บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 28

ฟัดจ์แปลงร่าง

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“ถ้าแกก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าสาบานว่าขนของแกจะกลายเป็นเชื้อเพลิงให้ข้าจุดไฟเล่นแทนคบเพลิงโง่ๆ นั่นซะ!” เสียงแหลมเล็กที่ปกติมักจะเจื้อยแจ้วด้วยคำถากถาง กลับกลายเป็นเสียงต่ำลึกที่สั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาทของผู้บุกรุก ลินน์หอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายของเขาทรุดลงพิงกับผนังหินเย็นเยียบของทางเดินลับใต้ดิน เลือดสีจางๆ ไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่หัวไหล่ แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังฟัดจ์—ภูตจิ๋วที่ปกติมักจะเกาะอยู่บนไหล่เขาเสมอ ทว่าในเวลานี้ ฟัดจ์ไม่ได้มีรูปร่างเหมือนกระต่ายตัวน้อยที่มีปีกเล็กๆ อีกต่อไป เงาสีดำมืดมิดแผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กๆ นั้น มันขยายใหญ่ขึ้น บิดเบี้ยว และปกคลุมรัศมีรอบกายจนมองไม่เห็นผนังหิน ดวงตาสีฟ้าใสของฟัดจ์แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามราวกับดวงตะวันในยามเที่ยงวัน ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ “ฟัดจ์... อย่า...” ลินน์กระซิบ แม้ความเจ็บปวดจะรุมเร้า แต่เขารู้ดีว่าหากฟัดจ์ปลดปล่อยพลังนี้ออกมา ผลลัพธ์ที่ตามมาจะไม่มีวันเหมือนเดิม “ถอยไป ลินน์” เสียงของฟัดจ์ดังก้องอยู่ในหัวของเด็กหนุ่ม ไม่ใช่ผ่านอากาศ แต่มันแทรกซึมเข้ามาถึงจิตวิญญาณ “เจ้าเป็นเจ้าของข้า แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตายในที่อับชื้นแบบนี้เพียงเพราะความไร้เดียงสาของเจ้าเอง” ชายชุดคลุมสีเงินที่ยืนอยู่ตรงหน้าหัวเราะร่า มือที่ถือคทาประดับอัญมณีสีดำสนิทสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น “ในที่สุด... ตำนานที่ถูกปิดผนึกไว้ในร่างของสัตว์อัญเชิญไร้ค่าก็เผยโฉมออกมา พลังเวทระดับบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ใต้ขนปุยๆ นั่น มันช่างงดงามจนน่าขนลุก” เซเลสเต้ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว พยายามจะร่ายเวทป้องกัน แต่เธอก็ต้องชะงักงันเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนเข่าแทบทรุด เธอไม่เคยเห็นฟัดจ์ในสภาพนี้มาก่อน พลังงานรอบตัวภูตจิ๋วตัวนี้ไม่ได้เป็นมิตรเหมือนเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคืออำนาจสั่งการธรรมชาติ—ความจริงที่ว่าโลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าตำราเรียนในโรงเรียน ฟัดจ์ขยับปีกที่ตอนนี้กลายเป็นปีกคู่ยักษ์ที่มีลวดลายเหมือนอักขระเวทโบราณ มันสะบัดเพียงครั้งเดียว ลมพายุก็พัดกระโชกจนฝุ่นผงใต้ดินปลิวว่อน ชายชุดคลุมถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด “เจ้าเรียกพลังนี้ว่าความไร้ค่าหรือ?” ฟัดจ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับลอยตัวขึ้นสูง เหนือกว่าหัวของผู้บุกรุก “ข้าอดทนเป็นกระต่ายกินขนมให้เจ้าล้อเล่นมานานพอแล้ว แต่ถ้าเจ้าอยากเห็นความตายของจริง ข้าจะจัดให้เป็นการส่วนตัว” “ฟัดจ์! พอได้แล้ว!” ลินน์ตะโกนขึ้นอีกครั้ง พยายามฝืนแรงลุกขึ้นยืน มือของเขาคว้าไปที่อากาศว่างเปล่า ความหวังเดียวของเขาคือการหยุดยั้งไม่ให้คู่หูตัวน้อยถลำลึกไปสู่เส้นทางที่ย้อนกลับไม่ได้ ฟัดจ์หันมามองลินน์เพียงเสี้ยววินาที