“เจ้าฟัดจ์! อย่าให้ข้าจับได้นะว่าแอบไปกัดหูรองเท้าใครอีกน่ะ!”
ลินน์ตะโกนก้องเข้าไปในห้องพักที่เงียบสงัด เสียงของเขาที่สะท้อนกลับมาเป็นเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ บนเตียงนอนที่เคยมีก้อนขนสีขาวนุ่มนิ่มนอนขดตัวอยู่ บัดนี้กลับเหลือเพียงรอยยับของผ้าห่มที่ยังอุ่นอยู่เล็กน้อย กลิ่นจางๆ ของพายผลไม้ที่ฟัดจ์ชอบแอบไปขโมยมาจากห้องครัวอาจารย์ใหญ่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่หน้าอก
เด็กหนุ่มคว้าตะเกียงเวทมนตร์ขึ้นมา ความสั่นเทาในมือไม่ได้เกิดจากความกลัวในความมืด แต่เกิดจากความวิตกกังวลที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เขาและเจ้าภูตจิ๋วไม่เคยห่างกันเกินช่วงแขนมาตลอดสามปี ฟัดจ์อาจจะปากร้าย ขี้ขโมย และชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แต่สำหรับลินน์... ฟัดจ์คือหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่ยืนยันว่าเขายังคงเป็นจอมเวทที่มีตัวตนในโรงเรียนแห่งนี้
เขารีบก้าวเท้าออกจากหอพักมุ่งหน้าสู่โถงทางเดินหินอ่อนที่เย็นเยียบในยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นดังก้องเป็นจังหวะที่เร่งเร้า
“ลินน์? ดึกขนาดนี้ทำไมยังไม่นอน”
เสียงใสทว่าราบเรียบของเซเลสเต้ดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงทางเดิน เธออยู่ในชุดคลุมสีเงินยาวสลวย แสงจันทร์ตกกระทบลงบนดวงตาคู่สวยที่ฉายแววฉงนสงสัย ลินน์หยุดชะงัก สีหน้าของเขาซีดเผือดจนเซเลสเต้ขมวดคิ้วแน่น
“ฟัดจ์หายไป... หายไปตั้งแต่ตอนที่ข้าเผลอหลับไปตอนอ่านตำรา” ลินน์ตอบ เสียงของเขาสั่นเครือ “ข้าหาทุกที่แล้ว ทั้งห้องเก็บของ ทั้งสวนหลังโรงเรียน แต่ไม่มีร่องรอยเลยเซเลสเต้ มันไม่มีทางไปไหนไกลโดยไม่มีข้าแน่ๆ”
เซเลสเต้เดินเข้ามาใกล้ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความเคร่งขรึม เธอหยิบไม้กายสิทธิ์ประจำตัวออกมาแล้วร่ายคาดสะกดรอยจางๆ ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าเพียงน้อยนิด “อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ลินน์ ความรู้สึกของเจ้าน่ะสั่นคลอนเวทมนตร์รอบตัวไปหมดแล้ว ตั้งสติให้ดี”
“ข้าจะตั้งสติได้ยังไงในเมื่อเพื่อนคนเดียวของข้าหายไป!” ลินน์สวนกลับอย่างลืมตัว ก่อนจะชะงักและก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด “ขอโทษครับ... ข้าแค่...”
“ข้าเข้าใจ” เซเลสเต้น้ำเสียงอ่อนลง เธอแตะไหล่เขาเบาๆ “ฟัดจ์ไม่ใช่ภูตธรรมดา เจ้าก็รู้ บางทีการที่เขาหายไปอาจจะเกี่ยวกับการทดสอบลับของอาจารย์ประจำหอ หรืออาจจะร้ายแรงกว่านั้น... ตามข้ามา ข้าสัมผัสได้ถึงไอเวทแปลกปลอมที่คุกรุ่นอยู่แถวห้องสมุดต้องห้าม”
ทั้งสองรีบเร่งฝีเท้าไปตามทางเดินที่มืดมิด บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด ผนังหินเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับมีบางอย่างกำลังหายใจอยู่หลังกำแพง ลินน์กำไม้กายสิทธิ์ไม้เก่าๆ ของเขาแน่น เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามไรผม
เมื่อมาถึงหน้าห้องสมุดต้องห้าม ประตูเหล็กกล้าที่ควรจะถูกล็อคด้วยเวทมนตร์ระดับสูงกลับเปิดแง้มออกเพียงเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่ทำให้ลินน์ใจหายวาบไม่ใช่ประตูที่เปิดอยู่ แต่เป็นเสียง ‘หัวเราะ’ ที่คุ้นเคย... เสียงแหลมเล็กที่ดูเหมือนจะกำลังสนุกสนานเกินไปในสถานการณ์แบบนี้
“ฟัดจ์!” ลินน์ผลักประตูเข้าไป
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือฟัดจ์... ภูตจิ๋วสีขาวนวลกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาของมันไม่ได้เป็นสีดำสนิทอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเปล่งประกายสีม่วงเข้มราวกับอัญมณีต้องสาป มันกำลังจ้องมองไปที่แท่นวางตำราเล่มโบราณที่สั่นระริกราวกับมีชีวิต ในมือเล็กๆ ของมันถือเศษกระดาษสีทองที่มีอักขระโบราณเขียนไว้
“เจ้ามาแล้วเหรอ... ลินน์” ฟัดจ์หันมามองลินน์ด้วยรอยยิ้มที่ดู ‘ร้ายกาจ’ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำเสียงของมันดูทุ้มลึกและน่าเกรงขามจนลินน์เผลอก้าวถอยหลัง
“ฟัดจ์? นั่นเจ้าใช่ไหม?” ลินน์ถาม มือไม้สั่นเทา
“เขายังเป็นเพื่อนเจ้าอยู่หรือเปล่า ลินน์?” เซเลสเต้กระซิบข้างหูเธอ เธอชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่ฟัดจ์อย่างระมัดระวัง “ดูที่เท้าของมันสิ...”
ลินน์เพ่งมองไปที่เท้าของภูตจิ๋ว สิ่งที่เห็นทำให้เลือดในกายเขาเย็นเฉียบ ฟัดจ์ไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น แต่มันกำลังเหยียบอยู่บนเงาของใครบางคนที่ยาวเหยียดไปบนพื้นห้องสมุด... เงาที่ไม่ได้มีรูปร่างเหมือนภูตจิ๋วเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับดูเหมือน ‘คน’ ที่กำลังก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของฟัดจ์ตลอดเวลา
ทันใดนั้น ฟัดจ์ก็หันกลับไปหาเงานั้นแล้วหัวเราะร่า ก่อนจะหันมามองลินน์ด้วยสายตาว่างเปล่า “ข้าไม่ได้หายไปไหนหรอกลินน์... ข้าแค่เพิ่งเข้าใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าถูกกักขังอยู่ในร่างของ ‘สัตว์เลี้ยง’ ของเจ้ามานานเกินไปแล้ว”
ขณะที่ลินน์กำลังจะเอ่ยปากถาม ฟัดจ์ก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้นจนทั้งห้องสมุดสั่นไหว ผนังห้องสมุดแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ และในความมืดที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง ลินน์มองเห็นเงาร่างชายในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงานั้น... ชายที่เขารู้จักดีในฐานะ ‘อาจารย์ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน’
เขากำลังก้าวเข้ามาหาลินน์ โดยมีฟัดจ์เกาะอยู่บนบ่าอย่างจงรักภักดี!
---
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของลินน์และเพื่อนตัวน้อยในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนถัดไปครับ!
ไมโลกับภูตน้อย
บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 13
ฟัดจ์หายตัวไป
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!