บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 19

ความกลัวที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“นั่นไม่ใช่เงาของนายนะ ลินน์... หยุดมองมันเดี๋ยวนี้!” เสียงกระซิบของฟัดจ์สั่นเครือจนผิดวิสัย ปกติเจ้าภูตจิ๋วขี้โมโหตัวนี้จะปากจัดและพร้อมลุยกับทุกอย่าง แต่ในวินาทีนี้ อุ้งเท้าเล็กๆ ของมันกลับจิกแน่นลงบนไหล่ผมจนเล็บแหลมคมแทรกผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างจำลองที่ยืนอยู่อีกฝั่งของรอยแยกมิติ หมอกสีม่วงหม่นหมุนวนรอบเท้าของเขา ราวกับพื้นดินใต้ร่างนั้นกำลังจะแตกสลาย ผมไม่ได้ขยับตัว ไม่ใช่เพราะความกลัวจนตัวแข็ง แต่เพราะทุกย่างก้าวที่ 'คนคนนั้น' ขยับเข้ามา รอยเท้าของเขาทิ้งรอยแยกของมิติเอาไว้เหมือนรอยร้าวบนกระจกที่กำลังจะแตกกระจาย “นายเป็นใคร?” ผมถามออกไป เสียงของผมแหบแห้งและแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันที่น่าอึดอัด ร่างนั้นหยุดนิ่ง เขาเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ถอดแบบมาจากผมทุกกระเบียดนิ้ว แต่สิ่งที่แตกต่างคือดวงตา... ดวงตาที่ควรจะเป็นสีน้ำตาลอบอุ่นกลับกลายเป็นสีดำสนิท ไร้แววตา ไร้ชีวิต และที่มุมปากของเขากำลังยกยิ้มเหยียดหยาม—รอยยิ้มที่ผมไม่เคยทำ “คำถามน่าเบื่อจังนะ ลินน์” เสียงของเขาก้องกังวานในหัวผม ไม่ใช่ผ่านโสตประสาท แต่เป็นเหมือนการกระซิบจากความทรงจำที่ผมพยายามลืม “นายถามว่าฉันเป็นใคร ทั้งที่นายก็เห็นอยู่เต็มตา... ฉันคือความเป็นไปได้ที่นายพยายามปิดกั้น คือเศษเสี้ยวของความอ่อนแอที่นายตราหน้าว่ามันคือความไร้ค่าไงล่ะ” “ลินน์ อย่าไปฟังมัน!” ฟัดจ์ตะโกนลั่น พร้อมกับกางปีกเล็กๆ ของมันออกมา แสงสีทองเรืองรองพุ่งออกจากตัวเจ้าภูตจิ๋วเข้าใส่ร่างนั้น แต่น่าประหลาดเหลือเกินที่แสงเวทมนตร์กลับสลายไปทันทีที่สัมผัสกับหมอกสีม่วง “บ้าน่า! พลังของข้าหายไปไหน!” “พลังที่เกิดจากความกลัวของนาย มันก็แค่เศษอาหารสำหรับฉันเท่านั้นแหละ” ร่างนั้นขยับเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง คราวนี้เขาอยู่ห่างจากผมไม่ถึงสองช่วงแขน ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาจนผมแทบหายใจไม่ออก ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอผมเอาไว้ ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้หนักอึ้งของห้องโถงต้องห้ามก็ถูกผลักออกอย่างแรง เซเลสเต้ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือของเธอถือคทาไม้อีโบนีที่ส่องแสงวาบ เธอคงสัมผัสถึงความผิดปกติของมานาที่ปั่นป่วนในเขตนี้ได้ “ลินน์! ถอยออกมา!” เธอตะโกนสั่ง แต่เมื่อสายตาของเธอจับจ้องไปที่ร่างจำลองนั้น ร่างกายของเซเลสเต้ก็ชะงักงัน เธอเบิกตากว้าง มือที่ถือคทาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด “ไม่จริง... เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นแค่ตำนานที่ถูกลบไปแล้ว” “อัจฉริยะแห่งตระกูลเวทมนตร์ชั้นสูงก็ยังดูขลาดกลัวสินะ” ร่างนั้นหันไปมองเซเลสเต้ด้วยแววตาเยาะเย้ย “เจ้าหญิง... เธอรู้ดีไม่ใช่หรือว่าความลับในก้นบึ้งของโรงเรียนนี้คืออะไร การที่เด็กไร้ค่าคนนี้บังเอิญมาเปิดรอยแยกได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะ” เซเลสเต้หันมาสบตาผม สายตาของเธอในตอนนี้ไม่ได้เข้มงวดหรือถือดีเหมือนทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและ... ความเศร้าใจ “ลินน์ ฟังนะ อย่ามองตาของมัน