บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 6

ชมรมจอมเวทฝึกหัด

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถ้าคุณเขียนชื่อใบสมัครผิดอีกบรรทัดเดียว ผมจะเอาหมึกนั่นละเลงหน้าคุณให้เหมือนตัวตลกประจำคณะละครสัตว์ซะ เซเลสเต้!" ฟัดจ์กระพือปีกดวงจิ๋วบินว่อนอยู่เหนือโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า มันคว้าปากกาขนนกที่เกือบจะจิ้มลงบนกระดาษผิดช่องด้วยท่าทางหงุดหงิด เจ้าภูตกระต่ายสีขาวขยับหูยาวๆ ของมันอย่างรวดเร็วพลางพ่นลมหายใจฟืดฟาด ลินน์นั่งกุมขมับอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขากวาดมองเอกสารคำร้องขอจัดตั้งชมรมที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เซเลสเต้วางปากกาลงแรงๆ จนเสียงดังปึก เธอประสานมือเข้าหากัน นัยน์ตาสีครามเข้มของหญิงสาวจ้องมองไปยังแผ่นกระดาษด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "การจัดตั้งชมรม 'วิจัยเวทมนตร์นอกกรอบ' ในโรงเรียนที่ยึดติดกับตำราเก่าแก่เป็นร้อยปี มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะลินน์ ถ้าเราพลาดแม้แต่นิดเดียว อาจารย์ใหญ่จะไม่ใช่แค่ปฏิเสธ แต่จะสั่งระงับสิทธิ์การลงทะเบียนเรียนของเธอถาวรเลยเชียวล่ะ" "ผมรู้ครับ" ลินน์เอ่ยเสียงเรียบ แม้ในใจจะเต้นระรัวราวกับกลองรบ "แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ ผมก็ไม่มีวันเข้าถึงห้องสมุดต้องห้าม หรือทดลองเวทมนตร์สายสนับสนุนที่อาจารย์พวกนั้นมองว่าไร้ค่าได้" "ไร้ค่า?" ฟัดจ์หัวเราะร่วน เสียงของมันแหลมเล็กบาดหู "ไอ้เจ้าพวกจอมเวทหัวโบราณนั่นมันก็แค่กลัวว่าความสามารถของลินน์จะทำให้พวกมันดูโง่ไปน่ะสิ! อัจฉริยะอย่างเจ้าหญิงตรงหน้าเนี่ยก็น่าจะรู้ดีที่สุดใช่ไหมล่ะ?" เซเลสเต้เม้มริมฝีปากแน่น เธอเบนสายตาไปทางหน้าต่างที่มองเห็นสนามฝึกซ้อมเวทมนตร์ด้านล่าง ที่นั่นมีเหล่านักเรียนชั้นสูงกำลังร่ายเวทธาตุไฟกันอย่างดุเดือด แสงสีแดงฉานสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ "ฉันไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงของลินน์เพียงอย่างเดียวหรอกนะ... ฉันแค่เบื่อหน่ายกับความสมบูรณ์แบบที่กลวงเปล่า" เธอยื่นมือมาคว้ากระดาษแผ่นสุดท้ายที่ยังว่างเปล่า ก่อนจะร่ายเวทมนตร์เบาๆ ที่ปลายนิ้ว อักขระสีทองอร่ามปรากฏขึ้นบนกระดาษ มันไม่ใช่การเขียนแบบธรรมดา แต่เป็นการถักทอมานาลงไปในเนื้อกระดาษเพื่อให้ดูเหมือนลายมือของอาจารย์ที่ปรึกษาที่แอบเห็นด้วยกับโครงการนี้ "เธอช่วยผม... ถึงขนาดต้องปลอมแปลงลายเซ็นเลยเหรอครับ?" ลินน์ถามด้วยน้ำเสียงตกใจ "เรียกว่า 'การใช้อำนาจในทางที่เหมาะสม' จะดูดีกว่านะ" เซเลสเต้ตอบพลางส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ถ้านายอยากเปลี่ยนโลกเวทมนตร์ นายก็ต้องรู้วิธีเล่นกับกฎเกณฑ์ของพวกมัน ไม่ใช่เอาหัวไปโขกกำแพงจนเลือดไหล" ทันใดนั้น ประตูห้องพักชมรมชั่วคราวที่อยู่หลังชั้นหนังสือเก่าๆ ก็ถูกกระชากเปิดออก เสียงไม้กระแทกผนังดังสนั่น ลินน์รีบลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ ขณะที่ฟัดจ์มุดเข้าไปซ่อนในกระเป๋าเสื้อของลินน์อย่างรวดเร็ว ชายร่างท้วมในชุดคลุมสีดำสนิทขอบเงินเดินเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของเวทมนตร์ที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา เขาคืออาจารย์ดราคอส ผู้คุมกฎแห่งสถาบัน ผู้ที่มีสายตาประดุจเหยี่ยวและไม่เคยปล่อยให้ใครทำผิดกฎแม้เพียงเรื่องเล็กน้อย "ดูเหมือนว่าจะมีชมรมที่แอบก่อตั้งขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตงั้นสินะ" ดราคอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบ เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยตำราเวทมนตร์แปลกประหลาดที่ลินน์รวบรวมมา ก่อนจะมาหยุดลงที่กระดาษบนโต๊ะ "อาจารย์... พวกเราแค่กำลังปรึกษาเรื่องการจัดตั้งชมรมตามขั้นตอนครับ" ลินน์พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แม้เหงื่อเย็นจะเริ่มซึมตามไรผม ดราคอสเดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะ เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา เซเลสเต้ก้าวขึ้นมายืนบังลินน์ไว้ครึ่งตัว แววตาของเธอสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังกดดัน ทว่าอาจารย์ดราคอสกลับไม่ได้มองที่ลายเซ็น เขาหันมาจ้องลินน์ด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนน่าขนลุก "เธอกล้าหาญดีนี่ ที่ใช้ชื่อชมรมว่า 'วิจัยเวทมนตร์นอกกรอบ'" ดราคอสวางกระดาษลง "แต่น่าเสียดายที่กฎของโรงเรียนมีไว้สำหรับผู้ที่มีเวทมนตร์ในกระแสเลือดเท่านั้น สำหรับเด็กที่ไร้พรสวรรค์อย่างเธอ ลินน์... การตั้งชมรมก็ไม่ต่างอะไรกับการรอคอยวันที่จะถูกไล่ออก" "ถ้าเช่นนั้น อาจารย์ก็ตัดสินใจได้เลยครับว่าท่านจะปิดชมรมนี้ หรือจะให้โอกาสเราได้พิสูจน์ว่าเวทมนตร์ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณมานา แต่อยู่ที่หัวใจของผู้ร่าย" ลินน์กล่าวสวนกลับไปอย่างมั่นคง แม้ขาของเขาจะเริ่มสั่น ดราคอสหยุดชะงัก เขามองหน้าลินน์อยู่นาน ก่อนจะหัวเราะในลำคอที่ฟังดูคล้ายเสียงกระดูกบดกัน "งั้นดี... ถ้าอยากพิสูจน์นัก พรุ่งนี้ที่ลานประลองกลาง ในเวลาเที่ยงตรง พวกเธอต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบแรกของการตั้งชมรม" เขายื่นมือออกมา ปลายกระดาษที่เขาจับไว้เริ่มไหม้ไฟเป็นเถ้าถ่าน "หากพวกเธอแพ้ ชมรมนี้จะถูกยุบถาวร และลินน์... เธอจะต้องออกจากโรงเรียนไปซะ แต่ถ้าเธอชนะ ข้าจะเป็นคนเซ็นอนุมัติชมรมนี้ด้วยมือของข้าเอง" ดราคอสหมุนตัวเดินออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด ลินน์ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้พลางถอนหายใจยาว ฟัดจ์โผล่หัวออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วมองไปที่ประตูด้วยสายตาอาฆาต "ไอ้แก่นั่นมันหาเรื่องชัดๆ! บททดสอบบ้าอะไรก็ไม่รู้ที่ต้องเอาอนาคตไปแลก!" ฟัดจ์โวยวาย เซเลสเต้เดินไปปิดประตูห้องแล้วล็อคกลอนอย่างแน่นหนา เธอหันกลับมามองลินน์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเข้มงวดแบบเดิม แต่มันคือความกังวลที่ปิดไม่มิด "ลินน์... รู้ไหมว่าทำไมดราคอสถึงเลือกใช้คำว่า 'บททดสอบแรก' แทนที่จะปฏิเสธเราตั้งแต่ต้น?" ลินน์เงยหน้าขึ้นมองเธอ "เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเราจะแพ้?" "ไม่ใช่แค่นั้น" เซเลสเต้ขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ "เขาไม่ได้ต้องการกำจัดเรา แต่เขากำลังต้องการ 'อะไรบางอย่าง' ที่ซ่อนอยู่ในความสามารถของนาย และสิ่งที่เขาจะส่งมาเป็นคู่ต่อสู้ในวันพรุ่งนี้... ไม่ใช่นักเรียนคนไหนทั้งนั้น" เธอกดเสียงต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "ดราคอสเพิ่งปลดผนึก 'องครักษ์เหล็กไหล' ออกมา... มันคือโกเลมโบราณที่ไม่มีวันตาย และไม่มีใครรอดพ้นจากการเผชิญหน้ากับมันมาได้เลยแม้แต่คนเดียว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่หกนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%