"สวัสดีค่ะ... คุณต้นกล้า และก็... คุณลลิล"
เสียงทักทายที่เคลือบด้วยน้ำตาลพิษดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องรับรองส่วนตัวของภัตตาคารหรูบนชั้นดาดฟ้า แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าด้านนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้อง สะท้อนให้เห็นใบหน้าของ 'พิมimพิสุทธิ์' หญิงสาวผู้เคยเหยียบยยำศักดิ์ศรีของลลิลอย่างไร้ความปรานีในอดีต รอยยิ้มของเธอยังคงเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับว่ากาลเวลาไม่เคยพรากอำนาจในการบงการชีวิตคนอื่นไปจากเธอได้เลย
ลลิลสะดุ้งเล็กน้อย ร่างบางในชุดเดรสเรียบหรูสั่นเทาขึ้นมาโดยอัตโนมัติ บาดแผลทางใจที่ถูกกรีดซ้ำด้วยคำดูถูกเหียดหยามเมื่อหลายปีก่อน กลับมาส่งเสียงกรีดร้องในความทรงจำอีกครั้ง ภาพของสมุดบัญชีเงินเดือนที่ถูกฉีกทิ้งต่อหน้า ภาพของคำพูดที่ว่า *“คนอย่างเธอไม่มีวันคู่ควรกับตระกูลใหญ่หรอก”* ยังคงฝังรากลึกอยู่ในซอกหลืบของความรู้สึก
ทว่า... ในวินาทีที่ลลิลกำลังจะก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว มืออุ่นจัดของใครบางคนก็เอื้อมมาโอบกอดไหล่บางเอาไว้เสียก่อน
ต้นกล้าไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บพิเศษยืนหยัดตระหง่านอยู่เบื้องหลังเธอราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงประกายแสงแห่งความรังเกียจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
"คิดไม่ถึงเลยนะคะ ว่าคนตกอับในวันนั้น จะกลายมาเป็นผู้หญิงที่เกาะผู้ชายกินในวันนี้... น่าสมเพชเสียจริง" พิมพิสุทธิ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาดูกลานมองกราดตั้งแต่หัวจรดเท้าของลลิลด้วยความเหยียดหยาม เธอยังคงหลงระเริงในอำนาจจอมปลอมของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่ากำลังเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งการทำลายล้างที่ถูกขุดหลุมรอไว้แล้ว
ลลิลเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก มือเรียวเล็กกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอพยายามจะเอ่ยปากปกป้องตัวเอง แต่เสียงของเธอกลับติดอยู่ที่ลำคอ
"คนที่น่าสมเพช... ไม่ใช่เธอหรอกค่ะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ ทว่าไม่ใช่เสียงของลลิล แต่เป็นเสียงของต้นกล้าที่ดังขึ้นด้วยโทนเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากดดันจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ต้นกล้าก้าวออกมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว บังร่างของลลิลไว้เบื้องหลังอย่างมิดชิด รัศมีอำนาจและความมั่งคั่งที่สั่งสมมาทั้งชีวิตแผ่ซ่านออกมาจนพิมพิสุทธิ์ถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอกระตุกวูบ
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไงคะ?" พิมพิสุทธิ์ถามเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
"หมายความว่า... สุนัขที่เห่าเสียงดังที่สุด มักจะเป็นตัวที่หวาดกลัวมากที่สุดยังไงล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันเผลอใช้คำแทนตัวเองผิดเพศไปหน่อย พอดีว่ารังเกียจจนไม่อยากจะใส่ใจรายละเอียดของคนประเภทเธอสักเท่าไหร่" ต้นกล้ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบและเชือดเฉือนยิ่งกว่ามีดโกน
พิมพิสุทธิ์หน้าถอดสี กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ "คุณกล้าดี ยังไงมาดูถูกฉัน! รู้ไหมว่าสามีฉันเป็นใคร กลุ่มทุนอสังหาฯ ที่กำลังประมูลโครงการใหญ่ร้อยล้านอยู่ในตอนนี้ก็คือสามีฉันเอง! ถ้าฉันบอกให้เขาถอนทุน หรือเล่นงานพวกคุณ... พวกคุณจะไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนแน่!"
ท่าทีที่พยายามพองขนขู่ราวกับแมวตื่นตูม ทำให้ต้นกล้าหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันอย่างถึงที่สุด
"กลุ่มทุนอสังหาฯ ร้อยล้านอย่างนั้นเหรอ?" ต้นกล้าหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังสั่งอาหารกลางวัน "บริษัท 'ภัทรพงศ์ กรุ๊ป' ของสามีคุณสินะคะ... น่าสนใจดี ฉันเพิ่งรู้ว่าบริษัทเล็กๆ ที่กำลังจะล้มละลายเพราะหนี้สินล้นพ้นตัว กล้าใช้คำว่า 'ร้อยล้าน' มาขู่คนอื่นด้วย"
พิมพิสุทธิ์เบิกตากว้าง หายใจติดขัด "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไร! สามีฉันรวยจะตาย! เขาไม่มีทาง..."
