันไร้ขีดจำกัดของตระกูลต้นกล้านั้น เปรียบเสมือนมหาสมุทรที่พวกเขากำลังจมดิ่งลงไปอย่างไร้ทางช่วย
"ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะคุณธนภัทร" ต้นกล้าวางถ้วยแบล็กทีลงกระทบจานรองเบาๆ เสียงนั้นกังวานก้องในความเงียบ "มีแค่คำว่า 'มีปัญญาซื้อ' กับ 'ไม่มีปัญญาแม้แต่จะรักษา' เท่านั้น และบังเอิญว่า... ดิฉันมีเงินมากพอที่จะซื้อลมหายใจของบริษัทคุณได้ทั้งบริษัท รวมถึงศักดิ์ศรีที่คุณพยายามเหยียบย่ำคนอื่นมาตลอดหลายปีด้วย"
ข้างกายของต้นกล้า ลลิลยืนสงบนิ่งอยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท แม้ร่างบอบบางนั้นจะเคยผ่านค่ำคืนแห่งหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดจากการถูกตระกูลธนภัทรดูถูกเหยียดหยามมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ในวินาทีนี้ แววตาของหญิงสาวกลับเปล่งประกายด้วยพลังอำนาจอันเงียบงัน เธอมองหน้าธนภัทรด้วยความรู้สึกเวทนา—ความเวทนาที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกตบหน้า เพราะมันคือการแสดงออกว่าอีกฝ่าย 'ไร้ค่า' จนไม่คู่ควรแม้แต่จะให้โกรธแค้นอีกต่อไปแล้ว
"จำวันที่คุณสั่งให้ รปภ. โยนพวกเราออกจากงานเลี้ยงได้ไหมคะ?" ลลิลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทำให้สันหลังของธนภัทรเย็นวาบ "คุณบอกว่าคนอย่างเราเป็นแค่เศษสวะที่เกาะชายผ้าคนรวย... แต่ตอนนี้ เศษสวะกลุ่มนี้กำลังจะเซ็นอนาคตของคุณลงในถังขยะแล้วนะคะ"
"อีนัง..." ธนภัทรพยายามจะลุกขึ้นชี้หน้า แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะยื่นออกไป ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของทีมทนายความระดับประเทศกว่าสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวเข้ามา พร้อมแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ ทุกคนโค้งคำนับให้ต้นกล้าและลลิลด้วยความเคารพสูงสุด
"ท่านประธานครับ... ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว หุ้นสามัญร้อยละห้าสิบเอ็ดถูกโอนเข้าบัญชีทรัสต์ของตระกูลเราอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ" หัวหน้าทีมทนายเอายื่นแท็บเล็ตแสดงผลกราฟิกโครงสร้างการถือหุ้นที่เปลี่ยนมืออย่างเบ็ดเสร็จให้ต้นกล้าดู
ต้นกล้าปรายตามองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาที่ธนภัทร ซึ่งตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับเก้าอี้ ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของทายาทพันล้านผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
"เกมจบแล้วค่ะคุณธนภัทร" ต้นกล้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น "พรุ่งนี้เช้า ป้ายชื่อหน้าตึกนี้จะถูกปลดลง และบริษัทที่คุณรักนักหนา จะกลายเป็นเพียงแผนกย่อยในเครือบริษัทของเรา... อ้อ หวังว่าคุณจะยังจำทางออกที่เคยไล่คนอื่นได้นะคะ เพราะคุณจะต้องใช้มันเดินออกไปในฐานะ 'คนไร้งานทำ' เป็นคนแรก"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของธนภัทรและเสียงกระดาษเอกสารที่พลิกไหวตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียเงินทอง แต่มันคือการทำลายล้างตัวตน ศักดิ์ศรี และอำนาจทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตอย่างไม่มีวันฟื้นคืน
ทว่า... ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันสมบูรณ์แบบ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของลลิลก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดลานจอดรถชั้นใต้ดิน และข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากบุคคลปริศนา...
*ขอบคุณที่อ่านผลงานของต้นไม้ริมระเบียงนะคะ*
ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น•ตอนที่ 15
การเข้าซื้อกิจการแบบ hostile
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!