บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 26

เพื่อนใหม่จอมป่วน

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"เจ้าบ้าลินน์! ถ้าแกไม่รีบหุบปากแล้วหลบไปข้างหลังล่ะก็ ฉันจะสาปให้แกกลายเป็นแครอทเน่าไปชั่วชีวิตจริงๆ ด้วย!" ฟัดจ์ตะโกนลั่นพลางกางปีกจิ๋วบินว่อนอยู่ข้างใบหูของผม เสียงของมันสั่นเครือแต่นั่นก็ยังไม่น่ากลัวเท่ากับสิ่งที่ผมเห็นเบื้องหน้า พ่อของผม—ชายผู้ที่เคยสอนให้ผมรู้จักความอ่อนโยน—กำลังยืนหันหลังให้ผมโดยมีรัศมีเวทมนตร์สีม่วงหม่นแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังราวกับเถาวัลย์พิษ เขากำลังสนทนากับอาจารย์ใหญ่ที่ยืนกอดอกยิ้มกริ่มอยู่ข้างเสาหินศิลา "คุณกำลังทำอะไรอยู่ครับท่านพ่อ?" ผมถามออกไป เสียงของผมสั่นจนแทบจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงของตัวเอง พ่อค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักบัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ท่านมองทะลุตัวผมไปราวกับผมเป็นเพียงก้อนหินริมทาง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่บาดลึกถึงกระดูก "ลินน์... ในโลกที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง คนอ่อนแออย่างลูกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะตั้งคำถาม" เซเลสเต้ที่ยืนอยู่ข้างๆ พ่อยังคงนิ่งค้าง ดวงตาของเธอเป็นประกายแก้วที่ไร้จุดโฟกัส มือของเธอที่กำไม้กายสิทธิ์แน่นนั้นสั่นไหวเล็กน้อย นี่ไม่ใช่เซเลสเต้ที่ผมรู้จัก เธอถูกพันธนาการด้วยเวทมนตร์แห่งความทรงจำที่อาจารย์ใหญ่เป็นคนร่ายใส่เพื่อเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นหุ่นเชิด "พอได้แล้วครับ!" ผมก้าวออกไปข้างหน้าโดยไม่สนเสียงห้ามของฟัดจ์ "ถ้าท่านต้องการจะทำลายทุกอย่างเพียงเพราะทฤษฎีเวทมนตร์ที่บิดเบี้ยวนี้ ผมก็ขอขวางเอาไว้ตรงนี้เอง!" อาจารย์ใหญ่หัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก "ช่างกล้าหาญเสียจริง แต่เจ้าหนู... เจ้าคิดหรือว่าลำพังตัวเจ้ากับภูตจิ๋วที่ไร้น้ำยา จะต้านทานกระแสธารแห่งโชคชะตาที่ข้ากำหนดไว้ได้?" ทันใดนั้น บรรยากาศอันตึงเครียดก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังมาจากโถงทางเดินด้านหลัง ประตูหินขนาดมหึมาถูกเปิดออกด้วยแรงกระแทกมหาศาล ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงจนพวกเราต้องยกมือขึ้นป้องดวงตา ร่างหนึ่งก้าวผ่านม่านควันเข้ามา เขาไม่ได้สวมเครื่องแบบของโรงเรียนเรา แต่เป็นชุดคลุมหนังสีเข้มปักลวดลายแปลกตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน บนหลังของเขามีดาบเล่มโตที่ดูเหมือนจะหลอมขึ้นจากเกล็ดมังกร ใบหน้าของเขามีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างแก้มขวา และดวงตาสีอำพันคู่นั้นดูราวกับจะมองเห็นผ่านทุกความลับที่ถูกซ่อนไว้ในห้องนี้ "ขอโทษที่มาขัดจังหวะการแสดงละครครอบครัวนะครับ" ชายแปลกหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมไปด้วยพลังกดดัน "แต่ผู้อำนวยการครับ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักเรียนจากแดนไกลของท่านมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วินาทีนี้" พ่อของผมหรี่ตาลง