เอกสารลับสีเหลืองกรอบที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทองส่งกลิ่นอายของความเก่าแก่และอำนาจที่หลับใหลมานานนับทศวรรษ เสียงกระดาษพลิกดังแกรกเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งห้อง ลินินไม่แม้แต่จะชายตามองชายชราผู้ถือครองกุญแจดอกสำคัญแห่งกลุ่มการเงินเงา เธอกลับยกถ้วยชาพอร์ซเลนลายครามขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของชาเอิร์ลเกรย์ช่วยแต่งแต้มความสุขุมให้ใบหน้าเรียวสวยที่ประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันอย่างเหนือชั้น
"คุณผู้หญิง... ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ประหลาดใจเลยสินะคะ ที่ได้เห็นเอกสารฉบับนี้ในมือของดิฉัน" เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังของแม่เลี้ยงกัลยา ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเจ้าเล่ห์จ้องมองมาอย่างหมายมั่นปั้นมือ กัลยาคิดว่านี่คือไพ่ตายที่จะสามารถสยบเด็กสาวตระกูลตกอับคนนี้ให้กลับมาหมอบกราบแทบเท้าได้อีกครั้ง
ลินินวางถ้วยแบล็กทีลงกระทบจานรองอย่างนิ่มนวล ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องในโสตประสาทของทุกคนในห้องทำงานจนสะดุ้ง เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดสูดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์สะท้อนรัศมีแห่งความมั่งคั่งและอำนาจที่ล้นพ้น รอยยิ้มมุมปากของเธองดงามราวกับปีศาจสาวผู้กุมชะตากรรมของมนุษย์
"ประหลาดใจหรือคะ?" ลินินทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ "คุณน้าคะ... ของเล่นชิ้นเก่าที่เน่าเฟะมาสิบปีแล้ว น้ายังคิดว่ามันจะยังมีฤทธิ์เดชพอจะล้มฉันได้อีกหรือคะ? ช่างน่าสมเพชเสียจริง"
"แก! นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!" กัลยาหน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออดเมื่อแผนการที่อุตส่าห์ซ่อนเร้นไว้กลับถูกเหยียบย่ำราวกับไร้ค่า เอกสารในมือของชายชราสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของลินิน
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างอารักขา ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของ คิรากร ก้าวเข้ามาด้วยก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก แค่เขาปรากฏตัว อุณหภูมิในห้องก็ลดฮวบทันทีจนแทบหายใจไม่ออก
คิรากรเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างลินินอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ ท่าทางแสดงออกถึงความคลั่งรักและปกป้องอย่างโจ่งแจ้ง สายตาที่เขามองลินินนั้นอ่อนโยนจนแทบละลาย ทว่าพอดันหันไปมองกัลยาและชายชรา แววตานั้นกลับเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งคมดาบที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งให้พินาศ
"ภรรยาของผม... อนุญาตให้พวกคุณเห่าหอนอยู่ในนี้ได้นานเกินไปแล้วนะครับ" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ และเยือกเย็นจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "คุณกัลยา ดูเหมือนว่าบริษัทโลจิสติกส์เล็กๆ ของตระกูลคุณ จะยังจ่ายค่าชดเชยความเสียหายไม่ครบสินะครับ? หรืออยากให้ผมสั่งระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมดภายในสามวินาทีนี้เลยดี?"
กัลยาหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอลืมไปสนิทว่าเบื้องหลังของนังเด็กตัวร้ายคนนี้ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่รอวันล่มจสลายอีกต่อไป แต่มีมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศคอยหนุนหลังและพร้อมจะถอนรากถอนโคนตระกูลของเธอให้หายไปจากแผนที่ธุรกิจในพริบตา
"คุณ... คุณคิรากรคะ นี่มันเรื่องภายในครอบครัว..." กัลยาพยายามละล่ำละลักแก้ตัว เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
"ครอบครัว?" ลินินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความหยานหยามและสะใจ "คำนี้ออกจากปากคุณน้าแล้วไม่รู้สึกกระดากใจบ้างเลยหรือคะ? วันที่แม่แท้ๆ ของฉันตาย วันที่คุณกับพ่อเลี้ยงสูบเลือดสูบเนื้อบริษัทไปจนเกลี้ยง พวกคุณเคยนึกถึงคำว่าครอบครัวบ้างไหม?"
มือเรียวบางของลินินเอื้อมไปหยิบเอกสารลับมูลค่ามหาศาลจากมือของชายชรามาถือไว้เอง เธอปรายตามองมันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงลิบลิ่วขึ้นมาจรดปลายลงบนหน้ากระดาษอย่างไม่ลังเล ลายเส้นที่เขียนลงไปคือการเซ็นอนุมัติซื้อหนี้สินทั้งหมดของตระกูลกัลยา และควบรวมกิจการเข้ามาเป็นกรรมสิทธิ์ของเธอแต่เพียงผู้เดียว
"เกมจบแล้วค่ะคุณน้า" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาแม่เลี้ยงที่กำลังทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความหมดหนทาง "ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป บ้านหลังใหญ่หลังนั้น และทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกคุณเคยแย่งชิงไป... จะต้องคืนกลับมาเป็นของเจ้าของที่แท้จริง"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ชัยชนะอันงดงามและเด็ดขาดนี้ทำให้หัวใจของลินินพองโตด้วยความสะใจ ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะหันไปสบตากับคิรากรเพื่อรับรอยยิ้มแสดงความยินดี เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคิรากรก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ
คิรากรหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เขาเห็นชื่อผู้โทรเข้า สีหน้าเรียบเฉยและเยือกเย็นเป็นทุนเดิมกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ดวงตาคมกริบหันขวับมามองลินินด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ลินิน..." คิรากรเอ่ยเสียงเครือ มือหนาคว้ามือบางของเธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอจะหายไป "ทางสนามบินส่วนตัวเพิ่งรายงานเข้ามา... เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของตระกูลหลักที่นายใหญ่ส่งมาตามตัวคุณ... เพิ่งลงจอดบนดาดฟ้าตึกนี้แล้วค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันอุปสรรคไปพร้อมกับความรุ่งโรจน์ของลินินนะคะ! — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 4
แม่เลี้ยงกับแผนการแย่งชิง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!