"หยุดมือเดี๋ยวนี้นะเจ้ากระต่ายอ้วน! ถ้าตกลงไปในหม้อน้ำยาของบรรณารักษ์ล่ะก็ ผมนี่แหละจะเป็นคนแรกที่สละเรือทิ้งคุณ!"
เสียงกระซิบแหบพร่าของลินน์ดังแทรกความเงียบงันในหอสมุดหลวงที่มืดมิด เขาคว้าหางสั้นๆ ของฟัดจ์ไว้ได้ทันก่อนที่เจ้าภูตจิ๋วจะถลาเข้าไปคว้า 'สมุดบันทึกปกหนังมังกร' ที่วางเด่นอยู่บนแท่นหินใจกลางเขตต้องห้าม
ฟัดจ์ตีปีกพั่บๆ ลอยตัวนิ่งกลางอากาศ ดวงตากลมโตสีทับทิมหรี่มองลินน์อย่างดูแคลน "เรียกข้าว่าอ้วนอีกคำสิเจ้าเด็กไร้น้ำยา... ข้าไม่ได้อ้วน นี่คือมวลสารแห่งเวทมนตร์ล้วนๆ แล้วดูนั่นสิ เจ้าโง่! บรรยากาศรอบแท่นนั่นมันผิดปกติชัดๆ เจ้าไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของมานาที่พยายามจะฉีกกระชากวิญญาณเราหรือไง?"
ลินน์ชะงัก ฝ่ามือที่เหงื่อซึมเริ่มสั่น เขาไม่ได้มีพรสวรรค์ในการสัมผัสกระแสเวทแบบเซเลสเต้ แต่เขามีสัญชาตญาณที่เฉียบคมพอจะรับรู้ได้ว่า 'ความเงียบ' ในห้องนี้มันหนาแน่นจนเกือบจะกลายเป็นของแข็ง มันไม่ได้เงียบเพราะไม่มีคน แต่มันเงียบเหมือน 'บางสิ่ง' กำลังกลั้นหายใจรอจังหวะตะครุบเหยื่อ
เขาก้าวเท้าช้าๆ ผ่านชั้นหนังสือที่ถูกโซ่ตรวนล่ามไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นกระดาษเก่าแก่ผสมกับกลิ่นไอของโอโซนจางๆ ทำให้เขารู้สึกมึนงง ลินน์เอื้อมมือไปสัมผัสแท่นหิน ทันทีที่ปลายนิ้วแตะถูกผิวสัมผัสเย็นเฉียบของหินสีนิล รอยจารึกที่เคยมืดสนิทก็เริ่มเปล่งแสงสีม่วงหม่นออกมาเป็นจังหวะเหมือนชีพจร
"ลินน์... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้! นี่มันไม่ใช่หนังสือตำราทั่วไป แต่มันคือผนึก!" ฟัดจ์ร้องเตือน เสียงของมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความกวนประสาทหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงความตื่นตระหนกที่ทำให้ขนฟูๆ ของมันตั้งชัน
ทว่าช้าไปเสียแล้ว หนังสือปกหนังมังกรเล่มนั้นค่อยๆ เปิดอ้าออกด้วยแรงลมมหาศาลที่พุ่งขึ้นจากหน้ากระดาษ ข้อความภาษาสัญลักษณ์โบราณที่ไม่เคยมีใครในโรงเรียนเวทมนตร์เคยพบเห็นลอยพุ่งออกมากลางอากาศราวกับฝูงผีเสื้อราตรีสีเลือด มันล้อมรอบตัวลินน์ไว้ราวกับกรงขัง
ลินน์พยายามดึงมือออก แต่แรงดึงดูดมหาศาลกลับดูดกลืนพลังงานในตัวเขาจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ฟัดจ์... ขยับตัวไม่ได้... มันกำลัง... มันกำลังดึงเอาอะไรบางอย่างในตัวผมออกไป!"
ฟัดจ์กัดฟันกรอด มันรวบรวมมานาเท่าที่ภูตตัวจิ๋วจะทำได้ พุ่งตัวเข้าใส่หน้าหนังสือเล่มนั้นเพื่อปิดมัน แต่ทันทีที่สัมผัสถูกตัวอักษรสีเลือด ร่างของฟัดจ์ก็สะท้อนกลับกระเด็นไปกระแทกกับชั้นหนังสืออย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"อย่าขัดขืนเจ้าหนู!" เสียงทุ้มต่ำดังก้องขึ้นในหัวของลินน์ ไม่ใช่ภาษาพูด แต่เป็นคลื่นความคิดที่ทรงพลังจนน่าขนลุก
ลินน์กัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด เขาพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่มองลงไปในหน้าที่กำลังเปิดกว้าง บนนั้นไม่ได้มีเพียงตัวอักษร แต่มันคือ 'บันทึกเหตุการณ์' ที่แสดงภาพใบหน้าของผู้คนมากมายที่เขาคุ้นตา... อาจารย์ใหญ่ เซเลสเต้ และภาพของตัวเขาเองที่กำลังยืนถือคทาที่แตกสลายอยู่บนกองซากปรักหักพัง
ภาพนั้นชัดเจนจนน่ากลัว ในบันทึกนั้นระบุวันที่ไว้เพียงประโยคสั้นๆ: *'ผู้ไร้พรสวรรค์ คือกุญแจดอกสุดท้ายที่ปลดปล่อยความโกลาหล'*
"ลินน์! มีคนมาแล้ว!" ฟัดจ์ตะโกนสุดเสียงพร้อมกับพยายามพยุงลินน์ขึ้น
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินผู้พิทักษ์หอสมุดดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่ส่องสว่างผ่านความมืดมิดเข้ามา ลินน์รีบคว้าหนังสือเล่มนั้นมาแนบอกด้วยสัญชาตญาณก่อนจะลากฟัดจ์วิ่งเข้าไปในมุมมืดของชั้นหนังสือ แสงจากคบเพลิงผ่านหน้าพวกเขาไปเพียงไม่กี่คืบ
ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านพ้นไป มือของใครบางคนกลับเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของลินน์จากด้านหลังอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลัง
"ความลับที่เจ้าเพิ่งพบ... มันมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยชีวิตนะ เจ้าเด็กน้อย"
ลินน์ค่อยๆ หันกลับไปมองเจ้าของเสียง และสิ่งที่เขาเห็นทำเอาลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่งไปทันที... ไม่ใช่บรรณารักษ์ ไม่ใช่อัศวิน แต่เป็นบุคคลที่ควรจะอยู่ในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ในเวลานี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ห้านี้ไปพร้อมกับผมนะครับ!
บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 5
ความลับในห้องสมุดต้องห้าม
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!