"ถ้าเจ้ายังดึงดันจะใช้ไม้กายสิทธิ์ร้าวๆ นั่นเข้าประลอง ทางคณะกรรมการคงต้องขอยุติสิทธิ์ของเจ้า เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเองนะ ลินน์"
เสียงทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันของ 'แบรดلي' หัวหน้าชั้นปีผู้ครอบครองเวทมนตร์ธาตุไฟบริสุทธิ์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบของเหล่านักเรียนนับร้อยที่รายล้อมลานประลองกลางแจ้ง ลมหายใจของลินน์พ่นไอสีขาวออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน เด็กหนุ่มก้มมองไม้กายสิทธิ์เนื้อไม้แอชที่มีรอยร้าวรานพาดผ่านกลางด้าม มันคือหลักฐานหยามหยันจากบททดสอบเมื่อวาน และเป็นกำแพงที่สูงชันเกินกว่าเด็กหนุ่มไร้พรสวรรค์เช่นเขาจะก้าวข้ามได้ในสายตาของทุกคน
เซเลสเต้ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างสนามขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคู่สวยฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด เธออ้าปากคล้ายจะส่งเสียงคัดค้านกฎข้อบังคับที่ไร้ความยุติธรรมนั้น แต่ถูกสายตาเย็นชาของอาจารย์ผู้คุมสอบตวัดห้ามไว้เสียก่อน
"ผม... ยังสู้ไหวครับ" ลินน์เงยหน้าขึ้น สบตากับคู่ต่อสู้ด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวเจือปน แม้ขาของเขาจะสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้าก็ตาม
"ความดื้อรั้นไม่ใช่ความกล้าหาญหรอกนะ เจ้าเด็กโง่" แบรดลีย์เหยียดยิ้ม ยกมือขึ้นวาดวงเวทสีแดงฉานกลางอากาศ เปลวเพลิงร้อนระอุแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "เตรียมตัวรับความอับอายได้เลย!"
*พรึบ!*
บอลเพลิงขนาดเท่าศิลาถูกซัดตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้ชม ลินน์ยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นตามสัญชาตญาณ ทว่ารอยร้าวบนเนื้อไม้กลับเปล่งแสงวูบวาบก่อนจะดับสนิท เวทป้องกันขั้นพื้นฐานไม่ทำงาน! เปลวไฟกำลังจะแผดเผาเสื้อผ้าและร่างของเขาในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
"เห้ย! ใครสอนให้สาดไฟใส่หน้าคนอื่นตอนเขายังไม่ตั้งตัววะไอ้หัวส้ม!"
เสียงแหลมสูงตะโกนแทรกขึ้นมาท่ามกลางความอลหม่าน พร้อมกับเงาสสีขาวปุกปุยที่พุ่งพรวดออกมาจากกระเป๋าเสื้อของลินน์ราวกับกระสุนปืนใหญ่
*ปัง!*
ฟัดจ์ ภูตจิ๋วคู่หูคู่กัดปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ใบหูยาวลู่ไปข้างหลัง ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่อง ปากเล็กๆ เคี้ยวอะไรบางอย่างตุ้ยๆ ก่อนจะพ่นมันออกมาพรวดใหญ่ สิ่งที่พ่นออกมาไม่ใช่ลูกไฟ ไม่ใช่กระแสลม แต่เป็น..."แครอทเรืองแสง" ขนาดมหึมาที่เคลือบด้วยพลังงานเวทสีรุ้งแปลกประหลาด!
แครอทเวทมนตร์พุ่งชนบอลเพลิงกลางอากาศอย่างจัง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วลานประลอง แบรดลีย์ถึงกับผงถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตกตะลึง ดวงเบิกกว้างเมื่อมองผ่านกลุ่มควันจางๆ แล้วพบกับภาพที่ไม่มีตำราเวทเล่มไหนในสถาบันเคยบันทึกไว้
"นะ... นั่นมันเวทมนตร์อะไรกันวะ!" แบรดลีย์สบถออกมาอย่างลืมตัว
ฟัดจ์ลอยตัวค้ำหัวคู่ต่อสู้ ใช้เท้าหน้ากอดอกทำหน้ากวนประสาทใส่ "เขาเรียก 'วิชาลับกระต่ายสายฟ้าฟาดปฐพี' เว้ยไอ้น้อง! ไม่เคยเรียนล่ะสิ ชิชะ ทำมาเป็นเก๊กหน้าหล่อใส่เจ้านายฉัน ระวังหัวล้านไม่รู้ตัวนะโว้ย!"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชม เซเลสเต้ที่ยืนลุ้นอยู่ข้างสนามถึงกับหลุดยิ้มออกมาอย่างโล่งอก เธอมองภูตจิ๋วตัวป่วนที่ตอนนี้กำลังควักเอาฟักทองดองออกมากินหน้าตาเฉยราวกับไม่ได้กำลังยืนอยู่กลางสนามประลองอันศักดิ์สิทธิ์
"ฟัดจ์ อย่าไปกวนเขาเลยครับ..." ลินน์กระซิบเสียงเบา พยายามกลั้นยิ้มขณะดึงชายเสื้อของภูตจิ๋ว
"ใครกวนเล่า ลินน์! ฉันกำลังให้บทเรียนราคาแพงกับไอ้เปี๊ยกนี่ต่างหาก ดูหน้ามันสิ เหมือนไก่ต้มโดนน้ำร้อนลวกไม่มีผิด ฮ่าๆๆ!" ฟัดจ์หัวเราะร่าเริง บินวนรอบตัวแบรดลีย์ที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนแทบจะระเบิด
"แก... แกกล้าดียังไงเอาผักกาดผักดองมาลบหลู่เวทมนตร์ตระกูลอัคคีของฉัน!" แบรดลีย์คำรามลั่น ประกายไฟพวยพุ่งออกจากร่างจนพื้นสนามหญ้าไหม้เกรียม ความโกรธทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ ร่ายเวทบทใหญ่ออกมาโดยไม่สนกฎระเบิดของโรงเรียน มังกรเพลิงคำรามก้องพุ่งเข้าใส่ลินน์และฟัดจ์ด้วยรัศมีทำลายล้างที่น่ากลัว
ลินน์เบิกตากว้าง เขารู้ทันทีว่าพลังระดับนี้ไม่ใช่แค่การประลองเพื่อแพ้ชนะ แต่มันคือการหมายเอาชีวิต
ทว่า ฟัดจ์กลับยิ้มกริ่ม ดวงตาส่องประกายเจ้าเล่ห์
"มาได้จังหวะพอดี... ลินน์ จับหูฉันไว้!"
