บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 11

มิตรภาพใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"หยุด! ขยับเท้าซ้ายไปข้างหลังอีกครึ่งก้าว ถ้าขืนยืนท่าเดิมแบบนั้น ต่อให้เธอมีพลังเวทมหาศาลแค่ไหนก็โดนเสยคางหงายหลังตั้งแต่วินาทีแรกแล้วครับ ลินน์" เสียงเรียบเฉียบขาดของเซเลสเต้ดังก้องอยู่กลางลานฝึกร้างหลังหอพักชาย ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของลินน์ เด็กหนุ่มหอบหายใจถี่พลางทรุดตัวลงคุกเข่าหนึ่งข้างตามคำสั่ง มือที่สั่นเทาจากการจับด้ามไม้กายสิทธิ์ซ้อมรบกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ครึ่งก้าว... แบบนี้เหรอครับ?" ลินน์ถามพลางขยับเท้าตามที่เธอบอก "ใช่... แล้วอย่าละสายตาจากคู่ต่อสู้" เซเลสเต้ลดไม้กายสิทธิ์ลงเล็กน้อย สายตาคมกริบของเธอยังคงจับจ้องที่ดวงตาของเด็กหนุ่ม "ความผิดพลาดของเธอไม่ใช่ที่พลังเวท ลินน์ แต่คือจังหวะการตัดสินใจ เธอลังเลเกินไป... เหมือนกับกลัวว่าการชนะจะไปทำลายความสัมพันธ์บางอย่าง" ฟัดจ์ที่เกาะอยู่บนไหล่ของลินน์ส่งเสียงจามฟืดฟาดออกมา ก่อนจะใช้ปีกเล็กๆ ตบหน้าผากตัวเองอย่างเหลืออด "โธ่เอ๊ย! ยัยคุณหนูจอมเจ้าระเบียบครับ เรื่องจังหวะน่ะลินน์มันทำได้ดีแล้ว แต่ไอ้ที่มันชะงักน่ะ เพราะมันกลัวจะทำชุดแพงๆ ของเธอเป็นรอยต่างหากล่ะครับ ไม่ใช่ความขลาดกลัวอย่างที่เธอคิดหรอก!" "ฟัดจ์! เงียบเดี๋ยวนี้" ลินน์ดุเจ้าภูตกระต่ายเบาๆ แต่กลับเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากเซเลสเต้ได้เป็นครั้งแรกในคืนนี้ เธอเดินเข้ามาใกล้ลินน์มากขึ้นจนได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นไอของหนังสือเก่า ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของห้องสมุดเวทมนตร์ เซเลสเต้วางมือลงบนไหล่ของลินน์ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นดุจคำมั่นสัญญา "ลินน์... ในโลกของจอมเวท ถ้าเธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า 'ชัยชนะต้องแลกมาด้วยความเด็ดขาด' เธอจะไม่มีวันก้าวข้ามผ่านกำแพงที่ขวางกั้นเธออยู่ได้ ผมไม่ได้ต้องการคู่ซ้อมที่คอยแต่จะออมมือให้ ผมต้องการคนที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้ากับผม... เข้าใจไหมครับ?" ลินน์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า แสงจันทร์สะท้อนอยู่ในดวงตาสีมรกตของเธอ แววตาที่ปกติจะแข็งกร้าวและเย็นชานั้น บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความคาดหวังที่บริสุทธิ์ใจ ในวินาทีนั้นเอง ลินน์สัมผัสได้ถึงความอ้างว้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์เจ้าหญิงผู้สมบูรณ์แบบของเซเลสเต้ "ผมเข้าใจแล้วครับ" ลินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เรามาเริ่มกันใหม่... ครั้งนี้ผมจะไม่ลังเลอีก" การฝึกซ้อมดำเนินไปอย่างดุเดือด แสงจากเวทมนตร์จางๆ พุ่งกระทบกันจนเกิดประกายไฟสีเงินกระจายไปทั่วลานฝึก ฟัดจ์เปลี่ยนจากการกวนประสาทมาเป็นผู้บรรยายเชิงวิจารณ์ที่คอยให้คำแนะนำอย่างเฉียบคม ลินน์เริ่มเปลี่ยนจากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุกมากขึ้น