บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 44

คำสารภาพของลินน์

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
คราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่บนปลายนิ้วของลินน์ไม่ได้จางหายไปง่ายๆ แม้ว่าเขาจะพยายามล้างมันด้วยน้ำสะอาดจากอ่างหินโบราณซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงหยดน้ำที่กระทบลงบนผิวน้ำนิ่งสนิทดัง *ติ๋ง... ติ๋ง...* ราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศในค่ำคืนที่หอพักเวทมนตร์เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง "ถูแรงเกินไป เดี๋ยวหนังลอกไม่รู้ด้วยนะ เจ้าบื้อ" ฟัดจ์ ภูตจิ๋วตัวป่วนหูยาวรemตกลงมาข้างแก้ม ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนขอบอ่างหินพลางเคี้ยวคุกกี้เนสดّานที่ไปแอบจิ๊กมาจากห้องครัวหลวงเมื่อชั่วโมงก่อนอย่างเอร็ดอร่อย เศษผงคุกกี้ร่วงลงบนไหล่เสื้อของลินน์ แต่เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจจะปัดมันทิ้ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มยังคงจ้องมองเงาสสะท้อนของตัวเองในน้ำ "ข้าแค่อยواงล้างมันออก ฟัดจ์... รอยเปื้อนเวทมนตร์ย้อนกลับนี่น่ะ" ลินน์พึมพำ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย "เจ้าก็เห็นตอนที่วงเวทในห้องทดลองระเบิดใส่หน้าข้า... ถ้าตอนนั้นเซเลสเต้ไม่เข้ามาร่ายบาตรกำบังไว้ทัน ข้าคง..." "ก็คงกลายเป็นควันดำลอยไปอยู่ในหม้อปรุงยาของอาจารย์กรานต์ไปแล้วล่ะมั้ง" ฟัดจ์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย แต่หากสังเกตให้ดี ดวงตากลมโตสีฟ้าใสของภูตจิ๋วคู่นั้นกลับไร้ซึ่งแววหยอกล้อ มันจ้องมองมือที่สั่นเทาของเจ้านายหนุ่มเงียบๆ ลินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความปั่นป่วนในอก ความกลัวไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเด็กหนุ่มผู้ไม่มีพรสวรรค์อย่างเขา ลินน์เผชิญหน้ากับมันมาตลอดตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในรั้วสถาบันเวทมนตร์อันทรงเกียรติแห่งนี้ ทุกสายตาที่มองมาด้วยความสมเพช ทุกคำซุบซิบว่าเขาคือ "ตัวถ่วง" หรือ "เศษสวะไร้แก่นเวท" ลินน์ทนรับมันได้ทั้งหมด... เขายิ้มสู้ เขามุ่งมั่น และพยายามพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่า... ความกลัวในคืนนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความกลัวที่จะสอบตก หรือความกลัวที่จะถูกหัวเราะเยาะจากเพื่อนร่วมชั้น แต่มันคือความกลัวลึกซึ้งที่กัดกินหัวใจ—ความกลัวที่ว่า "ความพยายามทั้งหมดของเขามันไร้ความหมาย" และที่แย่ที่สุดคือ... ความกลัวที่ว่าตัวเขาเองอาจจะกลายเป็นอันตรายและทำร้ายคนที่เขารักเข้าสักวัน ประตูไม้บานใหญ่ของห้องสมุดร้างเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างระหงของเซเลสเต้ที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงจันทร์สลัวที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกสี เธอมองลินน์ด้วยสายตาเรียบนิ่งตามวิสัยของเจ้าหญิงจอมเวทอัจฉริยะ แต่แววตาคู่นั้นกลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ ลินน์" เซเลสเต้เอ่ยถาม เสียงหวานใสกังวานสะท้อนไปทั่วห้องโถงกว้าง "ข้า... นอนไม่หลับน่ะครับ เซเลสเต้" ลินน์หันไปมองเธอ รอยยิ้มฝืนๆ ถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ "เจ้าล่ะ ทำไมยังไม่พักผ่อน พรุ่งนี้เรามีคาบเรียนปฏิบัติการเวทมนตร์ขั้นสูงนะ" เซเลสเต้ไม่ตอบในทันที เธอก้าวเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอ่างหิน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลาเวนเดอร์ปะปนกับกลิ่นอายเวทมนตร์บริสุทธิ์ลอยแตะจมูก มือเรียวบางเอื้อมออกไปคว้าข้อมือขวาของลินน์เอาไว้ นิ้วเรียวสัมผัสโดนรอยแผลเป็นจางๆ ที่เกิดจากการใช้เวทมนตร์เกินขีดจำกัด ลินน์สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขาพยายามจะชักมือกลับ แต่เซเลสเต้กลับจับมันไว้แน่นขึ้น แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นจนเขาต้องยอมจำนน "เจ้ากำลังกลัว" เซเลสเต้เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยประโยคที่ตรงประเด็นเสียจนลินน์แทบหยุดหายใจ "ข้าเปล่า..." "อย่าโกหกข้า ลินน์" เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ข้าเห็นมือของเจ้าที่สั่นตอนถือตำราเวทเมื่อตอนเย็น ข้าเห็นวิธีที่เจ้าพยายามหลบเลี่ยงการใช้เวทธาตุไฟในห้องเรียน เจ้าไม่ใช่คนขี้ขลาด... ข้ารู้ดีที่สุด แต่สิ่งที่เจ้ากำลังกลัวอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องของเวทมนตร์ระเบิดหรือการสอบปฏิบัติ แต่มันคือความกลัวที่ว่า 'เจ้าไม่คู่ควร' ที่จะยืนอยู่เคียงข้างพวกเรา ต่างหากล่ะ" ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดมหึมาตกลงมาทุบกลางอกของลินน์ คำพูดของเซเลสเต้แทงทะลุเกราะป้องกันทุกชั้นที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เก็บงำไว้ในซอกหลืบมืดมนที่สุดของจิตใจถูกกระชากออกมาเผชิญหน้ากับแสงสว่าง ดวงตาของลินน์ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำใสที่เอ่อล้นออกมาจากขอบตา "ใช่... เจ้าพูดถูก เซเลสเต้" เสียงของลินน์สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ความอดทนทั้งหมดพังทลายลงในชั่วพริบตา "ข้ากลัว... ข้ากลัวเหลือเกิน" ฟัดจ์ที่นั่งเงียบมาตลอดรีบกระโดดลงจากขอบอ่าง วิ่งมาซุกตัวแนบกับข้อเท้าของลินน์ ภูตจิ๋วส่งเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอเบาๆ พยายามแสดงความเห็นอกเห็นใจในแบบฉบับของตัวเอง แม้ปากจะชอบบ่นแต่ฟัดจ์ก็ไม่เคยปล่อยให้ลินน์ต้องร้องไห้อย่างโดดเดี่ยวเลยสักครั้ง "เจ้าไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกยังไง..." ลินน์เงยหน้าขึ้นมองเซเลสเต้ หยาดน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม "เวลาที่ทุกคนร่ายเวทมนตร์บทใหญ่ออกมาได้อย่างงดงาม ประกายแสงพราวระยับเต็มห้องเรียน แต่ข้า... กลับทำได้แค่จุดไฟกองเล็กๆ ที่แม้แต่ลมพัดผ่านเบาๆ ก็ดับลงแล้ว ทุกครั้งที่ข้าพยายามก้าวไปข้างหน้า ข้ากลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังถอยหลังลงคลอง และวันหนึ่ง... ข้าอาจจะกลายเป็นภาระที่ทำให้พวกเจ้าต้องตาย" "ลินน์!" เซเลสเต้ขึ้นเสียงเล็กน้อย สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจนกับคำพูดตัดพ้อนั้น "ข้าพูดความจริงนะ!" ลินน์ตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้น ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกมาเป็นน้ำตา "ข้าไม่มีสายเลือดขุนนาง ไม่มีพรสวรรค์จากเทพเจ้า ข้าเป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาที่บังเอิญจับพลัดจับผลูเข้ามาที่นี่ ทำไมข้าต้องมาแบกรับความคาดหวังบ้าๆ นี่ด้วย! ทำไมข้าถึงไม่ยอมแพ้ไปตั้งแต่แรกซะให้สิ้นเรื่อง!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องสมุดร้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะท้อนของคำพูดที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความมืด ลินน์หอบหายใจหนักหน่วง อกกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ด้วยความรู้สึกอับอายที่เผลอแสดงด้านที่อ่อนแอที่สุดออกมาต่อหน้าหญิงสาวที่ตนแอบชื่นชม เซเลสเต้ไม่ได้ถอยหนี เธอกลับก้าวเข้าไปประชิดตัวลินน์ให้มากกว่าเดิม มือทั้งสองข้างของเธอเอื้อมขึ้นประคองใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มของเขาอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอกระจายซ่านไปทั่วหัวใจที่กำลังหนצוเหน็บของลินน์ "โง่จริงๆ เลยนะ ลินน์" เซเลสเต้กระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่ลินน์เคยเห็นมาในชีวิต "ถ้าข้าต้องการคนที่มีพรสวรรค์ ข้าคงเลือกคบค้าสมาคมกับพวกทายาทดยุกผู้สูงศักดิ์ไปนานแล้ว... ถ้าข้าต้องการคนที่สมบูรณ์แบบ ข้าคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้กับเจ้าหรอก" ลินน์เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ หัวใจเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน "รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงชอบอ่านหนังสือร่วมกับเจ้า? ทำไมข้าถึงยอมเสี่ยงกฎระเบียบของสถาบันเพื่อมาฝึกเวทมนตร์กับเจ้าในยามวิกาลแบบนี้?" เซเลสเต้จ้องลินน์ด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง "เพราะเวทมนตร์ของคนอื่น... มันเต็มไปด้วยอำนาจ ความทะเยอทะยาน และความเย่อหยิ่ง แต่วิชาเวทของเจ้า... ลินน์... มันเต็มไปด้วย 'ความพยายาม' และ 'หัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้'" เธอเลื่อนมือลงมาจับมือทั้งสองข้างของลินน์ แนบมันเข้ากับหน้าอกของเธอเอง บริเวณที่หัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ "พรสวรรค์สร้างเวทมนตร์ได้ แต่หัวใจต่างหากที่สร้างปาฏิหาริย์ ความกลัวที่เจ้ามี มันพิสูจน์ว่าเจ้าแคร์และใส่ใจมากแค่ไหน และนั่นคือสิ่งที่วิเศษที่สุดที่จอมเวทคนไหนก็ไม่มีวันเรียนรู้จากตำราเล่มไหนบนโลกใบนี้" ฟัดจ์กระโดดขึ้นมาเกาะบนบ่าของลินน์ แล้วเอาหัวถูไถแก้มของเจ้านายหนุ่มเบาๆ พร้อมกับส่งเสียงร้อง "ฟุดฟิดๆ" เชิงสนับสนุนเต็มที่ ลินน์มองหน้าเซเลสเต้ สลับกับมองภูตจิ๋วคู่ใจ ความหวาดกลัวที่เคยเกาะกินจิตใจเมื่อครู่ค่อยๆ มลายหายไป ราวกับหมอกควันยามเช้าที่โดนแสงแดดแผดเผา ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ ความมุ่งมั่นที่เคยเลือนหายเริ่มจุดประกายขึ้นใหม่อีกครั้งในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น "ข้า... เข้าใจแล้วครับ เซเลสเต้" ลินน์สูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคงที่หนักแน่นกว่าเดิม "ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว ไม่ว่าความกลัวนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม ข้าจะก้าวผ่านมันไปให้ได้" เซเลสเต้ยิ้มรับอย่างพึงพอใจ เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการให้กำลังใจเพิ่มเติม ทว่า... จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิในห้องสมุดร้างลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวพวยพุ่งออกมาจากริมฝีปาก เปลวไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ตามผนังเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มและสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง *ตึก... ตึก... ตึก...* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเชื่องช้าดังขึ้นจากความมืดมิดของทางเดินชั้นใต้ดินที่ควรจะปิดตาย เสียงนั้นไม่ได้มาจากมนุษย์ แต่เป็นเสียงก้าวเดินของสิ่งมีชีวิตโบราณบางอย่างที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ฟัดจ์ขนลุกชันไปทั้งตัว มันรีบมุดเข้าไปซ่อนใต้เสื้อคลุมของลินน์ทันทีพร้อมกับตัวสั่นเทา "เฮ้ย... เจ้าบ้านั่นมันอะไรวะเนี่ย ลินน์! กลิ่นอายแบบนี้มันไม่ใช่ทั้งอาจารย์และปีศาจทั่วไปแน่ๆ!" เซเลสเต้ชักไม้เท้าประจำตัวออกมาจากความว่างเปล่า ปลายไม้เท้าส่องแสงสีเงินจ้าพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ดวงตาของเธอฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก "ตั้งสติไว้ ลินน์... มีบางอย่างกำลังขึ้นมาจากห้องใต้ดินต้องห้าม... และมันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!" เงาดำมหึมาทอดตัวยาวพาดผ่านผนังห้องสมุด เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนก้องจนกระจกหน้าต่างสั่นระรัว และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ประตูเหล็กกล้าบิดเบี้ยวของห้องใต้ดินก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาที่ก้าวพ้นความมืดออกมา... **(โปรดติดตามตอนต่อไป)** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลินน์กับฟัดจ์มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%