ภูตจิ๋วกระโดดเกาะไหล่เด็กหนุ่ม มือเล็กๆ สะบัดไม้กายสิทธิ์จิ๋วของตัวเองที่ขโมยมาจากห้องเก็บของอาจารย์ใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน ท่องคาถาด้วยเสียงรัวเร็วที่ไม่มีใครฟังทัน
*ฟิ้ววว—!*
ทันใดนั้น พื้นเบื้องล่างของลินน์และแบรดลีย์ก็ยุบตัวลงกลายเป็น "บ่อโคลนหนืดสีชมพูประกายมุก" ส่งกลิ่นหอมหวานคล้ายขนมเค้ก มังกรเพลิงที่พุ่งเข้ามาเมื่อสัมผัสกับโคลนประหลาดนี้กลับพับฐานและละลายกลายเป็นบับเบิ้ลสบู่สีรุ้งลอยละลิ่วเต็มท้องฟ้า แบรดลีย์ที่พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูงจึงทรงตัวไม่อยู่...
*โครม!*
หัวหน้าชั้นปีผู้สง่างามและหยิ่งยโส พุ่งหน้าจมดิ่งกลิ้งคลุกคลีกับโคลนกลิ่นสตรอเบอร์รี่จนเนื้อตัวมอมแมม เส้นผมสีส้มยุ่งเหยิงเต็มไปด้วยฟองสบู่และเศษใบไม้ ท่ามกลางความเงียบกริบชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะสนั่นหวั่นไหวของเหล่านักเรียนจะระเบิดขึ้นราวกับฟ้าผ่า
ลินน์ยืนอ้างปากค้างมองผลงานของคู่หูตัวแสบ ขณะที่ฟัดจ์บินไปเกาะอยู่บนหัวของแบรดลีย์ที่กำลังดิ้นรนตะเกียกตะกายขึ้นมาจากบ่อโคลน พร้อมกับหยิบป้ายคะแนนกระดาษขึ้นมาให้คะแนนหน้าตาเฉย
"ลีลาให้แปด การทรงตัวให้ศูนย์ ตกกระป๋องไปซะนะไอ้คุณชาย!" ฟัดจ์หัวเราะลั่น ตบก้นตัวเองเยาะเย้ย
กรรมการคุมสอบเป่านกหวีดเสียงดังยาวนานเพื่อยุติการประลอง แม้จะตกใจกับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น แต่ผลลัพธ์ก็ปรากฏชัดเจนแล้ว ลินน์เป็นฝ่ายชนะอย่างราบคาบด้วยกลยุทธ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก หันไปยิ้มกว้างให้ฟัดจ์ที่บินกลับมาเกาะไหล่ด้วยความภาคภูมิใจ
ทว่า... บรรยากาศแห่งความสนุกสนานกลับถูกตัดฉับลงในเสี้ยววินาที เมื่อประตูเหล็กบานใหญ่ของลานประลองที่ปิดตายมาตลอดหลายปี ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล
เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปีกสีนิลขนาดใหญ่แผ่สยายปก
'ศาสตราจารย์มาร์คัส' รองผู้อำนวยการผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่เทอมก่อน ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้ามา สายตาคมกริบกวาดมองความเละเทะในสนาม ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ไม้กายสิทธิ์ร้าวในมือของลินน์ และกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำเอาอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น
"ในที่สุด... ข้าก็หาเจ้าเจอแล้ว เจ้าเด็กน้อยผู้ครอบครอง 'ผนึกแห่งความมืด'..."
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่แปดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ!
บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 8
ฟัดจ์โชว์พาว
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!