"ถอยออกไปให้ห่างจากเขตศิลาศักดิ์สิทธิ์เดี๋ยวนี้! พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์เหยียบย่างเข้ามาในหอสมุดต้องห้าม!"
อาเธอร์ตะโกนก้อง เสียงของชายชราสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางฝุ่นควันที่คลุ้งกระจายจากเพดานหอสมุดที่ถล่มลงมา ผมยืนอยู่ข้างหลังเขา ฟัดจ์เกาะอยู่บนไหล่ผมแน่นจนกรงเล็บเล็กๆ ของมันจิกผ่านเนื้อผ้าชุดคลุมเข้ามา ผมสัมผัสได้ถึงไอเวทมนตร์ที่เย็นเยียบและเย่อหยิ่งจากกลุ่มคนที่ก้าวเข้ามาในชุดคลุมสีเงิน ตราสัญลักษณ์รูปไม้เท้าไขว้กับดวงตาที่หน้าอกนั่น... มันคือสัญลักษณ์ของโรงเรียนเวทมนตร์อาร์คาน่าที่ผมเพิ่งจะถูกไล่ออกมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน
"อาเธอร์... ดูเหมือนท่านจะลืมไปแล้วว่ากฎของโรงเรียนนั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตามคำสั่งของสภาอาวุโส" ชายในชุดคลุมสีเงินคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าแฝงความกดดันจนอากาศรอบตัวดูหนักอึ้ง เขาเหลือบสายตามามองผม แววตาคมกริบดุจมีดโกน "รวมถึงเด็กหนุ่มที่ถูกขับไล่คนนี้ด้วย ส่ง 'คัมภีร์ดารา' มาเสียดีๆ อย่าให้พวกเราต้องใช้มาตรการที่รุนแรงกว่านี้เลย"
ผมเม้มปากแน่น ความโกรธแค้นปะทะกับความกลัวในอก ลินน์เอ๋ย... เจ้าไม่มีพรสวรรค์เวทมนตร์ เจ้าเป็นแค่ตัวตลกในสายตาพวกมัน แต่นี่คือสมบัติที่อาเธอร์ปกป้องมาทั้งชีวิต!
"ลินน์... หนีไป" อาเธอร์กระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ไม่ครับท่านอาเธอร์ ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น" ผมตอบกลับ มือคว้าด้ามดาบเหล็กเก่าๆ ที่สะพายอยู่ข้างกาย แม้มันจะเป็นเพียงดาบฝึกหัดธรรมดา แต่นี่คืออาวุธเดียวที่ผมมี
"โอ้... จะสู้ด้วยดาบงั้นรึ?" ชายชุดคลุมหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหู "เวทมนตร์ของเจ้ามันรั่วไหลไปหมดแล้วลินน์ ดาบไร้พลังเวทในมือเจ้า ก็ไม่ต่างอะไรกับไม้ฟืนหรอก"
ฟัดจ์กระโดดขึ้นไปยืนบนหัวผม มันพองตัวจนขนฟูฟ่องแล้วพ่นไฟจิ๋วๆ ออกมาจากปากเพื่อขู่ศัตรู "ไอ้พวกขี้โกง! จะเอารุมกินโต๊ะเด็กไม่มีเวทงั้นเรอะ! ไอ้พวกคนหน้าไหว้หลังหลอกเอ๊ย!"
