กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กตีเข้าจมูกอย่างจัง ทันทีที่เศษซากพื้นดินเบื้องบนร่วงหล่นกราวลงสู่เหวเบื้องล่าง ลินน์ก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในอก ขณะที่มือข้างหนึ่งคว้าแขนเสื้อของเซเลสเต้ไว้แน่นเพื่อดึงเธอกลับมาจากขอบเหวที่สั่นคลอน
"ระวังครับ!" ลินน์อุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองลงไปเบื้องล่าง ความมืดมิดไม่ได้กลืนกินทุกสิ่งอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับมีแสงเรืองรองสีม่วงอมแดงสาดส่องขึ้นมาจากชั้นใต้ดินลึก พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลปรากฏแก่สายตา มันคือห้องโถงลับใต้ดินที่ถูกซ่อนเร้นไว้ใต้สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้มานานนับร้อยปี ชั้นหนังสือสูงตระหง่านเรียงรายเป็นระเบียบ แต่ละเล่มห่อหุ้มด้วยโซ่ตรวนเวทมนตร์สีดำสนิท และตรงกลางห้องนั้น... มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว
"นี่มัน... เขตหวงห้ามระดับสูงสุดของหอสมุดใต้ดิน" เซเลสเต้พึมพำ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ลินน์ไม่เคยเห็นมาก่อน "ตระกูลของฉันบันทึกไว้ว่ามีห้องนี้อยู่จริง แต่มมันถูกทำลายไปตั้งแต่สงครามเวทมนตร์ครั้งใหญ่แล้วนี่ ทำไม..."
"เพราะมีคนตั้งใจขุดมันขึ้นมาใหม่ไงล่ะครับ ท่านหญิงน้อย"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงาดำฝั่งตรงข้าม ชายปริศนาที่ทำให้พื้นดินพังทลายเมื่อครู่ยืนอยู่บนซากปรักหักพังอย่างมั่นคง เขายังคงสวมผ้าคลุมสีเทาเข้มฮู้ดคลุมศีรษะ แต่วันนี้ชายผ้าคลุมนั้นปลิวสะบัดตามแรงลมเวทมนตร์ที่หมุนวนรอบตัวเขา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายคนนั้น ก่อนที่เขาจะดีดนิ้วเบื้องหน้า
*ฟึ่บ!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นเหวด้วยความเร็วสูง มันแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิวแหลมคม ลินน์พยายามชูไม้กายสิทธิ์ขึ้นเพื่อร่ายคาถาสกัดกั้น แต่ความกดดันมหาศาลจากศัตรูทำให้ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
"ชิ! เจ้านี่มันน่ารำคาญจริงๆ!"
เสียงแหลมปนกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับร่างสีขาวปุกปุยที่พุ่งตัดหน้าลินน์ไปอย่างเฉียดฉิว ฟัดจ์ ภูตจิ๋วคู่ใจกางปูน้อยๆ ของมันออกรับแรงกระแทกจากเงาดำนั้นอย่างจัง แรงปะทะทำให้ฟัดจ์กระเด็นถอยหลังมาชนอกลินน์ แต่เจ้ากระต่ายน้อยก็ยังไม่วายพ่นคำด่าออกมา
"ไอ้เจ้ามนุษย์หน้าปลาจ่อม! บังอาจมาทำลายบรรยากาศตอนที่ข้ากำลังจะแอบกินพุดดิ้งในยามวิกาลเรอะ! ลินน์ จัดการมันเลย! เอาคาถาปัญญาอ่อนของนายเสกใส่หน้ามันให้สำลักดินไปเลย!"
ลินน์สูดหายใจเข้าลึก ตั้งสติท่ามกลางสถานการณ์ที่คับขัน เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์เรื่องคาถาทำลายล้างรุนแรง แต่ความรู้สึกอยากปกป้องเพื่อนพ้องที่อยู่ข้างหลังทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยความฮึกเหิม เขาประสานสายตากับเซเลสเต้ที่พยักหน้ารับรู้โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ทั้งสองคนเข้าใจจังหวะการต่อสู้ร่วมกันเป็นอย่างดี
"เซเลสเต้ คุ้ม 0กันแนวหลัง ฟัดจ์ กวนสมาธิมันไว้!" ลินน์ออกคำสั่ง น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังและเด็ดเดี่ยวจนน่าประหลาด
"รับทราบครับผม!" ฟัดจ์แปลงร่างเป็นลูกบอลแสงสีขาวพุ่งวนรอบตัวชายปริศนาพร้อมกับปล่อยควันประหลาดที่มีกลิ่นเหมือนแครอดย่างไหม้ ซึ่งสร้างความรำคาญใจให้ศัตรูได้ไม่น้อย
ในขณะเดียวกัน ชายปริศนาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบและน่าขนลุก "เด็กน้อยผู้ไร้พลัง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการต่อสู้ในโรงเรียนเด็กเล่นแห่งนี้ จะทำให้เจ้าเข้าใจความจริงของโลกใบนี้ได้?"
