บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 33

ทางรอดที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"อย่ามองย้อนกลับไป! ถ้าไม่อยากกลายเป็นรูปปั้นหินประดับสวน ก็ก้าวขาให้เร็วกว่านี้สิ เจ้ามนุษย์ทึ่ม!" เสียงแหลมเล็กของฟัดจ์แผดดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ภูตจิ๋วสีขาวนวลปีกโปร่งแสงกระพือพั่บๆ อยู่บนหัวของลินน์ มันกำลังขยุ้มเส้นผมของเด็กหนุ่มจนยุ่งเหยิงไปหมด ขณะที่เบื้องหลังของพวกเขากำลังถูกกลืนกินโดยม่านพลังสีดำสนิทที่ขยายตัวอย่างบ้าคลั่ง ภายในห้องโถงลับใต้หอคอยเวทมนตร์ที่กำลังถล่มลงมาเป็นเสี่ยงๆ "ฉันพยายามอยู่นะฟัดจ์! แต่ทางออกมันถูกปิดตายไปแล้ว!" ลินน์ตะโกนตอบ พลางคว้ามือของเซเลสเต้ไว้แน่น ฝ่ามือของเขาสั่นระริกแต่กระชับมั่นคง เด็กสาวผู้สูงศักดิ์ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาสีไพลินของเธอฉายแวววิตก แต่มืออีกข้างยังคงร่ายเวทป้องกันกางกั้นเศษหินที่ร่วงหล่นลงมาเป็นห่าฝน "ไม่มีคำว่าทางตันสำหรับคนที่ยังไม่ยอมแพ้" เซเลสเต้เค้นเสียงลอดไรฟัน "ลินน์... รวบรวมมานาที่เหลืออยู่ในตัวคุณทั้งหมด ส่งผ่านมาที่แหวนวงนี้ เดี๋ยวนี้!" ลินน์มองแหวนสลักลวดลายแปลกตาบนนิ้วนางของเซเลสเต้ เขาไม่ถามเหตุผล เขาไม่ลังเล เขารู้ดีว่าเด็กสาวคนนี้แบกรับความคาดหวังและกรอบประเพณีที่หนักอึ้งมานานเกินไป ครั้งนี้เธอเลือกที่จะเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อพาเขากับฟัดจ์รอดออกไป "แต่พลังของผมมันน้อยเกินไป... ถ้าทำแบบนั้น คุณจะรับภาระหนักเกินไปนะ!" ลินน์แย้ง "ไอ้เจ้าพวกบ้า! จะรักกันหรือจะเถียงกันก็ไปทำหลังรอดตายเถอะครับ!" ฟัดจ์โผล่มาบินคั่นกลางระหว่างทั้งสอง มันควักเอาแครอทสีทองแห้งๆ ออกมาหนึ่งชิ้นแล้วกัดกร๊อด เสียงกัดนั้นดังลั่นสะท้านไปถึงม่านพลังที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่ "ลินน์! อย่าใช้พลังเวทแบบเดิมที่นายมี แต่ให้ใช้ 'ความรู้สึก' ที่นายอยากจะไปถึงวันพรุ่งนี้... ส่งมันไปให้เซเลสเต้ซะ!" ลินน์หลับตาลง ภาพของท้องฟ้าที่หอคอยแห่งนี้ ภาพรอยยิ้มของเพื่อนร่วมชั้น และภาพการเดินทางที่ผ่านมานับสิบตอนฉายชัดในหัว เขาไม่ได้รวบรวมมานาตามตำรา แต่เขาส่งผ่าน 'ความปรารถนา' ที่แรงกล้าที่สุดลงไปในมือที่กุมกันไว้ ทันใดนั้น แสงสีฟ้าครามก็ระเบิดออกมาจากตัวของทั้งสอง ผสานกับพลังเวทอันรุนแรงของเซเลสเต้ มันไม่ใช่พลังแห่งการทำลายล้าง แต่เป็นพลังแห่ง 'การเชื่อมต่อ' "ผนึกมิติ... เปิดออก!" เซเลสเต้ตวาดก้อง พื้นดินเบื้องหน้าบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกสาดน้ำใส่ รอยแยกสีขาวสว่างวาบขึ้นราวกับรอยแตกของกระจก ลินน์ออกแรงดึงเซเลสเต้ให้พุ่งตัวเข้าไปในรอยแยกนั้นในวินาทีที่กำแพงหินขนาดยักษ์ถล่มลงมาทับตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่พอดี! ความรู้สึกเหมือนถูกดูดผ่านท่อลมที่เย็นเยียบผ่านไปชั่วครู่ ก่อนที่ร่างของทั้งสามจะร่วงหล่นลงบนพื้นหญ้านุ่มๆ ของสนามหญ้าหลังโรงเรียน ลินน์นอนแผ่หลา หายใจหอบถี่ ท้องฟ้าที่คุ้นเคยยามค่ำคืนเบื้องบนช่างดูงดงามและสงบสุขเหลือเกิน "รอดแล้ว... เรา... รอดแล้วใช่ไหม?" ลินน์ถามเสียงแผ่ว ฟัดจ์ทิ้งตัวลงนอนทับบนพุงของลินน์ ปีกของมันลู่ลงอย่างอ่อนแรง "ถ้ายังไม่ตาย ก็นับว่ารอดล่ะนะ เจ้ามนุษย์งี่เง่า... แต่นายทำได้ดีมาก วันนี้ให้ผ่าน" เซเลสเต้นั่งชันเข่าข้างๆ เธอปาดคราบฝุ่นบนใบหน้าออก ก่อนจะมองไปยังหอคอยที่ไกลออกไป ซึ่งบัดนี้มันเงียบสงัดลงแล้ว ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงความฝันที่น่ากลัว "คุณช่วยชีวิตฉันไว้ ลินน์" เธอพูดเบาๆ พร้อมกับมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม "ไม่ใช่แค่เวทมนตร์ แต่มันคือความกล้าหาญที่คุณมีมาโดยตลอด... ถึงแม้คนอื่นจะมองว่ามันเป็นแค่ความโง่เขลาก็ตาม" ลินน์ยิ้มกว้าง โล่งใจจนหัวเราะออกมาเบาๆ "เราคือทีมเดียวกันนี่ครับเซเลสเต้ ถ้าไม่มีคุณนำทาง ผมก็คงหลงทางอยู่ในนั้นนานแล้ว" ทว่าความเงียบสงบได้คงอยู่เพียงครู่เดียว เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหลายคู่ดังขึ้นจากเงามืดของพุ่มไม้รอบสนามหญ้า ทั้งสามรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความระแวง ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทกว่าสิบคนก้าวออกมาล้อมวงพวกเขาไว้ ทุกคนต่างชักไม้กายสิทธิ์ออกมาโดยไม่มีคำกล่าวทักทาย "ในที่สุดก็เจอตัวสักที เจ้าพวกหนูสกปรกที่พยายามจะเปิดเผยความลับของหอคอยต้องห้าม" เสียงแหบพร่าของผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มดังขึ้น พร้อมกับการขยับกายของบุคคลที่เดินแทรกออกมาจากแถวหลังสุด ร่างนั้นไม่ได้ใส่ชุดคลุมสีดำ แต่เป็นชุดเครื่องแบบอาจารย์ใหญ่ที่ดูภูมิฐาน ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดถูกเผยออกมา ลินน์เบิกตากว้างจนแทบถลน... เพราะคนตรงหน้าคือคนเดียวกับที่มอบภารกิจนี้ให้พวกเขาตั้งแต่วันแรก "อาจารย์ใหญ่ครับ... ทำไม..." ลินน์ถามเสียงสั่น "บันทึกที่พวกเธอถือครองอยู่ ไม่ใช่สมบัติของโรงเรียนลินน์ แต่มันคือคำสาปที่ต้องถูกส่งต่อให้ผู้ที่จะกลายเป็น 'เครื่องสังเวย' คนต่อไป" อาจารย์ใหญ่เหยียดยิ้มเย็นชา "ขอบใจมากนะที่ช่วยไขรหัสผ่านของผนึกชั้นสุดท้ายให้... ตอนนี้แหละ ที่การผจญภัยที่แท้จริงของพวกเธอจะเริ่มต้นขึ้น ในฐานะนักโทษของมิติกระจก!" ความมืดมิดเริ่มก่อตัวใต้ฝ่าเท้าของทั้งสามอีกครั้ง และคราวนี้มันไม่ใช่แค่ความมืดที่ดูดกลืน แต่มันคือกรงขังที่ไม่มีวันออก! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอันตรายมาถึงตอนที่ 33 กับไมโลและภูตน้อยนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%