"ฟัดจ์ เงียบก่อน" ผมปรามภูตจิ๋วคู่หู พร้อมกับหลับตาลงนึกถึงคำแนะนำของเซเลสเต้ที่เธอมักจะเคี่ยวเข็ญผมเสมอ *'ลินน์... ถ้าเจ้าใช้พลังเวทมนตร์โดยตรงไม่ได้ ก็จงหลอมรวมมันเข้ากับวิถีแห่งดาบสิ อย่ามองว่าดาบคือเหล็ก แต่มันคือส่วนขยายของจิตวิญญาณ'*
ผมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจาย ความรู้สึกเย็นวาบเริ่มไหลเวียนจากปลายนิ้วเข้าสู่ด้ามดาบ ผมไม่ได้ใช้เวทมนตร์อัดใส่ดาบอย่างที่พวกจอมเวททั่วไปทำ แต่ผมกำลัง 'สื่อสาร' กับมัน ส่งผ่านเจตจำนงที่แน่วแน่และรอยแผลเป็นในใจที่ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
*เคร้ง!*
ชายชุดคลุมคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าคัมภีร์ที่ผมถืออยู่ ผมตวัดดาบสวนออกไปโดยสัญชาตญาณ แสงสีฟ้าหม่นที่ดูเหมือนประกายไฟจากถ่านที่ใกล้ดับค่อยๆ วาบขึ้นที่คมดาบ มันไม่ใช่เวทมนตร์ที่รุนแรง แต่เป็นกระแสพลังงานที่บริสุทธิ์และดิบเถื่อน
ดาบของผมปะทะเข้ากับไม้เท้าเวทมนตร์ของศัตรู แรงสั่นสะเทือนทำเอาแขนผมชาหนึบ แต่ทว่า... ชายชุดคลุมกลับเป็นฝ่ายกระเด็นถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตกตะลึง!
"เป็นไปไม่ได้... พลังไร้รูปแบบนั่นมันอะไรกัน?"
ผมไม่ได้รอให้เขาตั้งตัว ผมพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าปกติ ก้าวเท้าตามแบบฉบับวิชาดาบที่ผมฝึกฝนเองในโรงนาเก่าๆ นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ชั้นสูง แต่มันคือวิชาดาบที่ขับเคลื่อนด้วยพลังชีวิตและความมุ่งมั่น
"เซเลสเต้เคยบอกว่า... ดาบที่ไม่มีเวทมนตร์คือดาบที่อิสระที่สุด!" ผมตะโกนลั่น ดาบในมือฟาดฟันเป็นจังหวะที่คาดเดาไม่ได้ ฟัดจ์ฉวยโอกาสพุ่งไปหยิกหน้าศัตรูจนเสียจังหวะ
"ลินน์! ทางซ้าย!" ฟัดจ์ร้องเตือน
ผมก้มตัวหลบเวทมนตร์สายฟ้าที่เฉี่ยวหัวไปเพียงนิด ก่อนจะหมุนตัวเหวี่ยงดาบเข้าสกัดกั้นกลุ่มคนชุดคลุมที่เริ่มจะล้อมวงเข้ามามากขึ้น ผมไม่รู้หรอกว่าผมจะรอดไปได้นานแค่ไหน แต่ในนาทีนี้ ความกลัวในหัวใจมันถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมอย่างประหลาด
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะลงดาบตัดสิน ชายชุดคลุมคนหนึ่งกลับแสยะยิ้มที่มุมปาก เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว... หอสมุดทั้งหลังก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เพดานพังลงมา!
"เจ้าคิดว่านี่คือทั้งหมดของพวกเรางั้นรึ?" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็น "ดูนั่นสิ... ใครมาหาเจ้า"
ประตูเหล็กบานใหญ่ที่พังพินาศอยู่เบื้องหลังค่อยๆ ถูกเลื่อนออกไปโดยพลังเวทมนตร์ลึกลับ เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางฝุ่นควัน เธอคือเซเลสเต้... แต่ทว่าแววตาของเธอในตอนนี้กลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ในมือของเธอไม่ได้ถือไม้เท้าเวทมนตร์ แต่กลับถือดาบเล่มหนึ่งที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมา!
"เซเลสเต้?" ผมเรียกเธอด้วยความหวัง แต่เธอกลับไม่ได้หันมามองผมเลยแม้แต่น้อย
"กำจัดมันทิ้งซะ" ชายชุดคลุมสั่งคำเดียว เซเลสเต้ก็พุ่งเข้าใส่ผมด้วยความเร็วที่ผมมองแทบไม่ทัน ดาบสีดำเล่มนั้นฟาดลงมาเหนือศีรษะผม และในวินาทีที่คมดาบจะสัมผัสตัว ผมก็ได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ จากปากของเธอที่ดังพอให้ผมได้ยินเพียงคนเดียว... "จงแสร้งว่าตาย... ไม่อย่างนั้นเราทุกคนจะไม่รอด"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของลินน์และฟัดจ์มาถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 36
การฝึกวิชาดาบเวท
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!