บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 49

ผนึกต้องห้ามแตกสลาย

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกำมะถันที่แผดเผาโพรงจมูก ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นภายในห้องสมุดใต้ดินของสถาบันเวทมนตร์ออสเทรีย... นี่คือความคิดแรกที่แล่นผ่านเข้ามาในหัวของผม ขณะที่ปลายนิ้วยังคงสั่นเทาจากการสัมผัสกับพื้นศิลาที่สั่นระริก "ลินน์... เจ้ามนุษย์ทึ่ม ข้าว่าเจ้าไม่ได้ตาฝาดไปแน่ๆ และไอ้ควันสีม่วงคล้ำที่กำลังลอยเอื่อยมาจากใต้รอยแตกของพื้นห้องสมุดนั่น ก็คงไม่ใช่กลิ่นหอมของพุดดิ้งวานิลลาที่แม่ครัวใหญ่เพิ่งอบเสร็จหรอกนะ!" เสียงแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกของฟัดจ์ดังขึ้น เจ้าภูตจิ๋วหูยาวรีบกระพือปีกคู่เล็กจิ๋วบินมาเกาะอยู่บนไหล่ของผม ขนสีขาวปุกปุยฟูฟ่องจนพองโตด้วยสัญชาตญาณระวังภัย ดวงตากลมโตสีทับทิมเบิกกว้างจ้องมองรอยร้าวบนพื้นศิลาที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับใยแมงมุมที่กำลังถูกฉีกกระชาก ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แม้ว่าความเย็นเยียบจากใต้พิภพจะแทรกซึมผ่านรองเท้าหนังเข้ามาจนถึงกระดูกก็ตาม "เซเลสเต้บอกว่าผนึกโบราณชั้นที่สามยังคงเสถียรดีไม่ใช่เหรอ..." ผมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า ขณะพยายามหยิบไม้กายสิทธิ์ออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น "เสถียรบ้านป้าเจ้าสิ!" ฟัดจ์สวนกลับทันควัน อุ้งเท้าหน้าตบเข้าที่ข้างแก้มผมเบาๆ เป็นเชิงเรียกสติ "ดูนั่นสิ! ตาโง่! ม่านพลังเวทสีทองที่อาจารย์ใหญ่ลงอักขระไว้ มันกำลังกลายเป็นสีดำสนิทแล้ว!" จริงดังว่า... อักขระเวทโบราณที่สลักอยู่ตามชั้นหนังสือรอบตัวเรา เริ่มเปล่งแสงสีม่วงคล้ำสลับกับสีดำสนิท เสียงกรีดร้องแหลมเล็กนับร้อยที่มนุษย์ไม่ได้ยิน แต่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของจิตวิญญาณ กำลังดังระงมขึ้นมาจากเบื้องล่าง มันคือเสียงคำรามของความโกรธเกรี้ยว ความอัดอั้น และความหิวกระหายที่ถูกกักขังมาเป็นเวลานานนับพันปี ทันใดนั้น ประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องสมุดก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังเวทลม ร่างเพรียวบางในชุดคลุมนักเวทสีน้ำเงินเข้มของเซเลสเต้ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด แววตาคมกริบที่มักจะเต็มไปด้วยความมั่นใจและความเย่อหยิ่งในยามปกติ บัดนี้กลับฉายแววความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "ลินน์! เจ้าสัมผัสได้ใช่ไหม..." เซเลสเต้ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าผม ลมหายใจของเธอกระชั้นชิด มือเรียวบางที่ถือคัมภีร์เวทมนตร์สั่นเทาเล็กน้อย "ไอปีศาจ... มันไม่ใช่แค่การรั่วไหลธรรมดา แรงดันเวทมนตร์จากชั้นใต้ดินกำลังทำลายโครงสร้างทั้งหมดของโรงเรียน" "ผมรู้ครับเซเลสเต้..." ผมขยับเข้าไปใกล้เธอเล็กเพื่อบังกระแสลมพายุเวทที่เริ่มพัดวนภายในห้อง "อาจารย์ใหญ่และเหล่าคณาจารย์อยู่ที่ไหนทำไมถึงยัง..." "พวกท่านกำลังพยายามตรึงผนึกที่ห้องโถงกลางอยู่!" เสียงของเซเลสเต้ขาดห้วงไปชั่วขณะเมื่อพื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนชั้นหนังสือสูงตระหง่านโค้งงอ หนังสือตำราเวทนับพันเล่มร่วงหล่นลงมากองเกลื่อนพื้นราวกับใบไม้ร่วง "แต่พลังงานมันมหาศาลเกินไป... พลังเวทด้านลบกำลังดูดกลืนทุกอย่างเข้าไป!" บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ความมืดมิดไม่ได้เป็นเพียงแค่ความไร้แสงสว่าง แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่กำลังหายใจและคืบคลานเข้ามาหาพวกเราทีละน้อย "ฮึ่ม! ข้าเกลียดกลิ่นอายแบบนี้ชะมัด มันเหม็นสาบยิ่งกว่าถุงเท้าของเจ้าตอนเดินลุยโคลนเสียอีก ลินน์!" ฟัดจ์คำรามในลำคอ ดวงตาของเจ้าภูตจิ๋วเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อยด้วยพลังเวทคุ้มกันนาย "ถ้าไอ้ตัวข้างล่างนั่นมันโผล่หัวขึ้นมาล่ะก็ ข้าจะใช้มนמהตบก้นมันให้กระเด็นกลับนรกไปเลยคอยดู!" แม้คำพูดของฟัดจ์จะดูติดตลกและกวนประสาทเหมือนเช่นเคย แต่บรรยากาศรอบตัวกลับไม่มีใครหัวเราะตามเลยแม้แต่น้อย ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียง "แควก..." อันน่าขนลุกจะดังสนั่นหวั่นไหว ใจกลางรอยร้าวบนพื้นศิลา พื้นผิวหินหนาเตอะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดอากาศสีดำทมิฬพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานห้องสมุดราวกับเสาเพลิงแห่งความพินาศ ไอปีศาจเข้มข้นม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น บิดเบี้ยว และก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของเงาดำมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่จ้องมองมายังพวกเรา เซเลสเต้ร่ายเวทป้องกันขั้นสูงทันที บาเรียสีฟ้าใสแผ่ขยายออกปกป้องพวกเราสามชีวิต แต่แรงกดดันจากเงาดำเบื้องหน้ากลับทำให้บาเรียเกิดรอยร้าวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับกระจกเปราะ "ลินน์... เซเลสเต้..." เสียงทุ้มต่ำอันน่าสยดสยองดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของผมโดยตรง มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นคลื่นความคิดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง "ในที่สุด... กรงขังก็เปิดออกแล้ว... เจ้าคือผู้ที่จะปลดปล่อยพวกเราสินะ..." ผมรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เลือดในกายเย็นเฉียบ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตราโบราณ แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั่นเอง ปลายนิ้วมือข้างที่ถือไม้กายสิทธิ์ของผมกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นประหลาด... มันเป็นความอบอุ่นที่คุ้นเคย แผ่ซ่านมาจากสร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวที่แม่เคยให้ไว้ก่อนท่านจะจากไป แสงสีขาวนวลบริสุทธิ์ส่องประกายตัดกับความมืดมิดรอบตัวอย่างไม่เกรงกลัว และในวินาทีที่เงาดำมหึมาพุ่งเข้าใส่บาเรียป้องกันด้วยความเร็วแสง ประตูห้องสมุดด้านหลังก็ถูกกระแทกจนพังยึดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนในสถานที่และเวลานี้ "อาจารย์...!" เซเลสเต้อุทานออกมาด้วยความตกใจ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยส่งกำลังใจให้ลินน์กับเจ้าฟัดจ์ตัวป่วนเสมอมานะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%