"ไม่มีทางล้มละลายงั้นเหรอคะ?" ต้นกล้าหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปทางพิมพิสุทธิ์ หน้าจอแสดงผลกราฟฟิกการเงินและเอกสารการอายัดทรัพย์สินที่เพิ่งได้รับการอนุมัติสดๆ ร้อนๆ "ธนาคารพัน트ิพย์ และเครือข่ายวาณิชธนกิจในมือฉัน เพิ่งส่งหมายเรียกและระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมดของบริษัทสามีคุณไปเมื่อสามวินาทีที่แล้ว... อ้อ และถ้าฉันจำไม่ผิด หุ้นกู้ชุดสุดท้ายที่พวกเขากำลังจะค้ำประกัน ก็เพิ่งถูกบริษัทของฉันกว้านซื้อไว้จนหมดเกลี้ยง เพื่อรอเวลา 'ล้มละลาย' อย่างเป็นทางการในเช้าวันพรุ่งนี้ค่ะ"
ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ พิมพิสุทธิ์เซถอยหลังไปหลายก้าว หน้าซีดเผือกไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ความมั่นใจและท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจ
ในจังหวะนั้นเอง มือเรียวเล็กที่สั่นเทาของลลิล ก็ค่อยๆ เอื้อมมาจับชายเสื้อสูทของต้นกล้าไว้เบื้องหลัง ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยรอยแผลทางใจ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นประกายแห่งความโล่งใจและเข้มแข็งขึ้นทีละน้อย ความอบอุ่นจากตัวของต้นกล้าไหลAละลายความหนาวเหน็บในใจของลลิลจนหมดสิ้น
ต้นกล้าเหลือบสายตากลับมามองคนรักที่อยู่เบื้องหลัง แววตาที่เยชาและไร้ความปรานีต่อศัตรูเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกอย่างน่าประหลาด มือหนายกขึ้นกุมมือสั่นเทานั้นไว้แน่น เป็นการส่งสัญญาณเงียบๆ ว่า *'ทุกอย่างจบลงแล้ว คนคนนี้จะไม่สามารถทำร้ายเธอได้อีกต่อไป'*
"จำไว้นะคะ..." ต้นกล้าหันกลับไปมองพิมพิสุทธิ์ที่ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยตอกย้ำซ้ำเติมก้นบึ้งของความพินาศ "คนที่คุณไม่มีวันเอื้อมถึง ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีค่า... แต่เป็นเพราะคุณต่างหาก ที่ต่ำต้อยเกินกว่าจะยืนอยู่ในสายตาของพวกเราตั้งแต่วันแรกแล้ว"
พิมพิสุทธิ์อ้าปากพะงาบๆ น้ำตาไหลพรากด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีด เธอกำลังจะอ้าปากอ้อนวอนร้องขอความเห็นใจ แต่ทว่า...
*กริ๊งงงง—!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของพิมพิสุทธิ์แผדเสียงกรีดร้องดังลั่นทำลายความเงียบ เธอมือสั่นเทารีบควักมันออกมาด้วยความหวังอันริบหรี่ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากสามีของเธอเอง พิมพิสุทธิ์รีบกดรับด้วยความลนลานทันที
"คุณคะ! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมธนาคารถึง..."
*(เสียงตะโกนจากปลายสายดังลอดออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความตื่นตระหนก)*
"เราพังแล้ว! พิม! บริษัทโดนเทคโอเวอร์แบบไม่ทันตั้งตัว! หุ้นดิ่งเหวติดฟลอร์! ตำรวจกำลังมาที่บริษัท... พวกเราหมดตัวแล้ว!"
สายถูกตัดขาดไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของพิมพิสุทธิ์ที่ดังลั่นห้องรับรอง ร่างกายของเธอล้มพับลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดสภาพ ศักดิ์ศรี ความเย่อหยิ่ง และความมั่งคั่งปลอมๆ ที่เธอเคยใช้เหยียบย่ำผู้อื่น ถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดีภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
ลลิลมองภาพตรงหน้าด้วยลมหายใจที่สม่ำเสมอ บาดแผลในใจที่เคยกรีดลึก ค่อยๆ สมานตัวเข้าหากันด้วยชัยชนะอันเด็ดขาดนี้ ความรู้สึกโล่งเบาสบายใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง โดยมีอ้อมแขนที่อบอุ่นและมั่นคงของต้นกล้าคอยโอบประคองไว้ไม่ห่าง
ทว่า... ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังจะคืนกลับมาสู่บรรยากาศแห่งชัยชนะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องรับรอง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทสไตล์ยุโรปโบราณ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาหมวกปีกกว้าง รอยยิ้มปริศนาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา พร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลที่ถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าต้นกล้าและลลิลอย่างจงใจ
"ช้าก่อน... ดูเหมือนว่าเกมสนุกๆ ของคุณต้นกล้า จะยังมีแขกรับเชิญอีกคนที่คุณลืมคำนวณไปนะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ต้นไม้ริมระเบียง
ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น•ตอนที่ 17
บาดแผลทางใจ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!