เขาสามารถใช้จังหวะหลอกล่อที่เซเลสเต้ไม่ทันคาดคิด จนกระทั่งไม้กายสิทธิ์ของเขาจ่อเข้าที่ลำคอของเธอได้สำเร็จ ทั้งคู่หยุดหอบหายใจ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่กดดัน หากแต่เป็นความเงียบของความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้น "เธอพัฒนาขึ้นมาก" เซเลสเต้เอ่ยทำลายความเงียบ เธอยกมือขึ้นปัดผมที่ปรกหน้าออก "มากกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีก" "เป็นเพราะคุณสอนได้ดีต่างหากครับ" ลินน์ตอบด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ ทว่า ทันใดนั้น ความเงียบสงัดของค่ำคืนก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากเงามืดด้านหลังกำแพงหิน ลินน์และเซเลสเต้ชะงักทันที ฟัดจ์บินวูบไปหลบหลังคอของลินน์ ขนพองฟูด้วยสัญชาตญาณระวังภัย "ใครน่ะ?" เซเลสเต้ตะโกนถาม พร้อมยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นในท่าเตรียมพร้อม เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากมุมมืดออกมา เป็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์ฝ่ายปกครอง ใบหน้าของเขานิ่งเฉยแต่ดวงตากลับคมปลาบดุจมีดโกน ในมือของเขาถือม้วนคัมภีร์ที่ประทับตราสีเลือดเอาไว้ "เจ้าหญิงเซเลสเต้... และเจ้าเด็กไม่มีพลังเวท" เสียงของอาจารย์หนุ่มฟังดูเย็นเยียบจนลินน์รู้สึกขนลุก "พวกเธอคงลืมไปแล้วว่า 'กฎข้อห้ามในการซ้อมเวทหลังเวลาวิกาล' มีบทลงโทษที่รุนแรงแค่ไหน" เซเลสเต้เม้มปากแน่น เธอขยับไปยืนบังลินน์ไว้โดยสัญชาตญาณ "เราแค่ฝึกซ้อม ไม่ได้ละเมิดกฎร้ายแรงถึงขั้นต้องถูกเรียกตัวไปหอคอยทมิฬนะครับ อาจารย์" อาจารย์คนนั้นแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา "หอคอยทมิฬงั้นหรือ? ไม่หรอก... สิ่งที่พวกเธอทำไม่ใช่แค่การละเมิดกฎ แต่คือการ 'ค้นพบ' บางสิ่งที่ตระกูลของเธอพยายามปิดตายมานานกว่าร้อยปี" เขาคลี่ม้วนคัมภีร์ออก แสงสีแดงวาบขึ้นจากตัวอักษรบนกระดาษ และในวินาทีนั้นเอง ลินน์ก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากใต้เท้าของพวกเขา ราวกับมีบางอย่างที่หลับใหลอยู่ใต้โรงเรียนกำลังจะตื่นขึ้นจากการหลับใหลนับศตวรรษ "พวกเธอรู้ไหมว่าทำไมหอคอยแห่งนี้ถึงถูกสร้างทับบนซากปรักหักพังโบราณ?" อาจารย์คนนั้นกล่าวเสียงเย็น "เพราะมันไม่ได้สร้างเพื่อเรียนรู้เวทมนตร์... แต่มันสร้างเพื่อ 'คุมขัง' บางอย่างที่เธอกำลังจะปลุกมันขึ้นมา ด้วยความโง่เขลาของเธอทั้งสองคน" พื้นดินเริ่มแยกออกเป็นรอยร้าว กลิ่นอายความมืดมิดที่ลินน์ไม่เคยสัมผัสมาก่อนพวยพุ่งขึ้นมา บดบังแสงจันทร์จนมืดมิด เซเลสเต้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ลินน์พยายามคว้ามือเธอไว้ แต่ทว่า... เงาสีดำขนาดมหึมากลับพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกนั้น รวบตัวเขาลากลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่างในชั่วพริบตา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของลินน์และผองเพื่อนมาถึงตอนนี้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%