บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 18

ผู้บุกรุกจากแดนไกล

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“ถ้าคิดว่าการแสดงงิ้วของพวกเจ้าจะจบลงด้วยเสียงปรบมืออันจอมปลอมนั่นได้... ก็ถือว่าประเมินค่าพลังเวทในอากาศต่ำเกินไปแล้วล่ะครับ” เสียงทุ้มต่ำที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศรื่นเริงของงานเทศกาลโรงเรียนเวทมนตร์เอเลนเดียดังแทรกขึ้นมา ราวกับน้ำแข็งที่หยดลงบนกระทะร้อน เสียงดนตรีบรรเลงที่เคยครึกครื้นหยุดชะงักลงทันที ลินน์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่วิ่งผ่านพื้นหินใต้ฝ่าเท้า เขาขยับตัวไปบังเซเลสเต้โดยสัญชาตญาณ ขณะที่ฟัดจ์ซึ่งกำลังเคี้ยวคุกกี้ชิ้นสุดท้ายถึงกับชะงักค้าง ก่อนจะกลืนมันลงคออย่างยากลำบากแล้วรีบพุ่งตัวมาเกาะไหล่ของเขาแน่น “ลินน์... เจ้ากลิ่นเหม็นอับของมานาที่บิดเบี้ยวนี่มันอะไรกัน?” ฟัดจ์กระซิบเสียงสั่น แววตาซุกซนของภูตจิ๋วหายไป เหลือเพียงความระแวดระวัง กลางลานกว้างที่เคยประดับประดาด้วยโคมไฟเวทมนตร์แสนสวย ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหินขนาดใหญ่ เขาเป็นชายหนุ่มท่าทางภูมิฐาน สวมชุดคลุมสีเทาหม่นที่ดูเหมือนจะดูดกลืนแสงไฟรอบข้างไปจนหมดสิ้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีอำพันคู่นั้นกลับจับจ้องมาที่เซเลสเต้ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก เซเลสเต้ขมวดคิ้วแน่น มือเรียวของเธอสั่นเล็กน้อยก่อนจะหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาถือไว้มั่น “ท่านไม่ได้รับเชิญให้มาที่นี่... การเขตแดนของโรงเรียนต้องมีการตรวจสอบตัวตน นี่ท่านผ่านเข้ามาได้ยังไงกัน?” “เขตแดนที่ล้าหลังน่ะหรือครับ? เจ้าหญิง?” ชายปริศนาแค่นยิ้มที่มุมปาก “สำหรับคนที่มีกุญแจที่ถูกต้อง ประตูของโรงเรียนนี้ก็ไม่ต่างจากบานหน้าต่างที่เปิดอ้าทิ้งไว้หรอกครับ” ลินน์ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้ใจจะเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก แต่เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เซเลสเต้ต้องเผชิญหน้าเพียงลำพัง ท่ามกลางสายตานักเรียนหลายร้อยคนที่กำลังตกอยู่ในความตื่นตระหนก สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง เขาพยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด “ผมไม่ทราบว่าคุณคือใคร แต่ที่นี่เป็นพื้นที่จัดงาน หากคุณต้องการความช่วยเหลือ เราสามารถไปคุยกันที่ห้องพักอาจารย์ได้นะครับ” ชายผู้นั้นหันมามองลินน์ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความสมเพช “จอมเวทฝึกหัดผู้ไร้มานา... เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริงที่ยืนอยู่ตรงนี้ แต่อย่าได้สำคัญตัวผิดไปเลยว่าความเมตตาจอมปลอมนั่นจะหยุดยั้งสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้” สิ้นคำพูด ชายผู้นั้นก็สะบัดมือเบาๆ วงแหวนเวทมนตร์สีดำสนิทแผ่ขยายออกไปบนพื้นดิน รอยแยกของมิติค่อยๆ ปริแตกออกเหมือนกระจกที่ถูกทุบ เสียงหวีดหวิวของพลังเวทที่ไหลทะลักออกมาทำเอาบรรยากาศในงานเทศกาลเปลี่ยนจากความรื่นเริงเป็นความหนาวเหน็บอย่างฉับพลัน “ฟัดจ์ เตรียมตัวให้พร้อม!” ลินน์ตะโกนสั่ง “ข้ารู้น่า! ไม่ต้องบอกก็รู้!” ภูตจิ๋วตะโกนกลับ ปีกเล็กๆ ของมันกางออกและเริ่มสั่นไหวด้วยพลังงานเวทที่ถูกรวบรวมไว้ ในวินาทีนั้นเอง ชายปริศนาก็พุ่งตัวเข้าหาเซเลสเต้ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ เขาไม่ได้ใช้เวทมนตร์โจมตีโดยตรง แต่กลับใช้ร่างกายเข้าปะทะราวกับนักรบมืออาชีพ ลินน์กระโจนเข้าขวางโดยใช้ร่างตนเองเป็นโล่ เขาเหวี่ยงไม้กายสิทธิ์เปล่าๆ ในมือเพื่อหลอกล่อ แต่แท้จริงแล้วเขาแอบส่งสัญญาณให้ฟัดจ์ใช้ 'ละอองภูตพรางตา' โปรยลงไปบนพื้น ทว่า ชายผู้นั้นกลับหยุดกึก ราวกับอ่านทางออกทะลุปรุโปร่ง เขาหัวเราะร่าก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าคอเสื้อลินน์และเหวี่ยงออกไปให้พ้นทางด้วยแรงมหาศาล “หยุดนะ!” เซเลสเต้ร่ายเวทสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ แต่ชายผู้นั้นกลับหันมาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน มือของเขาที่สัมผัสถูกร่างกายของเจ้าหญิงทำให้เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ และนั่นคือตอนที่ลินน์สังเกตเห็นบางอย่าง—สัญลักษณ์รูปตราประทับสีแดงฉานที่ปรากฏอยู่บนหลังมือของชายปริศนา มันเป็นสัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นในตำราโบราณที่ถูกสั่งห้ามอ่านในห้องสมุด... ตราประทับของกลุ่ม 'ผู้ทรยศแห่งแดนเวท' “ดูเหมือนว่า...” ชายปริศนาขยับเข้ามาใกล้หูของเซเลสเต้จนเธอนิ่งงันไป “ความลับที่พวกเขาสั่งให้เธอปิดตายเอาไว้น่ะ... มันถึงเวลาต้องเปิดเผยให้โลกได้รับรู้แล้วนะ เซเลสเต้... หรือควรจะเรียกเจ้าว่า ‘ผู้ถูกสาป’ กันดีล่ะ?” เซเลสเต้เบิกตากว้าง สีหน้าของเธอซีดเผือดจนแทบจะกลายเป็นคนละคน ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด ลินน์ที่พยายามลุกขึ้นมาจากพื้นเห็นภาพนั้นแล้วหัวใจแทบหยุดเต้น ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไรต่อ ชายปริศนาก็ชี้มือขึ้นไปบนฟ้า ทันใดนั้นท้องฟ้าเหนือโรงเรียนเวทมนตร์ที่เคยประดับด้วยดวงดาวก็พลันบิดเบี้ยว รอยแยกมิติตรงหน้าเขากว้างขึ้นเรื่อยๆ จนมองเห็นเงาสีดำขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนตัวออกมาจากรอยแยกนั้น ไม่ใช่แค่ผู้บุกรุกคนเดียว... แต่กองทัพเงาจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังจะปรากฏตัวขึ้นกลางงานเทศกาล “พวกเจ้าจงดูให้เต็มตา...” ชายปริศนาแสยะยิ้ม ขณะที่เซเลสเต้ทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยอาการตัวสั่นเทา “จุดจบของความสงบสุขที่พวกเจ้าหลงใหล... มันเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้” ลินน์มองไปที่รอยแยกนั้น ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่เดินออกมาจากหลังม่านหมอกมืดมิด—คนคนนั้นก้าวเดินด้วยจังหวะที่คุ้นเคย ราวกับเขาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็น... ตัวเขาเองในอีกรูปแบบหนึ่ง ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของลินน์และฟัดจ์มาจนถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%