"อย่าปล่อยมือนะลินน์! เจ้าบ้าเอ๊ย อย่าเพิ่งยอมแพ้ตอนนี้สิเฟ้ย!"
เสียงแหลมเล็กของฟัดจ์กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามใช้ปีกคู่จิ๋วตีฝ่าความหนาวเหน็บของห้วงมิตินี้อย่างสุดกำลัง แต่แรงดึงดูดมหาศาลจากรอยแยกเบื้องล่างนั้นประหนึ่งมือของยักษ์มารที่ฉุดกระชากวิญญาณ ลินน์รู้สึกได้ถึงแรงบีบคั้นที่หน้าอก ลมหายใจของเขาขาดห้วงราวกับถูกดูดกลืนไปพร้อมกับแสงสว่าง
"เซเลสเต้... หนีไป!" ลินน์ตะโกนสุดเสียง เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือในขณะที่เขากำลังร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง
เขาเห็นใบหน้าของเซเลสเต้ที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเหนือขอบรอยแยกนั้น ดวงตาสีไพลินของเธอเบิกกว้าง มือของเธอเอื้อมมาคว้าเขาได้เพียงปลายนิ้ว ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกอย่างไปอย่างถาวร
...
ความเงียบงันคือสิ่งแรกที่ลินน์สัมผัสได้ มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบ แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งราวกับถูกฝังอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร เขารู้สึกถึงความเย็นเฉียบที่แทรกซึมผ่านเสื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก
"เฮ้ เจ้าหนู... ลืมตาสิ ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ" ฟัดจ์สะกิดแก้มเขาเบาๆ ความอุ่นจากร่างเล็กๆ ของภูตจิ๋วทำให้ลินน์เริ่มรับรู้ถึงผัสสะอีกครั้ง
ลินน์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่คุกใต้ดินหรือหลุมศพ แต่เป็นห้วงมิติที่เต็มไปด้วยละอองแสงสีเงินที่ลอยเคว้งคว้าง ราวกับดวงดาวนับล้านที่กำลังเต้นระบำอยู่ในความมืด ความอุ่นวาบเริ่มแล่นผ่านปลายนิ้วของเขา มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์ที่เขาเคยรู้จักจากตำราในห้องสมุด แต่มันคืออะไรบางอย่างที่... นุ่มนวลและเป็นมิตร
"นี่เราตายแล้วหรือไง ฟัดจ์?" ลินน์ถามพลางพยุงตัวขึ้นนั่ง
"ถ้าตายแล้วแกก็คงไม่ได้รู้สึกหิวหรอก จริงไหม?" ฟัดจ์บ่นอุบอิบพร้อมกับพยายามดึงเศษขนมปังแห้งๆ ออกมาจากถุงย่ามที่ติดตัวมาด้วย "ที่นี่มันที่ไหนกันแน่ ดูไม่เหมือนเขตต้องห้ามที่เราเพิ่งตกมาเลย"
ลินน์มองไปรอบๆ เขาพบว่ารอยแยกแห่งความมืดมิดนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกกักขังอยู่ในกรงล้อมของละอองแสงที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่เขาสัมผัสหรือแม้แต่ชี้นิ้วไปทางไหน แสงสีทองอ่อนๆ จะพุ่งออกไปเหมือนกระแสลมที่คอยปัดเป่าเงามืดออกไปให้พ้นทาง
"ฉันทำได้ยังไงกัน..." ลินน์พึมพำ เขาแบมือออก แสงสีทองนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน มันส่องสว่างจนมองเห็นรอยสักประหลาดที่ปรากฏขึ้นบนข้อมือของเขา มันไม่ใช่ลายสักทั่วไป แต่มันเหมือนรอยสลักของอักขระเวทมนตร์โบราณที่ไม่มีในสารบบของอาณาจักร
"นั่นมัน... สัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์แสง!" ฟัดจ์ถึงกับอ้าปากค้าง ปีกของมันหยุดกะพริบไปชั่วขณะ "ลินน์ แกไม่ใช่แค่เด็กฝึกหัดธรรมดาแล้วล่ะ พลังแบบนี้... มันคือพลังที่สูญหายไปพร้อมกับการล่มสลายของราชวงศ์เวทมนตร์โบราณนะเฟ้ย!"