สายตาที่ดุดันอ่อนลงเพียงชั่วครู่ แต่มันก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่คนอื่นไม่มีวันเข้าใจ “ลินน์... เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าโลกนี้มันบิดเบี้ยวแค่ไหน และข้าเองก็แบกรับอะไรไว้มากเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้” ทันใดนั้น ร่างของฟัดจ์ก็เรืองแสงจ้าจนทุกคนในห้องต้องยกมือขึ้นปิดตา ความรู้สึกเหมือนมิติกำลังบิดเบี้ยวเกิดขึ้นในอากาศรอบตัว ลินน์สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แล่นผ่านหัวใจ เขาเห็นภาพนิมิตวาบขึ้นมาในหัว—ภาพของภูตจิ๋วที่เคยยืนเคียงข้างจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ภาพที่ฟัดจ์ไม่ใช่แค่สัตว์อัญเชิญ แต่เป็นผู้เฝ้าประตูที่ถูกสาปให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้พิษสงเพื่อปกป้องเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เซเลสเต้เบิกตากว้าง เธอสังเกตเห็นบางอย่างที่สลักอยู่บนกำแพงหินที่ถูกเผยออกมาจากแรงสั่นสะเทือนของพลัง “นั่นมัน... สัญลักษณ์ของตระกูลเวทมนตร์ชั้นสูงที่สาบสูญไปแล้ว! ฟัดจ์ ไม่ใช่แค่ภูต แต่นี่คือองครักษ์ผู้พิทักษ์สายเลือดต้องห้าม!” ความจริงที่กระแทกเข้ามาทำให้ลินน์ถึงกับหน้าซีดเผือด เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้โชคดีที่ได้รับสัตว์อัญเชิญมาโดยบังเอิญ แต่เขากำลังถูกปกป้องโดยบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าที่ใครจะคาดคิด ชายชุดคลุมสีเงินหยิบม้วนคัมภีร์สีเลือดขึ้นมาฉีกทิ้งทันที “ถ้าฉันจัดการแกไม่ได้ ก็ขอให้ผนึกนี้จงดับสูญไปพร้อมกับแก!” พื้นดินใต้เท้าของลินน์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นดูดกลืนทุกอย่างลงไปในความมืด ฟัดจ์คำรามก้อง ร่างที่ขยายใหญ่พุ่งเข้าใส่ชายชุดคลุมหมายจะหยุดยั้งการทำลายล้าง แต่ในจังหวะที่มือของฟัดจ์จะสัมผัสตัวศัตรู แสงสีแดงจากคัมภีร์ก็ฉีกกระชากมิติออกเป็นสองส่วน ฟัดจ์ชะงักกึก ร่างของมันเริ่มแตกสลายเป็นละอองแสง ลินน์เห็นเช่นนั้นจึงพุ่งตัวสุดแรงเกิดเพื่อจะคว้ามือเล็กๆ ของคู่หูเอาไว้ แม้รู้ดีว่าแรงดึงดูดของความมืดจะดึงเขาสู่ก้นบึ้งของหายนะก็ตาม “ไม่! ฟัดจ์!” ลินน์คว้าได้เพียงอากาศ ฝ่ามือของเขาทะลุผ่านร่างที่เป็นแสงสว่างนั้นไป แล้วในวินาทีที่เขากำลังจะร่วงหล่นสู่ความมืดมิด เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขา เป็นเสียงของฟัดจ์ที่กลับมาเป็นเสียงเล็กๆ ที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้มันสั่นเครือและเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ลินน์... อย่าตามข้ามา... เพราะคนที่เจ้าควรจะระวัง... คือคนข้างๆ เจ้าต่างหาก...” ลินน์เบิกตากว้าง หันไปมองข้างตัว—เซเลสเต้ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือของเธอกำลังกุมตราประทับบางอย่างที่เปล่งแสงสีดำสนิทรับกับคัมภีร์ของศัตรู แววตาที่เคยอ่อนโยนของเธอในตอนนี้ว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว ทุกอย่างเงียบกริบลงพร้อมกับร่างของฟัดจ์ที่หายวับไปกับตา ลินน์ร่วงหล่นลงสู่ความมืด ท่ามกลางความเงียบนั้น เขาได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ของคนที่เขาสนิทใจที่สุด ดังลอยมาจากเบื้องบน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการผจญภัยของไมโลกับภูตน้อยในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%