บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 29

ความจริงเกี่ยวกับเซเลสเต้

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถ้าเจ้ายังทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสาแบบนี้ อีกไม่นานโลกที่เจ้าถวิลหาจะพังทลายลงตรงหน้า... ลินน์" เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่กรีดผ่านความมืดมิด ลินน์พยายามตะเกียกตะกายท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไร้จุดสิ้นสุด เขาไม่ได้ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน แต่เขากำลังร่วงหล่นลงสู่ความทรงจำที่บิดเบี้ยว ร่างกายของเขารู้สึกหนักอึ้งเหมือนถูกกดทับด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น ก่อนที่แสงสว่างวาบหนึ่งจะฉีกกระชากความมืดออก ราวกับม่านละครที่ถูกดึงลงอย่างรุนแรง ลินน์ลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองนั่งอยู่กลางห้องสมุดใต้ดินของโรงเรียน บรรยากาศรอบข้างเงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง และตรงหน้าเขา... เซเลสเต้กำลังยืนตัวสั่นเทา มือของเธอเรียวสวยคู่นั้นกุมจดหมายฉบับหนึ่งไว้แน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ "เซเลสเต้? เมื่อกี้... ฟัดจ์หายไปไหน?" ลินน์เอ่ยถาม เสียงของเขาแหบแห้ง หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินหันกลับมาดวงตาของเธอที่ปกติจะดูเย่อหยิ่งและมั่นคง กลับสั่นไหวราวกับเปลวเทียนในพายุ "อย่าเอ่ยชื่อนั้นตอนนี้ ลินน์... กลับไปซะ ก่อนที่พวกเขาจะเห็นเจ้า" "พวกเขา? พวกเขาไหน?" ลินน์ลุกขึ้นยืน ความมุ่งมั่นในแววตาของเขาไม่ได้ลดน้อยลงเลย "เธอปกปิดอะไรฉันอยู่ เซเลสเต้? จดหมายนั่น... ตราประทับนั่นมันคือสัญลักษณ์ของ 'กลุ่มเงาสีชาด' ไม่ใช่หรือไง?" เซเลสเต้ชะงัก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด "เจ้าไม่เข้าใจหรอก ลินน์ โลกของเวทมนตร์ไม่ได้สวยงามเหมือนนิยายที่เจ้าอ่าน ตระกูลของข้า... ไม่ใช่แค่จอมเวทชั้นสูง แต่เราคือผู้ค้ำจุนสมดุลที่มืดมิดที่สุด และตอนนี้... สมดุลนั้นกำลังจะแตกสลาย" เธอกางจดหมายออกด้วยมือที่สั่นเทา ลินน์ก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่ลังเล ข้อความบนจดหมายไม่ได้เป็นคำสั่งทั่วไป แต่มันคือคำขู่ *‘หากบุตรีแห่งตระกูลเวสเปอร์สยังคงรั้นที่จะทำลายสายเลือดที่สืบทอดมา พวกเราจะลบชื่อของท่านพ่อท่านจากบันทึกประวัติศาสตร์ และทำให้ตระกูลเวสเปอร์สเป็นเพียงฝุ่นผงในหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจดจำ’* "พวกเขาต้องการให้ข้าแต่งงานกับคนขององค์กรนั้น เพื่อรวมพลังเวทมนตร์สายดำเข้ากับอำนาจการเมืองของตระกูล" เซเลสเต้พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย "ถ้าข้าไม่ทำ พ่อของข้า... ครอบครัวของข้า จะถูกลบหายไปจากโลกใบนี้ เหมือนกับที่คนในอดีตเคยถูกทำให้หายไป" ลินน์นิ่งอึ้ง เขาพยายามนึกถึงเซเลสเต้ในมุมที่เขาเคยเห็น เธอผู้ที่มักจะสอนเวทมนตร์ให้เขาอย่างเข้มงวด เธอผู้ที่คอยปกป้องเขาจากคำดูถูกของนักเรียนคนอื่น... ที่แท้เธอกำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพียงลำพัง "ทำไมเธอถึงไม่เคยบอกฉัน?" ลินน์ถามเบาๆ "เพราะข้าต้องการเป็นคนเดียวที่ถูกขังอยู่ในกรงทองนี้ไงล่ะ ลินน์" เธอมองหน้าเขา แววตาอ่อนโยนแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "การที่เจ้าเข้ามาพัวพันกับข้า มันคือการเอาชีวิตมาทิ้ง เจ้าไม่มีพลังเวท แต่เจ้ามีความหวัง... ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในสายตาพวกมัน" ในตอนนั้นเอง เสียงปรบมือแผ่วเบาดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ ลินน์และเซเลสเต้รีบหันไปมองพร้อมกัน ร่างของชายในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหน้ากากกระต่ายที่ดูบิดเบี้ยวและน่าขนลุก... หน้ากากที่เหมือนกับฟัดจ์ไม่มีผิดเพี้ยน "ซึ้งใจจริงๆ ที่ได้เห็นมิตรภาพของจอมเวทไร้ค่ากับเจ้าหญิงตกอับ" ชายแปลกหน้ากล่าว เสียงของเขาก้องกังวานราวกับมาจากนรก "แต่น่าเสียดายที่บทสนทนานี้ควรจบลงได้แล้ว เพราะคุณหนูเวสเปอร์ส... ท่านพ่อของท่านเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่า เขาตกลงเงื่อนไขของทางเราเรียบร้อยแล้ว" เซเลสเต้ทรุดลงกับพื้น ดวงตาเบิกโพลง "ไม่... ท่านพ่อไม่ทำแบบนั้น..." "อ้อ... แล้วลืมบอกไป" ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ลินน์ ใช้ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะที่ปลายคางของเด็กหนุ่ม "ภูตตัวป่วนที่เจ้าตามหาอยู่... ตอนนี้มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังทำหน้าที่ 'กรงขัง' ให้เราอย่างซื่อสัตย์" ลินน์มองเห็นฟัดจ์ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังชายคนนั้น แต่แววตาของภูตจิ๋วไม่ได้สดใสเหมือนก่อน มันกลับว่างเปล่าและถูกครอบงำด้วยไอเวทสีม่วงเข้ม ฟัดจ์ไม่ได้ทักทายลินน์ แต่มันกลับเงื้อกรงเล็บแหลมคมขึ้นมา เตรียมจะโจมตีใส่ลินน์ตามคำสั่งของเจ้านายใหม่ เซเลสเต้กรีดร้องออกมา แต่เสียงของเธอกลับถูกกลืนหายไปในความเงียบ เมื่อฟัดจ์พุ่งเข้าหาลินน์ด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ในจังหวะที่ลินน์กำลังจะหลับตาลงเพื่อรับความตายนั้นเอง เขาก็เหลือบเห็นเงาสีดำสายหนึ่งโผล่ออกมาจากชายเสื้อของตัวเอง... มันคือบันทึกเล่มเก่าที่เขาได้มาในตอนแรก ซึ่งตอนนี้มันกำลังสั่นไหวและแผ่รัศมีสีทองสว่างจ้าออกมาดั่งเปลวไฟที่เผาไหม้ความมืด! ลินน์คว้าบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้น ฟัดจ์ที่กำลังจะลงมือก็ชะงักกึก กลางห้องสมุดเริ่มสั่นสะเทือน รอยร้าวสีทองปรากฏขึ้นบนพื้นหิน และความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่าการขู่ของตระกูลเวสเปอร์สก็เผยตัวออกมา เมื่อใบหน้าของชายสวมหน้ากากกระต่ายที่ยืนอยู่ตรงหน้าลินน์เริ่มเลือนหายไป ก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าที่ลินน์คุ้นเคยดีที่สุด... ใบหน้าของ 'ฟัดจ์' อีกตัวหนึ่ง ที่มีดวงตาสีแดงฉานดั่งเลือด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของลินน์และเพื่อนๆ ของเขามาจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%