ก่อนที่ลินน์จะทันได้ตั้งคำถาม เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ พื้นที่โดยรอบเริ่มสั่นสะเทือน ความมืดที่เคยสงบนิ่งเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่างเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้าหาพวกเขาด้วยความเร็วเหนือแสง
"ระวัง!" ลินน์ตะโกน เขาไม่ได้คว้าไม้กายสิทธิ์ แต่เขากลับกางแขนออกสัญชาตญาณ แสงสว่างจ้าปะทุออกจากร่างของเขาราวกับดวงอาทิตย์ย่อมๆ
มันไม่ใช่การร่ายเวท แต่มันคือการ 'ตื่น' ของพลังที่หลับใหลอยู่ภายใน
ทันใดนั้น ลินน์ก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ เสียงของเซเลสเต้ดังแว่วมาตามสายลมที่ไม่ได้มาจากที่นี่ "ลินน์! ถ้าเจ้าได้ยินข้า... อย่าใช้พลังนั้นนานเกินไป! ร่างกายของเจ้าจะรับไม่ไหว!"
"เซเลสเต้? เธออยู่ที่ไหน!" ลินน์หันไปรอบๆ ท่ามกลางแสงที่เขาสร้างขึ้น เขาเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่อีกฝั่งของห้วงมิติ เธอไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น แต่เธอกำลังก้าวเดินบนอากาศ ราวกับว่ากฎเกณฑ์ของโลกนี้ถูกบิดเบือนไปเพราะการปรากฏตัวของพลังที่เขามี
"ฟังข้าให้ดี ลินน์" เซเลสเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่รีบร้อนผิดปกติ "รอยแยกนี้ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรอยู่ แต่มันคือบททดสอบ... หากเจ้าควบคุมแสงนั่นไม่ได้ เจ้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเงามืดไปตลอดกาล"
ลินน์มองมือของตัวเองที่เริ่มมีรอยร้าวสีดำเล็กๆ ปรากฏขึ้น พลังมหาศาลนั้นกำลังกัดกินชีวิตของเขาไปพร้อมกับการปลดปล่อยมันออกมา เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมใครๆ ถึงบอกว่าเวทมนตร์คือดาบสองคม
"ฉันจะทำยังไงดี?" ลินน์ถาม เสียงของเขาเริ่มขาดหาย
ฟัดจ์บินเข้ามาเกาะที่ไหล่ของเขา มันหลับตาลงแน่น "ลินน์ เชื่อในใจของแกสิ! แสงไม่ได้มีไว้เพื่อทำลาย แต่มันมีไว้เพื่อนำทาง... เลิกพยายามควบคุมมัน แต่จงเป็นหนึ่งเดียวกับมัน!"
ลินน์หลับตาลง เขาหยุดความคิดที่จะเป็น 'จอมเวท' แต่ปล่อยให้หัวใจของเขาไหลไปกับแสงนั้น เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่หายไป ความอบอุ่นเข้าแทนที่ความหนาวเหน็บ ร่างกายของเขากลายเป็นประกายสีเงินที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ทันใดนั้น แสงที่สว่างจ้าถึงขีดสุดก็ระเบิดออก กลบทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลนไปหมด!
ลินน์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่กลางห้องโถงใหญ่ของโรงเรียนเวทมนตร์ ท่ามกลางสายตาของอาจารย์ใหญ่และเหล่านักเรียนที่ยืนล้อมวงอยู่ด้วยความตกตะลึง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวไม่ใช่ความสนใจจากผู้คนรอบข้าง
เขาสังเกตเห็นชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มที่ยืนอยู่ในมุมมืดของห้องโถง ชายคนนั้นกำลังจ้องมองที่ข้อมือของเขาราวกับเห็นสมบัติล้ำค่า หรือไม่ก็... เห็นหนามยอกใจที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก
"ในที่สุดเจ้าก็กลับมา... เจ้าเด็กผู้ถือครองกุญแจแห่งแสงที่สาบสูญ" ชายชราคนนั้นพึมพำก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้ลินน์รู้สึกหนาวสันหลังไปถึงกระดูก "การทดลองที่ข้ารอคอยมานานนับร้อยปี... ได้เริ่มขึ้นแล้ว"
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นและพร้อมเดินทางไปกับลินน์ต่อนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตาม "บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน" เสมอมาครับ!
ไมโลกับภูตน้อย
บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 12
บทเรียนเวทมนตร์แสง
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!