นายต้องใช้สมาธิ... นายต้องจำไว้ว่านายคือใคร ไม่ใช่ภาพสะท้อนที่มันสร้างขึ้น!” ผมพยายามรวบรวมสมาธิ กลิ่นอายของความเย็นยะเยือกเริ่มรุกรานเข้ามาในหัวใจผม ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ผมเคยถูกเหยียดหยาม การที่คนอื่นบอกว่าผมไม่มีพรสวรรค์ การที่ผมพยายามแทบตายแต่ก็ยังเป็นได้แค่จอมเวทฝึกหัดหางแถว... ทั้งหมดนั้นถูกร่างจำลองขุดขึ้นมาฉายซ้ำเหมือนภาพยนตร์ที่ไม่มีวันจบ “เห็นไหมลินน์?” มันกระซิบใกล้หูผม กลิ่นอายของความว่างเปล่าทำให้ผมขนลุกชัน “โลกนี้ไม่ได้ต้องการนาย พวกเขาแค่รอเวลาที่จะทิ้งนายลงเหวที่ลึกที่สุด นายควรจะยอมรับฉัน... ยอมรับความมืดนี้เสีย แล้วนายจะได้ในสิ่งที่นายโหยหา พลังที่จะทำให้ทุกคนต้องก้มหัวให้” ผมรู้สึกถึงมือของฟัดจ์ที่เกาะคอเสื้อผมไว้แน่น เจ้ากระต่ายจิ๋วตัวนี้ตัวสั่นเทา แต่มันยังคงไม่ยอมหนีไปไหน “ลินน์... อย่าไปเชื่อมัน ถึงข้าจะปากเสีย แต่ข้าก็รู้นะว่าหัวใจของนายแข็งแกร่งกว่าเศษสวะพวกนี้เยอะ นายไม่ใช่แค่จอมเวทฝึกหัดธรรมดา นายคือคนที่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองได้... นั่นแหละคือพลังที่แท้จริง!” คำพูดของฟัดจ์จุดประกายเล็กๆ ขึ้นในใจผม ผมหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อหลบหนี แต่เพื่อหันไปมองสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ผมมี... ไม่ใช่พลังเวทที่ยิ่งใหญ่ แต่คือความทรงจำที่ผมได้พบกับฟัดจ์ และการที่เซเลสเต้คอยผลักดันผมมาตลอดทาง ผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ผมไม่ได้จ้องมองไปที่ใบหน้าของมัน แต่ผมจ้องไปที่ความว่างเปล่าข้างหลังมัน “ฉันอาจจะไร้พรสวรรค์” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น แม้ขาจะยังสั่น “ฉันอาจจะเป็นแค่จอมเวทฝึกหัดที่เก่งแต่เรื่องสร้างเรื่องวุ่นวาย แต่ฉันก็ภูมิใจในสิ่งที่ฉันเป็น... เพราะสิ่งที่ฉันเป็น คือสิ่งที่ทำให้ฉันได้พบกับเพื่อนที่แท้จริง” ทันใดนั้น รอยแยกมิติตรงหน้าก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง บรรยากาศเริ่มบิดเบี้ยว ร่างจำลองนั้นเริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองสีม่วง แต่มันไม่ได้ดูโกรธแค้น มันกลับหัวเราะออกมาอย่างน่าขนลุก “ดี... เก็บความเชื่อมั่นจอมปลอมนั่นไว้ให้ดีเถอะลินน์” มันค่อยๆ จางหายไปในความมืด “เพราะสิ่งที่รออยู่ข้างหลังฉัน... สิ่งที่นายปลุกมันขึ้นมาด้วยความสงสัยของนายเอง... มันจะไม่ยอมให้เรื่องจบง่ายๆ แบบนี้แน่” ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้กลับไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า พื้นดินใต้ฝ่าเท้าผมเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนจะแรงขึ้นจนฝุ่นควันจากเพดานร่วงหล่นลงมา เซเลสเต้รีบวิ่งเข้ามาจับแขนผมไว้ ใบหน้าของเธอซีดเผือด “ลินน์! รอยแยกนั่นมันไม่ได้หายไป... มันแค่ขยายตัวจากข้างใน!” เสียงแตกหักดังสนั่นขึ้นจากเบื้องหลังม่านหมอกที่เคยปิดกั้น ทันใดนั้น มือขนาดมหึมาที่ทำจากเถ้าถ่านและเวทมนตร์สีดำสนิทก็โผล่ออกมาเกาะขอบรอยแยกนั้นไว้อย่างแน่นหนา มันไม่ใช่แค่ร่างจำลองที่ล่อลวงผม... แต่มันคือประตูที่เปิดโอกาสให้บางสิ่งที่เลวร้ายกว่าก้าวข้ามผ่านเข้ามาในโลกนี้อย่างสมบูรณ์ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไปกับลินน์นะครับ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับผมอีกครั้งนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%