บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 46

ตำนานบทใหม่

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
เศษซากศิลาเวทมนตร์สีครามยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ สะเก็ดแสงระยิบระยับสะท้อนกับม่านตาของเหล่านักเรียนปีสองแห่งสถาบันอาร์เคเดียที่ยืนอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนแมลงวันได้ทั้งตัว ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วลานประลองกลางแจ้ง ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงลมพัดผ่านใบไม้ก็ยังฟังดูราวกับเสียงคำรามก้อง "เป็นไปได้ยังไง..." เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากของเควิน หัวกะทิประจำชั้นเรียนผู้เคยเหยียดหยามลินน์มาโดยตลอด ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องมองเด็กหนุ่มผู้เนื้อตัวมอมแมมจากคราบฝุ่นควันและละอองเวท ลินน์ไม่ได้มีมามานาที่มหาศาล ไม่ได้มีตระกูลขุนนางหนุนหลัง และไม่มีแม้แต่คาถาบทใหญ่โตอลังการ ทว่าในวินาทีวิกฤตที่เกราะป้องกันขนาดยักษ์กำลังจะพังทลายลงมาทับถมทุกคน ลินน์กลับเป็นคนเดียวที่ก้าวออกไปยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า "เจ้านายครับ... ขาข้าสั่นไปหมดแล้วเนี่ย แต่... เท่เป็นบ้าเลยว่ะ!" ฟัดจ์ ภูตจิ๋วคู่หูรูปร่างคล้ายกระต่ายมีปีกบินโฉบลงมาเกาะอยู่บนไหล่ของลินน์ มันพยายามทำท่าทางขึงขังกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก แต่หูยาวๆ ทั้งสองข้างกลับลู่ตกด้วยความโล่งอก ปากก็ยังไม่วายบ่นพึมพำตามนิสัย "เกือบไปแล้วเชียว ถ้าเจ้าคาถาพลาดไปอีกนิดเดียว ขนหางสุดหล่อของข้าคงไหม้เกรียมเป็นหมูหันแน่ๆ" ลินน์ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขายังคงหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาสสีนิลมองฝ่ามือซ้ายของตนเองที่ยังคงมีละอองแสงสีทองจางๆ ห่อหุ้มอยู่ มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์ดิบเถื่อนอันทรงพลัง แต่มันคือ "ความเข้าใจ" อย่างลึกซึ้งในโครงสร้างวงแหวนเวทที่เขาใช้เวลาแรมเดือนในการศึกษาและทดลองล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน เซเลสเต้ก้าวเท้าเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตาสีมรกตคู่นั้นกลับไหววับ ประกายความชื่นชมและโล่งใจฉายชัดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขึรตามวิสัย เจ้าหญิงสาวหยุดยืนตรงหน้าลินน์ เว้นระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียวพอให้ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "นายทำได้ยังไง..." เซเลสเต้เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่แฝงความสงสัยที่อัดแน่น "วงแหวนเวทเมื่อครู่ไม่ใช่หลักสูตรของปีสอง และไม่มีบันทึกไว้ในตำราหลวงของอาณาจักรด้วยซ้ำ นายไปเอามาจากไหน ลินน์" ลินน์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือต้องการอวดอ้างใดๆ มีเพียงความจริงใจและความโล่งอก "ผมแค่... ลองผิดลองถูกดูน่ะครับเซเลสเต้ ตำรามันบอกว่าเวทมนตร์ต้องไหลไปตามกระแสบังคับ แต่ผมคิดว่า บางครั้ง... การปล่อยให้มันไหลไปตามธรรมชาติที่มันอยากจะเป็น อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า" คำตอบนั้นเรียบง่ายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ทว่ามันกลับทรงพลังจนทำให้บรรดานักเรียนรอบข้างถึงกับนิ่งอึ้ง เควินเม้มริมฝีปากแน่น มือที่กำเข้าหากันจนสั่นเทาคลายออกทีละน้อย ความรู้สึกอิจฉาริษยาที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกซับซ้อนบางอย่าง—การยอมรับอย่างจำยอม "นาย... นายมันบ้าชัดๆ" เควินก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงของเขาห้วนสั้นและเจือความกระดากอายเล็กน้อย "ใช้หลักการบ้าบออะไรกัน ถึงมาลบล้างวงแหวนเวทระดับสี่ของอาจารย์ได้... แต่, ก็... ขอบใจก็แล้วกัน ที่ไม่ทำให้พวกเราต้องกลายเป็นกองขี้เถ้า" เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นในกลุ่มนักเรียน การที่หัวกะทิอย่างเควินเอ่ยปากยอมรับใครสักคน ถือเป็นเรื่องที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสถาบันอาร์เคเดีย สายตานับสิบคู่ที่เคยทอดมองลินน์ด้วยความดูแคลน รังเกียจ หรือแม้แต่ความเมตตาแบบเวทนา บัดนี้ได้เปลี่ยนแปรเป็นความเคารพยำเกรงอย่างเห็นได้ชัด ลินน์กะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ เขาเกาหัวแกรกๆ อย่างทำตัวไม่ถูก "เอ่อ... ไม่เป็นไรครับเควิน ทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะครับ" บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มคลี่คลายลง เสียงหัวเราะประหม่าและเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นเป็นระยะ นักเรียนหลายคนเริ่มเดินเข้ามาตบไหล่ ทักทาย หรือแม้แต่เอ่ยปากขอคำปรึกษาเรื่องวงแหวนเวทจากลินน์ เด็กหนุ่มผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็น "จุดด่างพร้อยของห้องเรียน" บัดนี้กลับยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้คนราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ที่เพิ่งทอแสง ทว่า... ในมุมมืดของระเบียงทางเดินชั้นสอง อาคารเรียนเวทมนตร์โบราณที่ลับตาคน มีเงาร่างหนึ่งยืนกอดอกพิงเสาศิลา ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทจับจ้องเหตุการณ์ทั้งหมดเบื้องล่างนิ่งนาน มุมปากของบุคคลปริศนาแย้มยิ้มขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งและชวนให้สันหลังวาบ "เติบโตขึ้นเร็วกว่าที่คิดสินะ... เด็กน้อยแห่งพันธสัญญา" เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยไปกับสายลม ก่อนที่ร่างนั้นจะสะบัดชายผ้าคลุมแล้วก้าวหายเข้าไปในความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่แผ่ซ่านชวนให้ขนลุกเกรียว ในขณะที่ลินน์กำลังยิ้มแย้มและสนุกสนานไปกับคำเยินยอของเพื่อนร่วมชั้น โดยมีฟัดจ์คอยบินวนเวียนหาเศษขนมจากกระเป๋าเสื้อของคนอื่น จู่ๆ แผ่นหลังของเด็กหนุ่มก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ สัญชาตญาณเตือนภัยที่หลับใหลไปนานถูกกระชากให้ตื่นขึ้นเต็มตา เขารีบหันขวับกลับไปมองยังระเบียงชั้นสองทันที ทว่า... ที่นั่นว่างเปล่า ไม่มีใครยืนอยู่เลยแม้แต่เงาเดียว มีเพียงความเงียบงันและ... ขนนกสีดำสนิทดอกหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาแตะพื้นหญ้าเบื้องล่างอย่างแผ่วเบา ขนนกนั้นลุกไหม้กลายเป็นเปลวเพลิงสีครามจางๆ ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองฝุ่นหายไปในอากาศต่อหน้าต่อตาของลินน์ ...และในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบเย็นเยียบก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาโดยตรง เป็นเสียงที่ไม่ได้ใช้เวทมนตร์ส่งผ่าน แต่ดังมาจากก้นบึ้งของความทรงจำที่ลินน์ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีอยู่ *“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริง... เจ้าแห่งผู้ทำลายคำสาป”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลินน์กับฟัดจ์มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%