เขาสะบัดมืออีกครั้ง เงาดำที่พุ่งเข้าใส่เมื่อครู่ก็เผยรูปร่างที่แท้จริงให้ประจักษ์แก่สายตา มันไม่ใช่สัตว์เวทมนตร์ทั่วไป แต่เป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่มีลำตัวคล้ายสุนัขป่าขนาดใหญ่ แต่ผิวหนังกลับปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรสีดำสนิท ดวงตาทั้งสามคู่สีแดงฉานจ้องมองมาที่ลินน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ และที่น่ากลัวที่สุดคือ มันมีไอพิษสีเขียวพวยพุ่งออกมาจากลมหายใจทุกครั้งที่มันคำราม
"นั่นมัน... สัตว์อัญเชิญสายพันธุ์โบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว 'เบอร์เซิร์ก ฮาวด์'!" เซเลสเต้ร้องออกมาด้วยความตกใจ "ศัตรูไม่ได้แค่เข้ามาสอดแนม... แต่มันกำลังส่งกองกำลังรุกรานเข้ามาทางใต้ดิน!"
สัตว์ร้ายพุ่งทะยานเข้าใส่ลินน์ด้วยความเร็วแสง กรงเล็บแหลมคมเงาวับสะท้อนแสงสีม่วงจากห้องใต้ดิน ลินน์เบี่ยงตัวหลบอย่างเฉียดฉิว พื้นหินด้านหลังระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดทำให้เศษหินกระเด็นบาดแก้มของเขาจนมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แต่ลินน์ไม่มีเวลาแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ด
*ต้องหาทางหยุดมันก่อนที่มันจะขึ้นไปสู่เขตการศึกษาเบื้องบน!* ลินน์คิดในใจ สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาจุดอ่อนของสัตว์อัญเชิญตรงหน้า
ชายปริศนายืนกอดอกมองดูเหตุการณ์ด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังชมการแสดงละครสัตว์ "จงดูให้เต็มตาเถอะ... ว่าความพยายามอันไร้ความหมายของพวกเจ้า มันช่างน่าสมเพชเพียงใด"
ทันใดนั้นเอง ในขณะที่สัตว์ร้ายกำลังจะพุ่งโจมตีซ้ำเป็นครั้งที่สอง ลินน์สังเกตเห็นบางสิ่งผิดปกติที่บริเวณลำคอของมัน อัญมณีสีดำสนิทฝังอยู่ใต้เกล็ดมังกร และมันกำลังกะพริบแสงสอดคล้องกับจังหวะการร่ายเวทมนตร์ของชายปริศนา
*มันถูกควบคุมด้วยอัญมณีอาคม!*
ลินน์ส่งสัญญาณมือให้ฟัดจ์ทันที ภูตจิ๋วพยักหน้ารับรู้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพุ่งตัวหายเข้าไปในกลุ่มควันพิษอย่างรวดเร็วเพื่อล่อความสนใจของเจ้าสัตว์ร้าย ขณะที่เซเลสเต้รวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดสร้างเป็นโล่แสงสีฟ้าคอยพยุงไม่ให้พื้นดินรอบตัวพังทลายลงไปมากกว่านี้
ลินน์สูดหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย กำไม้กายสิทธิ์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาไม่ได้วิ่งหนี แต่วิ่งตรงเข้าไปหาเจ้าสัตว์ร้ายตัวยักษ์ที่กำลังคำรามก้อง
"มาดูกันว่าสัตว์อัญเชิญลึกลับนี่... จะแน่แค่ไหนกันเชียว!" ลินน์ตะโกนก้อง
แต่ในเสี้ยววินาทีที่ลินน์กำลังจะเอื้อมมือไปแตะอัญมณีควบคุมบนตัวสัตว์ร้ายนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกเข้าไปในห้องใต้ดิน... ไม่ใช่เสียงของชายปริศนา แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่... เจ้าเด็กน้อยห้อง F"
ร่างของชายอีกคนก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้แสงเงา แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นทำให้หัวใจของลินน์หยุดเต้นไปชั่วขณะ เพราะเขาคืออาจารย์ผู้รับผิดชอบหอพักที่เพิ่งจะมอบหมายงานให้ลินน์ไปเมื่อวานนี้เอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลินน์กับฟัดจ์มาโดยตลอดนะครับ
บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 42
สัตว์อัญเชิญลึกลับ
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!