บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 4

วิชาปรุงยาที่ไม่ได้ดั่งใจ

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“นั่นน่ะ... เติมสมุนไพรรากหนามลงไปไม่ใช่เหรอ ลินน์? นายอยากให้ห้องนี้กลายเป็นสุสานคนเป็นหรือไง!” เสียงแหลมเล็กของฟัดจ์ดังแว่วขึ้นพร้อมกับตัวของมันที่บินว่อนอยู่เหนือหม้อปรุงยาขนาดใหญ่ เจ้าภูตจิ๋วหูยาวที่มีปีกคู่จิ๋วขยับรัวจนเกิดเสียงหึ่งๆ เหมือนแมลงวันตัวโต มันกอดอกมองลินน์ด้วยสายตาจิกกัดตามนิสัยที่แก้ไม่หาย แต่ในแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด ลินน์เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากด้วยหลังมือที่เปื้อนคราบเขม่าสีเทา เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นฉุนของสารเคมีเวทมนตร์ลอยอบอวลไปทั่วห้องแล็บปรุงยาของสถาบันอาร์คาน่า เขากำลังพยายามอย่างหนักในการพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของเหล่าจอมเวทหัวกะทิที่นั่งอยู่โต๊ะแถวหน้า “ฉันทำตามสูตรเป๊ะนะฟัดจ์ รากหนามสองส่วน น้ำค้างดวงดาวสามหยด... เซเลสเต้บอกว่ามันต้องได้ผล” ลินน์ตอบพลางมือสั่นเทาเล็กน้อยขณะถือแท่งแก้วคนยา “เซเลสเต้น่ะอัจฉริยะ เธอไม่ต้องใช้สมองส่วนหน้าก็ปรุงมันออกมาได้สมบูรณ์แบบ แต่นาย... ลินน์ นายมีพรสวรรค์เรื่องการทำให้ทุกอย่างฉิบหายนะ!” ฟัดจ์โฉบลงมาเกาะที่ไหล่ของเขาพลางดึงหูเจ้าของอย่างถือวิสาสะ “เลิกทำหน้ามุ่งมั่นแบบนั้นสักที มันดูน่าสงสารจนฉันจะร้องไห้แล้วเนี่ย” “เจ้าภูตปากเสีย” ลินน์พึมพำ แต่เขาก็ไม่ได้ปัดมันออก ที่โต๊ะถัดไป เซเลสเต้ที่กำลังง่วนอยู่กับการกลั่นน้ำมันเวทมนตร์เหลือบมองมาทางลินน์ สายตาของเธอเรียบนิ่งทว่ามีความห่วงใยเจืออยู่จางๆ เธอถอนหายใจก่อนจะขยับเข้ามาใกล้กระซิบเบาๆ “ลินน์... ลดไฟลงหน่อย อุณหภูมิในหม้อของนายมันสูงเกินไป แรงดันเวทมนตร์กำลังแปรปรวนนะ” “ขอบใจนะเซเลสเต้ แต่ฉันคิดว่าฉันคุมได้...” ทันทีที่ลินน์ขาดคำ น้ำยาในหม้อที่เคยเป็นสีใสกลับเดือดพล่านเกิดฟองอากาศสีม่วงอมดำผุดขึ้นมาเป็นจังหวะที่ผิดปกติ ฟัดจ์เบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า มันรีบกระพือปีกบินหนีขึ้นไปเกาะบนโคมไฟเพดานทันที “ลินน์! ถอยออกมา! ไอ้เจ้าหม้อบ้านี่มันกำลังจะ...” ยังไม่ทันขาดคำ เสียง ‘ปัง!’ ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องเรียน ผสมกับเสียงฉีกขาดของอากาศที่ถูกแรงดันเวทมนตร์กระแทก ของเหลวหนืดสีชมพูเข้มพุ่งทะลักออกจากหม้อประหนึ่งลาวาไหลหลาก มันกระจายตัวเป็นละอองฟุ้งไปทั่วห้อง ราวกับฝนสีชมพูที่ไม่มีวันหยุดตก “โอ้... ไม่นะ...” ลินน์ยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีชมพูเหนียวเหนอะหนะตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น เซเลสเต้ที่อยู่ใกล้ที่สุดกลับกลายเป็นเป้าหมายหลัก เสื้อคลุมสีขาวสะอาดตาของเธอตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีชมพูสดใสราวกับถูกจับไปจุ่มสีสเปรย์ ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องเรียนไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของนักเรียนคนอื่นๆ จะดังขึ้นเหมือนคลื่นทะเลที่ซัดเข้ามา ฟัดจ์ที่เกาะอยู่บนโคมไฟค่อยๆ คลี่ปีกที่เปื้อนสีชมพูออก มันจ้องมองผลงานของตัวเอง—หรือจะพูดให้ถูกคือผลงานของลินน์—ด้วยความช็อกก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆ! นี่มันชุดคอสเพลย์ภูตจิ๋วสีหวานแหววชัดๆ! ลินน์ นายอยากไปเปิดร้านขนมหวานหรือไงถึงปรุงยาออกมาให้เป็นสีนี้!” เซเลสเต้ปาดคราบสีชมพูออกจากใบหน้าของเธอ ความเย็นชาที่มักฉาบไว้บนใบหน้าดูเหมือนจะร้าวรานขึ้นมา เธอไม่ได้โกรธ แต่ดูเหมือนเธอกำลังพยายามกลั้นขำจนไหล่สั่น ลินน์เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างท้อแท้ เขาทำพังอีกแล้ว... ทั้งที่อยากจะพิสูจน์ว่าคนไร้พรสวรรค์ก็เป็นจอมเวทที่ดีได้ “ขอโทษนะเซเลสเต้ ฉัน... ฉันทำให้เธอเดือดร้อนอีกแล้ว” ลินน์กล่าวเสียงอ่อย พลางพยายามเช็ดเศษยาที่เกาะตามแขนเสื้อ “อย่าขอโทษเลยลินน์” เซเลสเต้เดินเข้ามาใกล้ เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาแล้วบรรจงเช็ดคราบสีชมพูที่แก้มของเขา “นี่ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันคือการเรียนรู้... ถึงมันจะออกมาในรูปแบบที่น่าประหลาดใจไปหน่อยก็เถอะ” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็แล่นผ่านสันหลังของลินน์ ของเหลวสีชมพูที่หกเรี่ยราดอยู่บนพื้นไม่ได้นิ่งเฉย แต่มันกำลังเริ่ม ‘ขยับ’ ราวกับมีชีวิต มันไหลรวมตัวกันเป็นก้อนกลมๆ และเริ่มส่งเสียงครางแผ่วเบาที่ทำให้ขนลุกชัน “ฟัดจ์...” ลินน์เรียกคู่หูด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นาย... นายได้ยินเสียงนั่นไหม?” ฟัดจ์หยุดหัวเราะ มันบินลงมาเกาะที่ไหล่ของลินน์อีกครั้ง คราวนี้ขนที่คอของมันตั้งชันขึ้น “ฉันว่า... เราปรุงออกมาเป็นยากลายพันธุ์ซะแล้วล่ะลินน์ และดูเหมือนมันจะหิวด้วยนะ” ทันใดนั้น ประตูห้องปรุงยาที่ถูกปิดตายจากด้านนอกก็ถูกกระชากออกอย่างแรง บานไม้หนักอึ้งกระเด็นหลุดออกจากวงกบ แรงปะทะนั้นมหาศาลจนทำให้หม้อสีชมพูที่กำลังก่อตัวสั่นสะเทือน เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง ท่ามกลางละอองยาที่ยังไม่จางหาย เขาไม่ใช่ศาสตราจารย์ประจำวิชา... แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหน้ากากเหล็กประหลาด เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ลินน์และก้อนยาที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะท่วมหัว “ในที่สุด... สารตั้งต้นที่มีชีวิตก็ปรากฏตัวขึ้น” ชายปริศนากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เจ้าเด็กนั่น ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่พวกเจ้าเข้าใจ... จับตัวเขาไว้!” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%