ส่วนอาจารย์ใหญ่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แม้ผมจะเห็นแววตาที่สั่นไหวของเขาก็ตาม "อีไลจาห์... เจ้ามาเร็วเกินกำหนดนะ" อาจารย์ใหญ่กล่าว พยายามซ่อนความไม่พอใจภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม ชายที่ชื่ออีไลจาห์กวาดสายตามองมาที่ผม ก่อนจะหยุดที่ฟัดจ์ซึ่งกำลังทำหน้ายักษ์ใส่เขา "นี่น่ะเหรอเด็กที่พวกเขาบอกว่าเป็น 'ความผิดพลาดของโรงเรียน'?" เขาเดินตรงมาที่ผมโดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น "ท่าทางไม่มีพิษมีภัยดีนี่ แต่ดวงตาของเธอน่ะ... มันซ่อนพายุเอาไว้ไม่ใช่หรือไงเจ้าหนู?" ผมยืนนิ่งงัน ความรู้สึกกดดันจากพ่อจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ไม่อาจนิยามได้จากคนมาใหม่คนนี้ อีไลจาห์ยื่นมือมาตรงหน้าผม รอยยิ้มของเขาดูไม่ใช่รอยยิ้มของผู้เป็นมิตรเสียทีเดียว แต่มันเป็นรอยยิ้มของคนที่มี 'เป้าหมาย' เดียวกันกับผม "ผมชื่ออีไลจาห์ นักเรียนแลกเปลี่ยนที่น่าจะกลายเป็นเพื่อนสนิท—หรือศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของคุณ—ในเวลาอันใกล้นี้" เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูผมในจังหวะที่คนอื่นไม่ทันระวัง "และถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมพ่อของคุณถึงยอมแลกวิญญาณกับสิ่งที่มองไม่เห็นเพื่อทำลายโรงเรียนนี้... คืนนี้ที่หอคอยร้างหลังโรงเรียน ผมจะให้คำตอบที่อาจจะทำให้คุณต้องยอมแลกแม้กระทั่งลมหายใจ" ก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งคำถาม เขาก็หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับอาจารย์ใหญ่อีกครั้ง พร้อมกับขยิบตาให้เซเลสเต้ที่ยังคงตกอยู่ในภวังค์ ซึ่งดูเหมือนว่าเวทมนตร์สะกดจิตที่ครอบงำเธออยู่จะเกิดรอยร้าวเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อสบตากับอีไลจาห์ เซเลสเต้กะพริบตาถี่ๆ ร่างของเธอเซถลาไปข้างหลังเล็กน้อย ก่อนจะมองมาที่ผมด้วยแววตาที่เริ่มมีความรู้สึก—ความรู้สึกของคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายอันยาวนาน แต่มันกลับเป็นสัญญาณเตือนว่า... สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ จะไม่ใช่แค่เรื่องของกฎระเบียบโรงเรียนอีกต่อไป อีไลจาห์หันมาหาผมอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ยิ้ม "เตรียมนตัวให้ดีล่ะ เพราะเกมนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราที่เล่นกันอยู่..." เขาชี้ไปที่เงาในมุมมืดของห้องโถง "และดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านตัวจริงจะเริ่มไม่พอใจกับการที่มีคนมาขัดขวางแผนการคืนนี้แล้วล่ะ" เงาดำในมุมห้องเริ่มขยายตัวและก่อร่างเป็นอสุรกายไร้รูปร่าง มันส่งเสียงกรีดร้องที่บาดหูจนแก้วหูผมแทบแตก เซเลสเต้หลุดจากภวังค์อย่างสมบูรณ์และคว้าไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาทันที แต่ทว่า... พ่อของผมกลับชักดาบสีดำสนิทออกมาจากอากาศธาตุ และเป้าหมายของคมดาบนั้น ไม่ใช่เจ้าอสุรกาย แต่เป็นหน้าอกของผม! ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้าเรามาลุ้นกันว่าผมจะเอาตัวรอดจากคมดาบของพ่อตัวเองได้อย่างไรครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%