“โกหกงั้นเหรอ... คำพูดแค่นี้คิดจะทำให้จิตใจคนอย่างฉันพังทลายหรือไง!”
ผมตะโกนก้องในใจพลางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเย็นเยียบจากหน้ากากสีขาวของชายปริศนาคนนั้นยังคงติดตา แต่ทันทีที่เขาหายวับไปในเงามืด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเซเลสเต้ก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายผม เธอไม่ได้ถามว่าผมไปเจออะไรมา แต่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากแววตาที่สั่นไหวของผม
“ลินน์... เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปลานประหารเสียที เรามีเรื่องสำคัญต้องทำ” เซเลสเต้เอ่ยเสียงเรียบ หากแต่ปลายนิ้วที่เธอกดลงบนโต๊ะไม้โอ๊กนั้นสั่นเทาเล็กน้อย “ห้องใต้ดินหอสมุดหลวงเปิดออกแล้ว และสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราในตอนนี้จะรับมือได้ด้วยเวทมนตร์ระดับฝึกหัดหรอกนะ”
ฟัดจ์ที่ปกติจะคอยลอยตัวกวนประสาทไปทั่ว วันนี้กลับเงียบกริบ มันเกาะอยู่บนไหล่ของผม ขนสีขาวนุ่มฟูของมันลู่ลงจนดูลีบแบน ดวงตากลมโตสีอำพันจ้องมองไปยังประตูห้องโถงใหญ่ที่เหล่านักเรียนกำลังทยอยรวมตัวกันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“มันไม่ใช่แค่เรื่องโกหกหรอกลินน์...” ฟัดจ์กระซิบข้างหูผม เสียงของมันแหบพร่าและไร้ซึ่งความกวนประสาท “กลิ่นไอเวทมนตร์นั่น... มันคือกลิ่นของพวก ‘ผู้ถูกลบตัวตน’ กลิ่นที่ควรจะหายไปพร้อมกับประวัติศาสตร์ของโรงเรียนเมื่อร้อยปีก่อน”
พวกเราก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความโกลาหล นักเรียนชั้นปีต่างๆ ส่งเสียงเซ็งแซ่ บ้างร้องไห้ บ้างตะโกนถกเถียงกันถึงข่าวลือเรื่องกำแพงโรงเรียนที่เริ่มร้าวเป็นทางยาวเหมือนแก้วที่กำลังจะแตกกระจาย เซเลสเต้เดินตรงไปที่แท่นปราศรัย เธอไม่ได้ใช้เวทขยายเสียง แต่เพียงแค่บรรยากาศรอบตัวเธอก็เปลี่ยนไปจนทุกคนเงียบกริบ
“ฟังให้ดีทุกคน!” เธอประกาศก้อง ดวงตาสีน้ำเงินเย็นชาของเธอวาดผ่านฝูงชน “ใครที่ยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อรับใบประกาศนียบัตร ก็จงหยุดทำตัวเหมือนฝูงแกะที่รอให้หมาป่ามากินซะ! เราไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบประจำปี แต่นี่คือการล่มสลายของรากฐานที่โรงเรียนนี้สร้างขึ้นมา”
ผมยืนอยู่หลังเธอ สังเกตปฏิกิริยาของคนรอบข้าง บางคนเริ่มหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมา แต่บางคนกลับก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ผมเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันจากมุมมืดของระเบียงชั้นบน... ชายหน้ากากคนเดิมกำลังมองลงมา เขาไม่ได้มาเพื่อโจมตี แต่เขามาเพื่อดูว่าเราจะ ‘เต้นระบำ’ ตามเกมที่เขาขีดเขียนไว้อย่างไร
“เราต้องผนึกทางเข้าหอสมุดหลวง” ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผม เด็กหนุ่มที่ไม่มีพรสวรรค์เวทมนตร์อย่างผมในสายตาของคนอื่น “เซเลสเต้ ผนึกไม่ได้อยู่บนประตู แต่มันอยู่ที่ ‘ความเชื่อ’ ของพวกเราทุกคน หากพวกเรายังลังเลว่าจะเชื่อในสิ่งที่อาจารย์สอน หรือเชื่อในสิ่งที่ตากำลังเห็น... เราจะไม่มีวันชนะ”
“เจ้าจะให้พวกเราทำอะไรล่ะ ลินน์?” ใครบางคนในกลุ่มนักเรียนตะโกนถาม เสียงนั้นสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความหวังที่ริบหรี่
“ถอดหน้ากากที่พวกเราสวมใส่กันอยู่เสีย” ผมตอบพลางมองไปที่ชายหน้ากากบนระเบียง “ทุกคนรู้ดีว่าอาจารย์ใหญ่ปิดบังอะไรไว้ แต่เรามักจะเลือกที่จะมองข้ามไปเพราะความกลัว ตอนนี้... ถ้าอยากรอด เราต้องเลิกเป็นนักเรียนที่ดี และเริ่มเป็นผู้พิทักษ์ที่ตั้งคำถามกับความจริงตรงหน้า”
ฟัดจ์กระโดดลงจากไหล่ของผม มันขยายร่างใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ปีกเล็กๆ กระพือถี่จนเกิดเป็นละอองแสงสีทอง “ข้าชอบความคิดนี้! ใครที่กลัวก็จงไปหลบหลังกระโปรงอาจารย์เถอะ ใครที่อยากรู้ว่าขอบเขตของโลกนี้มีไว้เพื่อกักขังหรือปกป้อง... ก็ตามเจ้าเด็กนี่มา!”
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป ความตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็น เซเลสเต้หันมาสบตาผม เราต่างรู้ดีว่านี่คือการหักหลังสถาบันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ถ้าการรักษา ‘แสงสว่าง’ ของโรงเรียนหมายถึงการปิดบังความเน่าเฟะที่กำลังกัดกินรากเหง้าของเราจากข้างใน การลุกขึ้นสู้ครั้งนี้ก็ถือเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
ทว่า... ในขณะที่เรากำลังวางแผนขั้นตอนการผนึก ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนบานประตูไม้หนักอึ้งกระแทกผนังจนเป็นรอยร้าว เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยย่างกรายเข้ามา แต่กลับไม่ใช่ใครในโรงเรียนที่พวกเราคาดหวัง
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทเดินนำหน้าเหล่าอัศวินเวทมนตร์แห่งสภาสูงเข้ามา กลิ่นอายของความตายและความเย็นเยือกแผ่ซ่านไปทั่วห้อง อาจารย์ใหญ่ที่ควรจะอยู่บนหอคอยกลับก้าวออกมาจากแถวของอัศวินเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่เหมือนมองเศษซากของขยะที่เตรียมจะถูกกำจัดทิ้ง
“ลินน์... เจ้าไม่ควรจะตั้งคำถามตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้ามาที่นี่” อาจารย์ใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่บาดลึกถึงกระดูก “เพราะในเมื่อเจ้าไม่อาจยอมรับความจริงอันสวยงามที่ข้าสร้างไว้ได้ งั้นข้าก็จำเป็นต้องทำให้เจ้า... กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ความจริง’ ที่หายสาบสูญไปตลอดกาล”
มือของเขาชูขึ้นเหนือหัว และนั่นคือวินาทีที่ท้องฟ้าเหนือโรงเรียนเปลี่ยนเป็นสีเลือด สัญญาณแห่งการทำลายล้างที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหที่สำคัญที่สุดของลินน์และผองเพื่อนในครั้งนี้ด้วยนะครับ
บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 39
การประชุมฉุกเฉิน
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!